ทัวร์ไทย จองทัวร์ โรงแรม ห้องพัก รีสอร์ท ราคาพิเศษ : Thailand Travel - Cheap Thailand Hotel Rooms and Tours
ทัีวร์ไทย ไทยเที่ยวไทย - ข้อมูลท่องเที่ยว จองทัีวร์ โรงแรม รีสอร์ท ราคาพิเศษ
Thailand Hotel Booking : Package Tours and Travel Guide : English Version English Version
   
 
Popular Destination in Thailand
ข้อมูลทั่วไป
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
กิจกรรมท่องเที่ยว
การเดินทาง
ร้านอาหาร
สินค้า ของฝาก
งานประเพณีและเทศกาล
แผนที่

Popular Destination in Thailand
เชียงใหม่
เชียงราย
แม่ฮ่องสอน
กรุงเทพฯ
กาญจนบุรี
หัวหิน
ชะิอำ
ขอนแก่น
เลย
นครราชสีมา
ศรีสะเกษ
สุรินทร์
อุบลราชธานี
อุดรธานี
พัทยา
ระยอง เกาะเสม็ด
ตราด เกาะช้าง
กระบี่ เกาะพีพี เกาะลันตา
ภูเก็ต
เกาะสมุย
เกาะเต่า เกาะพงัน
พังงา เขาหลัก
 

กิจกรรมท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร - Bangkok Activities

Segway Tour บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ Segway Tour บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์

ท่องเที่ยวโดยรถไฟฟ้าสองล้อที่ผลิตโดยบริษัท Segway สัมผัสประสบการณ์ ใหม่ที่น่าตื่นเต้น ในการท่องเที่ยวบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ พร้อมเจ้า หน้าที่คอยแนะนำวิธีการขี่และพาเที่ยว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อาคารท่าเรือท่ามหาราช ถ.มหาราช แขวง พระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ โทร. 0 2221 4525 โทรสาร 0 22 21 4526 E-mail: contact@segwaytourthailand.com และ www.segway tourthailand.com

มวยไทย

สนามมวยเวทีราชดำเนิน ถนนราชดำเนิน มีการชกมวยทุกวันจันทร์,พุธ,พฤหัสบดีและวันอาทิตย์ ตั้งแต่ เวลาเวลา 18.30-22.30 น.  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2281 4205, 0 2281 0879, 0 2280 1684 

สนามมวยลุมพินี ตั้งอยู่บนถนนพระรามที่ 4 มีการจัดการแข่งขันชกมวยทุกวันอังคาร,ศุกร์ เวลา 18.00 -22.00 น. และวันเสาร์ เวลา 17.00-24.30 น.  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 252 8765, 0 2253 7702, 0 2253 7940 หรือเว็บไซต์  www.muaythailumpinee.com/home.html  

เวทีมวยกรุงเทพ และโรงเรียนมวยไทยวันทรงชัย  ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง โทร. 0 2618 53 14 - 6 หรือเว็บไซต์  www.muaythai.co.th , www.bangkokboxingstadium.com

เรียนทำอาหารกรุงเทพฯ

โรงเรียนสอนทำอาหารแม่บ้านทันสมัย
45/6-7 ถนนเศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์/ โทรสาร  0 2279 2831, 0 2279 2834, 0 2279 3524, 0 26196428
อีเมล์ master@mwthaicook.com เว็บไซต์ http://www.mwthaicook.com

โรงเรียนสอนการผลิตอาหารและขนมอบมาตรฐาน
บริษัท ยูเอฟเอ็มฟู้ดเซ็นเตอร์ จำกัด
593/29-39 สุขุมวิท 33/1 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทร. 0 2259 0620 - 30,  0 2260 5280 - 300 ต่อ 288, 289 โทรสาร 0 2258 5041, 0 2259 0636
อีเมล์   ufmeducation@ufmeducation.com เว็บไซต์  http://www.ufmeducation.com

ล่องแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร

เรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมอาหารค่ำ

เจ้าพระยาครูส ออกจากท่าริเวอร์ซิตี้ โทร. 0 2541 5599 www.chaophrayacruise.com
เรือแกรนด์เพิร์ล โทร. 0 2861 0255 ต่อ 201-204  www.grandpearlcruise.com
แม่ย่านาง ดินเนอร์ ครูส ออกจากท่าเรือโรงแรมโอเรียนเต็ล โทร. 0 2659 9000 ต่อ 7306
เรือมโนราห์  โทร. 0 2477 0770  www.manohracruises.com
ยกยอ มารีน่า โทร. 0 2863 0565-6  www.yokyor.co.th
เรือริเวอร์ไซต์ ออกจากโรงแรมริเวอร์ไซด์ โทร. 0 2883 1588

ติดต่อเรือเช่าล่องเจ้าพระยา
- ติดต่อได้ที่ ท่าช้าง ท่าสี่พระยา ท่าพระอาทิตย์ หรือสอบถามศูนย์ ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร โทร. 0 2225 7612-4
- มโนห์รา ดรีม เรือท่องเที่ยวหรูคลาสสิก ตกแต่งแบบไทย โทร. 0 2477 0770

ล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ-อยุธยา
มีบริการนำเที่ยวล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยา

ล่องเจ้าพระยา ด้วยเรือด่วน

จากท่าน้ำ จ. นนทบุรี  ถึงท่าน้ำวัดราชสิงขรในสมัยอยุธยาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายหลักจากอยุธยา สู่ปากอ่าวไทย  ช่วงโค้งน้ำฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา  ไหลเลียบผ่านเขตกรุงรัตนโกสินทร์ชั้นใน  หรือที่เรียกว่า  " เกาะรัตนโกสินทร์ "  ซึ่งสถาปนาในรัชกาลที่1  พ.ศ. 2325  โดยมีพระบรมมหาราชวัง และวัดพระแก้วอันงามสง่าเป็นสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมือง  ฝั่งตรงข้ามเป็นที่ตั้งของพระราชวังเดิมสมัยธนบุรี  และวัดอรุณราชวราราม   ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวต่างประเทศตลอดสายน้ำเจ้าพระยา ทางนี้มีท่าเรือหลายแห่งให้แวะขึ้นไปเดินชม  มีทั้งตลาดดั้งเดิมคู่กรุงเทพฯ ตลาดดอกไม้ ผักผลไม้ ไม้ ดอก ไม้ประดับ รวมทั้งแหล่งอาหารและแหล่งจับจ่ายที่ได้สัมผัสสีสันวิถีชีวิตของคนกรุงเทพ ฯ ได้ตั้งแต่ ย่ำรุ่งจนถึงยามค่ำคืน หรือจะชมทิวทัศน์ของสถาปัตยกรรมทางน้ำ ทั้งโบสถ์ฝรั่ง มัสยิด วังเจ้านาย   บ้าน โบราณของคหบดี บริษัทห้างร้านของชาวตะวันตกที่แทรกสลับด้วยอาคารสำนักงานหรูทันสมัย ที่สะท้อน การผสมผสานสองบุคลิกของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นทั้งมหานครแห่งความทันสมัย และศูนย์กลางแห่งศิลป วัฒนธรรมแห่งชาติ นอกจากการนั่งเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำแล้ว จุดที่แนะนำให้แวะขึ้นไปเดินเที่ยว ได้แก่ ปากคลองตลาด แหล่งขายส่งดอกไม้และพืชผักผลไม้แห่งใหญ่ เทเวศร์ แหล่งขายต้นไม้และย่าน อาหารอร่อย แต่ที่ไม่ควรพลาดคือ การเดินชมย่านไชน่าทาวน์เยาวราช  จากท่าน้ำราชวงศ์เดินเลียบไป ตามถนนราชวงศ์เข้าสู่ย่านไชน่าทาวน์ริมถนนเยาวราช แวะเข้าไปนั่งดื่มน้ำชา กาแฟที่ร้านกาแฟโบราณ หรือ ชิมอาหารจีนในภัตตาคารรุ่นแรก ๆ ของเยาวราชบนถนนพาดสาย หากมีเวลาอาจเดินต่อไปทางสำ เพ็ง และพาหุรัด หรือ ลิตเติ้ลอินเดีย แหล่งขายผ้า อาหาร และเครื่องเทศแบบอินเดีย 

อีกแหล่งที่ไม่ควรพลาดคือ ท่าพระอาทิตย์ ยามเย็นเดินชมอาคารเก่าริมแม่น้ำตามเส้นทางเดินเลียบแม่ น้ำเจ้าพระยาสุดทางที่สวนสันติชัยปราการ ภายในสวนมีพระที่นั่งสันติชัยปราการริมน้ำไม่ไกลจากพระที่ นั่งมีต้นลำพูต้นสุดท้ายของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "บางลำพู" ภายในบริเวณยังเป็นที่ตั้งของป้อม พระสุเมรุ ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ป้อมรอบเกาะรัตนโกสินทร์ที่เหลืออยู่ 

เรือโดยสารของบริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา บริการทุกวันจากท่าวัดราชสิงขรถึงท่าน้ำนนทบุรี (ในช่วงเวลา เร่งด่วนไปท่าเรือปากเกร็ด ) เที่ยวแรก เวลา 06.00 น. เที่ยวสุดท้าย  เวลา  18.40 น.

ตัวอย่างโปรแกรมท่องเที่ยวทางน้ำ ของบริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา

ล่องเรือสุขสันต์ กับเรือด่วนเจ้าพระยา (เส้นทางจากท่าสาทรถึงท่าพระอาทิตย์)

บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09.30-15.00 น. ออกทุกๆ 30 นาที เรือโดยสารพิเศษ สำหรับเดินทางท่องเที่ยว แม่น้ำเจ้าพระยาสามารถใช้เดินทางขึ้น-ลงได้ตลอดทั้งวัน ให้บริการโดย บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด สะดวกสบายด้วยเรือโดยสารขนาดใหญ่ พร้อมมัคคุเทศก์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวบนเรือ ให้บริการเชื่อม ต่อจาก สถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน จากท่าเรือสาทร ไปยังท่าเรือพระอาทิตย์ ซึ่งให้บริการรับ-ส่ง 10 ท่าเรือที่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวรอบเกาะกรุงรัตนโกสินทร์  สามารถแวะชมสถานที่ที่น่าสนใจริมแม่น้ำเจ้า พระยา อาทิ พระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว วัดโพธิ์, พิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธี เยาวราช ศาลเจ้าพ่อกวน อู และถนนข้าวสารเป็นต้น  ราคาชุดบัตรโดยสาร 100 บาท  จำหน่ายบัตรที่ท่าเรือสาทร (สะพานตากสิน)

ล่องเรือสุขสันต์ ไหว้พระ 9 สิ่งศักดิ์สิทธิ์

บริการทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.09 น. ขึ้นเรือที่ ท่าเรือมหาราช (อยู่ระหว่างท่าช้าง และท่า พระจันทร์) แวะสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 9 แห่งได้แก่ 1. หลวงพ่อซำปอกง (พระพุทธไตรรัตนนายก) ณ วัดกัลยาณมิตร 2. ศาลเจ้าเกียงอันเก็ง 3. ศาลเจ้ากวนอู และชมสวนสมเด็จย่า 4. พระปรางค์ วัดอรุณราช วราราม  5. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม  6. วัดสามพระยา (บางขุนพรหม) 6. พระแซกคำ ณ วัดคฤหบดี  7. พระพุทธเทวราชปฎิมากร ณ วัดเทวราชกุญชร พร้อมให้อาหารปลา บริเวณหน้าวัด 8.วัดพระศรีรัตนศาสดาราม อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ 199 บาท เด็ก 99 บาท (สูงไม่เกิน 100 ซม.)

ล่องเรือสุขสันต์ เที่ยวเกาะเกร็ด

บริการทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 10.00-16.30 น. เรือออกจากท่าเรือสาทร(ตากสิน) สู่ท่าเรือมหาราช มุ่งสู่วัด เฉลิมพระเกียรติเพลิดเพลิน กับความงามของอุทยานทางน้ำแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมกับให้อาหาร ปลาหน้าวัด จากนั้นเดินทางต่อไปยังเกาะเกร็ด ชมความงามของวัดปรมัยยิกาวาสวัดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี ซึ่งมีประวัติมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ทั้งศิลปะทางสถาปัตยกรรม ภาพจิตรกรรมฝาผนัง และ ลายปูนปั้นในพระอุโบสถ จากนั้นแวะหมู่บ้านชาวมอญชมการสาธิตการทำ เครื่องปั้นดินเผา และเดินทาง โดยเรือกลับสู่กรุงเทพฯ อัตราค่าบริการ คนละ  300 บาท ติดต่อ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด โทร.0 2623 6001-3, 0 2222 5330 โทรสาร 0 2225 3002  เว็บไซต์ www.chaophrayaboat.co.th

คลองด่าน

จากคลองบางกอกใหญ่เลี้ยวซ้ายเข้าสู่คลองด่าน ซึ่งขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เพื่อเป็นเส้นทางลำเลียง สินค้า จากเพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ราชบุรี สินค้าที่ลำเลียงมาเป็นจำพวกอ้อยและน้ำตาล ซึ่ง เป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ ตั้งแต่หลัง การทำสนธิสัญญาเบอร์นีกับอังกฤษในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นสินค้าที่ ชาวตะวันตกต้องการและให้กำไรมาก เพราะเป็นเส้นทางลำเลียงสินค้านี่เอง ตรงนี้จึงเป็นด่านเก็บภาษีอัน เป็นที่มาของชื่อคลอง

คลองนี้แบ่งเป็นสามช่วงตามชื่อเรียก คลองด่าน จะสิ้นสุดตรงวัดราชโอรสาราม ต่อไปเป็นคลองสนามชัย หรือคลองมหาชัย เป็นจุดที่รัชกาลที่ 3 ได้เปิดโขลนทวารไปรบพม่า ที่ด่านเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี คลองโคกขาม เป็นจุดที่เกิดตำนานพันท้ายนรสิงห์ ปัจจุบันยังมีเรือบรรทุกทรายหินจากมหาชัยมาตามเส้น ทางนี้ เพราะคลองนี้จะไปออกที่ แม่น้ำท่าจีนได้

คลองด่าน มีสถานที่น่าสนใจ ดังนี้

วัดปากน้ำ

เป็นวัดในสมัยอยุธยาตอนปลาย แต่หลังจากที่มีการปฏิสังขรณ์วัดใหม่ ปัจจุบันจึงเหลือเพียงหอไตรที่ยัง เป็นของ เก่าอยู่ เป็นฝีมือช่างสมัยพระนารายณ์ยังเห็นลวดลายสลัก เป็นรูปกระจังที่ซุ้มประตูหน้าต่างและ หน้าบันยังสมบูรณ์และงดงาม ที่วัดนี้มีโรงเรียนปริยัติธรรมภาวนานุสนธ์ ประชาชนมาทำบุญสักการะหลวง พ่อวัดปากน้ำกันทุกวัน

วัดอับสรสวรรค์วิหาร

มีอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดหมู” ประวัติความเป็นมาของชื่อนั้นน่าสนใจ เล่ากันว่าผู้สร้างวัดนี้เป็นเศรษฐีจีน ชื่อ อู๋ จึงเรียกวัดจีนอู๋ ต่อมาจึงเพี้ยนไปเป็นวัดหมูแต่ที่น่าสนใจ มากกว่านั้น และผูกพันกับวิถีชีวิตชาวบ้าน คือ ชาวบ้านบริเวณวัด ส่วนมากมีอาชีพ เลี้ยงหมูและขายหมูเป็นหลัก ในวัดเองก็เต็มไปด้วยหมูที่ชาวบ้านนำ มาปล่อยแก้บน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 เจ้าจอมน้อย สุหรานากงผู้ที่มีท่วงท่ารำที่งดงามมากดุจนางอัป สรสวรรค์ เห็นสภาพวัดชำรุดทรุดโทรม จึงมาปฏิสังขรณ์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้าพระยาพลเทพ ผู้เป็น บิดา จากนั้นจึงกำหนดให้เป็นชื่อของวัด

วัดนางชี

บรรยากาศภายในวัดร่มรื่นมากประดับตกแต่ง ด้วยต้นไม้นานาพันธุ์งดงามมาก พระอุโบสถที่วัดนี้มีมาตั้ง แต่สมัยอยุธยาแต่วัดนี้มาบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 3 รูปแบบ ทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมในวัดจึงเป็น แบบจีน โดยปกติไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ส่วนที่พระวิหารมีเตียงไม้มะเกลือ แบบจีนที่สลักลวดลาย วิจิตรงดงามมาก ซึ่งพระยาโชดึกราชเศรษฐี นำมาถวายวัดเนื่องจากบุตรีของท่านคลอดบุตรแล้วเสียชีวิต บนเตียงนี้

วัดนี้เป็นวัดเดียวในกรุงเทพที่มีประเพณีชักพระ จึงจะอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และ พระสาวก ประดิษฐานยังบุษบก แล้วชักแห่ไปทางเรือเข้าคลองชักพระแล้วแวะเลี้ยงเพลที่วัดไก่เตี้ย ก่อน จะย้อนกลับทางขวาเข้า คลองบางกอกน้อย ออกแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วกลับเข้าคลองบางกอกใหญ่ กลับ วัดนางชี ถือเป็นการทักษิณาวัตรบางกอก ประเพณีนี้จะกระทำทุกวันแรม 2 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี เป็นวัน สิ้นฤดูฝน จะมีการละเล่นต่าง ๆ เช่น แข่งเรือ เพลงเรือ และแห่เรือ

วัดหนังราชวิหาร

สันนิษฐานว่าเป็นวัดสมัยอยุธยาเดิมเป็นวัดราษฎร์ มาบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยสมเด็จ พระศรีสุราลัย พระบรมราช ชนนีในรัชกาลที่ 3 และยกฐานะเป็นพระอารามหลวง เล่ากันว่าคงเป็นเพราะท่านมีนิวาสถาน อยู่บริเวณนี้จึงได้มาบูรณะ ที่นี่

วัดนางนองวรวิหาร

อยู่ตรงข้ามฝั่งคลองกับวัดหนังสร้างในสมัยอยุธยามาบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 3 ภายในพระอุโบสถประดิษ ฐานพระพุทธ รูปสมัยสุโขทัย สร้างด้วยสัมฤทธิ์ ลงรักปิดทองทรงเครื่องน้อยซึ่งเครื่องทรงนั้นทำแยกต่าง หาก จากองค์พระนับเป็นงาน ปฏิมากรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ พระมหามงกุฏของพระประธานสร้าง ขึ้นใหม่ เนื่องจากของเก่านั้น รัชกาลที่ 3 ทรง โปรดให้อัญเชิญไปอยู่ที่ยอดนภศูลของพระปรางค์ วัดอรุณ จิตรกรรมฝาผนังที่วัดนี้มีทั้งการเขียนด้วยลายรดน้ำ แบบไทย รูปดอกพุดตาน และลายกำมะลอแบบจีน เรื่อง สามก๊ก ฮ๊ก ล๊ก ซิ่ว ม้าหมู่บูชาสวยงามมากทีเดียว (การเขียนลายกำมะลอ เป็นการเขียนลงรัก ปิด ทอง แล้วนำสีมาแต้ม)

วัดราชโอรสาราม หรือ วัดจอมทอง

มีทางเดิน เชื่อมกับวัดหนังเป็นวัดเก่าตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และเป็นวัด ประจำรัชกาลที่ 3 พระองค์มา บูรณะวัดนี้ตั้งแต่ ยังดำรงพระยศเป็น กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ที่มุมหนึ่งด้านนอกพระอุโบสถมีพระแท่น ที่ ประทับอยู่ใต้ต้นพิกุล (เล่ากันว่า เวลาที่ท่านเสด็จมาที่วัดนี้ มักจะประทับที่ใต้ต้นพิกุลต้นนี้) เป็นวัดแม่ แบบของการสร้างโบสถ์แบบพระราชนิยม ในรัชกาลที่ 3 ที่หน้าบันจะไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ประดับ ตกแต่งด้วยถ้วยชามเบญจรงค์ ภายในโบสถ์ประดิษฐาน พระประธานเป็นปางสมาธิ ฐานชุกชีนั้นนับว่ามี ความละเอียดงดงามที่สุดก็ว่าได้ มีตราพระราชลัญจกรของรัชกาลที่ 3 เป็นรูปปราสาทและภายในฐานนั้น บรรจุพระสรีรังคาร ของรัชกาลที่ 3 จิตรกรรมฝาผนังเป็นรูปม้าหมู่บูชาทั้งหมดสวยงามมาก

การปีนหน้าผาในกรุงเทพ

เป็นการปีนหน้าผาในลักษณะเพื่อการท่องเที่ยวนั้น ตามจุดปีนหน้าผาส่วนใหญ่จะมีอุปกรณ์การฝึกพื้นฐาน สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีประสบการณ์ โดยมีผู้ชำนาญเส้นทางเป็นผู้ฝึกให้ แต่ถ้านักท่องเที่ยวท่านใด ต้องการที่จะเตรียมความพร้อมของตนเองก่อน เพื่อที่จะไปปีนผาที่มืออาชีพไปกัน ซึ่งไม่ใช่ไปปีนเพียง เพื่อความสนุกสนานเท่านั้น เพราะมีจุดปีนผาหลายจุดที่ต้องอาศัยความชำนาญ และการฝึกฝนมากกว่า สำหรับผู้ที่สนใจกีฬาการปีนหน้าผา ต้องการทดลองหาประสบการณ์ก่อนตัดสินใจ สามารถเรียนรู้และฝึก หัดการปีนผาที่ถูกวิธี หรือจะฝึกหัดให้ชำนาญเพื่อไปพิชิตจุดชมวิวที่สวยงามก็สามารถติดต่อชมรม ปีน หน้าผาต่าง ๆ ดังนี้

Bangkok Rock-climbing Club (ชมรมปีนหน้าผากรุงเทพ)

531 ซ.วัดภัคคินีนาถ บางพลัด กรุงเทพฯ 10700 เปิดบริการทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (วันธรรมดาต้องติดต่อล่วงหน้า) ตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 18.00 น. โทร. 0 2434 6100, 0 2433 6417-8 อัตราค่าบริการ 150 บาทต่อคน (ราคานี้ไม่รวมค่าอุปกรณ์) หรือ 350 บาทต่อคน (รวมอุปกรณ์) และใน บางครั้งทางชมรมจะมีการจัดอบรมนอกสถานที่ เช่น ที่จังหวัดเพชรบุรี (เขาย้อย) ค่าบริการ 5,400 บาท ต่อคน www.thaiclimbling.com

Out Side


1 หมู่ 11 ถ.สี่แยกวังหิน(ใกล้กับห้างจัสโก้วังหิน) แขวงลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230 โทร. 0 2942 2057-8, 0 2942 1931 เปิดบริการทุกวันพุธ - ศุกร์ เวลา 16.00 น. - 23.00 น. วันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 13.00 น. - 18.00 น. ค่าบริการ 150 บาทต่อครั้ง (สำหรับบุคคลทั่วไป) และ 100 บาท ต่อครั้ง (สำหรับสมาชิก) ค่าสมัครสมาชิกปีละ 600 บาท นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมการปีนหน้าผาจำลองความสูง 7 เมตร ราคา 2,500 บาท ใช้เวลาในการอบรม 3 วัน

แต่ละชมรมจะจัดกิจกรรมการปีนหน้าผา โดยเริ่มจากการฝึกหัดการปีนที่ถูกวิธี และฝึกความชำนาญ แล้ว จัดรายการเดินทางไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศ เช่น กระบี่ อุทัยธานี เพชรบุรี ชลบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และตาก (แม่สอด) ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ชมรมโดยตรง

นอกจากชมรมเหล่านี้แล้ว นักท่องเที่ยวสามารถฝึกทดลองปีนหน้าผาจำลอง ได้จากค่ายทหารทุกแห่งที่ เปิดให้นักท่อง เที่ยวเข้าไปเยี่ยมชม แต่ละค่ายได้รวมการปีนหน้าผาไว้เป็นกิจกรรมหนึ่ง โดยสร้างหน้าผา จำลองไว้เป็นอุปกรณ์ หนึ่งที่ใช้ฝึกความกล้าหาญ

ขี่จักรยานเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์

ในปัจจุบันพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์โดยเฉพาะส่วนในสุด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ส่วนราชการ ในวันเสาร์กลางคืน และเช้าวัน อาทิตย์ รถยนต์มีน้อย การจราจรไม่พลุกพล่าน จักรยานสามารถใช้ถนนได้อย่างสะดวกและ ปลอดภัย จึงเป็นโอกาสอันดีที่ผู้รักจักรยาน จะนำรถจักรยานของตนมาขี่ชมการประดับไฟฟ้าส่องสว่าง โบราณสถาน อันสวยงามในตอนกลางคืน และชมกรุงรัตน โกสินทร์อันสงบเงียบในช่วงเช้า การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) จึงสำรวจและจัดทำเส้นทางจักรยานรอบเกาะรัตน โกสินทร์ขึ้น โดยเส้นทางดัง กล่าวมีหลักอยู่ 3 ประการ คือ

ประการแรก ใช้ถนนปรกติให้มากที่สุด เพื่อยืนยันแนวคิดที่ว่า จักรยานก็มีสิทธิในการใช้ถนนเช่น เดียวกับยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์ทุกชนิด
ประการที่ 2 หลบเลี่ยงพื้นที่ที่มีการจราจรพลุกพล่านมากที่สุด เพื่อความเพลิดเพลินในการขี่จักรยาน ชมเกาะรัตนโกสินทร์
ประการที่ 3 แวะชมสถานที่สำคัญให้มากที่สุด

เส้นทางจักรยานรอบเกาะรัตนโกสินทร์อาจเริ่มต้นจากจุดใดก็ได้บนเส้นทางสายนี้ ขอเพียงอยู่บนเส้นทาง ผู้ใช้จักรยานก็จะมีความมั่นใจในการใช้จักรยานมากขึ้น และได้ชมสถานที่ที่น่าสนใจได้อย่างครบถ้วน ใน ที่นี้ขอใช้ถนนราชดำเนิน นอกบริเวณหน้า ททท. เป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทาง

เส้นทางช่วงที่ 1 ททท.ราชดำเนิน-ลานพลับพลาเจษฎาบดินทร์ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร

เริ่มจากอาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก ใช้เส้นทางคู่ขนาน ตรงไปสะพานผ่าน ฟ้าลีลาศเมื่อ ถึงสี่แยกไฟแดงหยุดรอสัญญาณเหมือนรถยนต์ทั่วไป ต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่ง ครัดเมื่ออยู่บนถนนสาธารณะ ทาง ซ้ายมือ คือ ตึกเก่าของกระทรวงคมนาคม ที่เกาะกลางถนนจะมองเห็น ต้นมะขามเรียงรายร่มรื่น เป็นระยะ ๆ ตลอดเส้นทาง

เมื่อเคลื่อนที่ไปตามสัญญานไฟแล้วก็เลี้ยวขวาขึ้นสะพานผ่านฟ้าลีลาศเข้าถนนราชดำเนินกลาง จุดนี้ควร ระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีรถยนต์พลุกพล่านและต้องแล่นตัดเส้นทางจราจรเป็นรูปกากบาท หากขี่กันเป็น ขบวนต้องมีการเกาะกลุ่ม โดยเฉพาะในจุดอันตรายเพื่อเคลื่อนที่ไปพร้อมๆ กันเมื่อมองไปรอบตัวสะพาน ผ่านฟ้าลีลาศจะเห็นสิ่งสำคัญ ๆ ของเกาะรัตนโกสินทร์มากมาย จุดแรกที่หยุด คือ ลานพลับพลาเจษฎา บดินทร์ จากจุดนี้เองจะเห็นโลหะปราสาท ตั้งตระหง่านมีฉากหลังเป็นพระบรมรูปรัชกาลที่ 3 ด้านซ้ายเป็น ป้อมมหากาฬและกำแพงพระนคร ริมป้อมเป็นคลองรอบกรุง ไกลออกไปเป็นภูเขาทอง หากเป็นช่วงเวลา กลางคืนก็จะสวยงามเพราะมีการประดับไฟส่องสว่าง

เส้นทางช่วงที่ 2 ลานพลับพลาฯ-เสาชิงช้า ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

จากลานพลับพลาเจษฎาบดินทร์ ใช้เส้นทางไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนดินสอขี่ ไปบนเส้นทางเดินรถมวลชน เมื่อไปได้ช่วงหนึ่งก็จะเข้าสู่ย่านเสาชิงช้า ซ้ายมือ คือ ศาลาว่าการกรุงเทพ มหานคร ศูนย์กลางการบริหารงานส่วนท้องถิ่นชาว กทม. ถัดมาทางขวามือเป็นเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ ศูนย์กลางของผู้นับถือศาสนาพราหมณ์ใน ประเทศไทย เมื่อไปถึงสามแยก เป็นจุดที่ควรระวังเป็นพิเศษ ต้องหยุดรอสัญญาณจราจร แล้วแยกเข้าสู่ลานเสาชิงช้า

จากลานเสาชิงช้า ด้านหนึ่ง คือ ถนนบำรุงเมือง ถนนสายเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ในอดีต เสาชิงช้า และ วัดสุทัศน์เทพวรา รามฯ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครและลานคนเมือง ทาง กทม. ได้ประดับไฟที่บริเวณ จุดนี้ด้วยเช่นกัน

เส้นทางช่วงที่ 3 เสาชิงช้า-วัดโพธิ์ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

ออกจากเสาชิงช้า ขี่เลียบกำแพงวัดสุทัศน์ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนตีทอง ตรงไปถึงสามแยกเข้าถนนราชบพิธ ซึ่งต้องระวังรถทางแยก เมื่อเข้าถนนราชบพิธจะร่มรื่นด้วยต้นไม้และเงียบสงบ จากนั้นขี่ตรงไปข้ามสี่แยก ตัดถนนเฟื่องนคร ผ่านไปหน้าวัดราชบพิธฯ แล้วแล่นตรงต่อไปจนถึงสามแยกตัดถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้าย ขึ้นสะพานช้างโรงสี ข้ามคลองคูเมืองเดิมเข้าถนน กัลยาณไมตรี สองข้างทางเป็นตึกสวย ซ้ายเมืองเป็น กรมแผนที่ทหาร ขวามือคือกระทรวงกลาโหม แล้วตรงไปจนถึงสามแยก ตัดถนนสนามไชย เลี้ยวขวาขึ้น บาทวิถี เลียบหน้ากระทรวงกลาโหม ผ่านปืนใหญ่ที่ตั้งหน้ากระทรวง หนึ่งในนี้ คือ นางพญาตานี ปืนใหญ่ ที่สวยที่สุดด้วย จอดพักที่ศาลหลักเมือง และวัดพระแก้ว แล้วขี่ย้อนกลับผ่านสวนสราญรมย์ และไปกลับ รถตามวงเวียนหน้ากรมการรักษาดินแดน เลี้ยวซ้ายเลียบวัดโพธิ์ ผ่านท่าเตียน แล้วเลาะไปชมวัดอรุณฯ ที่ท่าสุพรรณ จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปหยุดพักที่วัดโพธิ์ ภายในลานวัดโพธิ์เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีการประดับไฟฟ้า สวยงามสว่างไสว พระมหาเจดีย์ 4 องค์ของวัดโพธิ์สวยงามประทับใจยิ่งนัก

เส้นทางช่วงที่ 4 วัดโพธิ์-ป้อมพระสุเมรุ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร

จากวัดโพธิ์ อ้อมกลับมาทางด้านถนนสนามไชย แล้ววนกลับตามเส้นทางเดิม พอถึงสามแยกท่าเตียนจะ เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนมหาราช จากนั้นแล่นไปตามถนนมหาราชชิดบาทวิถีเลาะเลียบกำแพง พระบรมมหา ราชวัง ท่าราชวรดิษ ท่าช้าง ท่าพระ ท่าพระจันทร์ เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนประชาธิปไตยที่ร่มรื่นด้วยต้นประดู่ ด้านหนึ่งเป็นกำแพงเก่าของวังหน้า ถึงหัวมุมสนามหลวงเลี้ยวซ้ายเลียบผ่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบ กับต้นมะขามสนามหลวงอีกครั้ง

แล่นต่อไปผ่านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งขาติ พระนครหรืออดีตวังหน้า เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนราชินี ผ่านหน้า โรงละคร แห่งชาติ วัดพระแก้ววังหน้า แล้วเลี้ยวขวาลอดใต้สะพานพระปิ่นเกล้าฯ เข้าสู่ถนนพระอาทิตย์ แล่นตรงไปจนถึงป้อมพระ สุเมรุ จุดที่ต้องระวังอีกจุดคือทางโค้งก่อนเข้าสู่ป้อม รถยนต์อาจแล่นออกมา เร็ว ให้ดูคนข้างหน้าให้ดี พอถึงป้อมพระสุเมรุจะ เลี้ยวซ้ายเขาไปทางด้านหลังของตัวป้อม

เส้นทางช่วงที่ 5 ป้อมพระสุเมรุ-กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร

จากป้อมพระสุเมรุ แล่นตามถนนพระสุเมรุจนถึงสี่แยกบางลำภู ตรงสี่แยกเป็นจุดอันตรายอีกแห่งหนึ่ง เพราะจักรยานที่ชิดซ้ายจะเลี้ยวขวา เมื่อพ้นแยกบางลำภู รถจะน้อยทำให้ขี่จักรยานได้สบายขึ้น จากบาง ลำภูขี่ตรงไปจนถึงหน้าโรงพักชนะสงคราม เลี้ยวซ้ายเข้าถนนข้าวสาร บริเวณนี้หากเป็นเวลากลางคืนจะมี นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศออกมานั่งดื่ม และรับประทานอาหาร เดินเล่นหรือซื้อของที่วางขายอยู่ บรร ยากาศคึกคักน่าสนุกสนานมาก ออกจากถนนข้าวสาร จะกลับไปถนนสิบสามห้าง และกลับออกสู่ถนน ราชดำเนินกลางอีกครั้งหนึ่ง โดยแล่นบนบาทวิถี แล่นข้ามสะพานผ่านฟ้าฯ ไปเข้าถนนคู่ขนานริม ซ้ายสุด ตามถนนราชดำเนินนอก ไปเลี้ยวขวากลับรถมาสิ้นสุดการเดินทางที่กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาอีก ครั้งหนึ่ง

กอล์ฟในกรุงเทพฯ

สนามกอล์ฟต่างๆ ในกรุงเทพฯ 

สนามกอล์ฟทหารบก ถนนรามอินทรา กิโลเมตรที่ 1  โทร. 0 2521 5338-9, 0 2521 1184-5 (2 สนามๆ ละ 18 หลุม)
สนามกอล์ฟกรุงเทพกรีฑา ถนนกรุงเทพกรีฑา หัวหมาก โทร. 0 2379 3732, 0 2379 3768, 0 2379 3716 (18 หลุม)
สนามกอล์ฟนวธานี ถนนสุขาภิบาล 2 (เสรีไทย) โทร. 376-1030-2, 0 2255 1420-8 (18 หลุม)
สนามกอล์ฟราชกรีฑาสโมสร ถนนอังรีดูนังต์ โทร. 0 2251 0181-6, 0 2255 1420-8 (18 หลุม)
สนามกอล์ฟทหารอากาศกานตรัตน์ ถนนวิภาวดีรังสิต โทร. 0 2523 6441, 0 2534 3840-1 (18 หลุม)
สนามกอล์ฟราชนาวี ถนนสุขุมวิท (แยกบางนา) โทร. 0 2393 1652, 0 2393 1637 (9 หลุม 2 สนาม)
สนามกอล์ฟยูนิโก้ ถนนกรุงเทพกรีฑา โทร. 0 2379 3752, 0 2379 3780 (18 หลุม)
สนามกอล์ฟปัญญาอินทรา ถนนรามอินทรา โทร. 0 2943 0010-24, 0 2519 5840-3 (27 หลุม)

สนามไดร์กอล์ฟ

สนามไดร์กอล์ฟนัมเบอร์วันไดร์วิ่งเร้นท์ (เป็นสนามไดร์ฟกอล์ฟติดแอร์แห่งเดียว พร้อมบริการอาหาร รสเด็ด) 19/7 ม. 13 ถนนประชาอุทิศ แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กทม. 10310

ท่องเที่ยวเขตทหาร กรุงเทพมหานคร

กิจกรรมในเขตพื้นที่ทหารใน กรุงเทพฯ มีหลายแห่ง

กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์  (สนามเป้า)  

กีฬาขี่ม้า ทางกองพลเปิดให้มีการเรียนการสอนโดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับเบื้องต้น ระดับ พัฒนา ระดับนักกีฬา ให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธและวันหยุดนักขัตฤกษ์   โทร. 0 2297 5133, 0 2357 1024 

สนามเทนนิส กรมทหารม้าที่ 2 มีสนามเทนนิสที่ได้มาตรฐาน พร้อมเปิดให้บริการการเรียนการสอน ให้กับเยาวชนและผู้ที่ให้ความสนใจในกีฬาประเภทนี้ เข้ามาใช้บริการเพื่อเป็นการฝึกสมาธิและทดสอบ สภาพจิตใจ

สนามฝึกซ้อมกอล์ฟ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. สนามฝึกซ้อมเป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นละ 12 ช่อง  รวม 24 ช่อง โดยเปิดให้บริการกับสมาชิกและบุคคลทั่วไป นอกจากนี้ยังมีโปรฯประจำ สนามอีก 2 ท่านคอยให้ความช่วยเหลือกับนักกอล์ฟที่มาใช้บริการ โทร. 0 - 2297 - 5109

ชมรมยิงปืนยานเกราะ(สนามเป้า) โทร. 0 2297 5086 ทุกวัน 09.00-17.30
ชมรมยิงปืนยานเกราะ(เกียกกาย) กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ โทร. 0 2241 1688, 0 2241 1659 
สนามยิงปืนกรมการรักษาดินแดน  กรมการรักษาดินแดน โทร. 0 2222 4840, 0 2221 2871 
กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (แจ้งวัฒนะ)

กีฬาประลองยุทธเพ้นต์บอล เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไปสำหรับที่กรมทหารราบที่ 1 มี ความสมจริงเหมือนกับว่าคุณอยู่ในสนามรบ เพื่อเป็นการท้าทายความสามารถของคุณ พร้อมกับเป็นการ ฝึกความสามัคคีและการทำงานเป็นหมู่คณะ
กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (แจ้งวัฒนะ) 

กระโดดหอ 34 ฟุต กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลนั้น มีความชำนาญในส่วนของการโดดร่มทุกชนิดครูฝึก ทุกคนจะต้องผ่านการทดสอบการกระโดดหอ 34 ฟุต ที่ทั้งเสียวและน่าตื่นเต้น พร้อมที่จะให้บริการกับทุก ท่านผ่านวิกฤตความตื่นเต้นเป็นความสนุกสนาน

สอบถามเพิ่มเติม ข้อมูลท่องเที่ยวเขตทหาร โทร. 0 2203 4260-4

ล่องคลองบางกอกน้อย จ.กรุงเทพมหานคร

ชลมารคนี้ มีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยแล้ว ต่อมาสมัยอยุธยาจึงมีพระราชพิธีกฐินหลวง ทางชลมารค

วัดสุวรรณาราม

เป็นพระอารามหลวง ก่อสร้างสมัยอยุธยาตอนปลาย ครั้งหนึ่งในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีเคยใช้เป็นลาน ประหารหมู่เชลยศึกพม่า เนื่องจากท่านเกรงว่านักโทษจะแหกคุกตอนที่จะยกทัพหลวงขึ้นไปต้านพม่าที่ พิษณุโลก สิ่งที่เป็นสมบัติล้ำค่าของวัด นี้และของประเทศชาติอยู่ในพระอุโบสถ นั่นก็ คือ ภาพจิตรกรรม ฝีมือเยี่ยมของช่างหลวงสมัยรัชกาลที่ 3 และจิตรกรชั้นครู ซึ่งเขียนประชันกัน อย่างคงแป๊ะที่ถนัดภาพ มโหสถ และอาจารย์ทองอยู่วาดชาดกตอนเตมีราช

วัดศรีสุดาราม (วัดชีปะขาว)

สร้างในสมัยอยุธยาและมาบูรณะในสมัยรัชการที่ 1 และวัดนี้เคยเป็นที่จำพรรษาเมื่อครั้งสุนทรภู่เป็นภิกษุ นักท่องเที่ยว จะหยุดแวะให้อาหารปลาที่หน้าวัดนี้เสมอ

ตลาดน้ำตลิ่งชัน

มีเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ตั้งแต่ 7.00-16.00 น. พ่อค้าแม่ค้าซึ่งเป็นชาวสวน ในพื้นที่จะนำผลผลิตจากสวนซึ่ง มีทั้งพันธุ์ไม้ ผักสด ปลา และอาหารต่าง ๆ มาจำหน่ายผลัดเปลี่ยนไปตามฤดูกาล และยังมีร้านอาหารบน แพริมน้ำ เรืองล่องชมสวน

วัดนายโรง

สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา แล้วมาปฏิสังขรณ์ ในสมัยรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4 ตามประวัติผู้สร้างโบสถ์ ที่นี่ คือ นายโรง ละคร จึงเรียกที่นี่ว่า วัดนายโรง ที่วิหารมีรูปปั้นของนายโรงละคร ภาพจิตรกรรมฝาผนัง เป็นฝีมือช่างพื้นบ้านมีการสอด แทรกอารมณ์ขันของศิลปินไว้ในภาพ ส่วนบนจะเป็นภาพพุทธประวัติ ภาพ เทพ คนธรรม์ ชาวต่างประเทศ และภาพเทพ ชุมนุมซึ่งแบบนำมาจากพระที่นั่งพุทไธสวรรค์ ซี่งนำแบบมา จากวัดใหญ่สุวรรณารามที่เพชรบุรีอีกต่อหนึ่ง

วัดสุวรรณคีรี (วัดขี้เหล็ก)

ตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่งพอดี คือทางที่แยกไปคลองชักพระและบางกรวย ทางวัดจึงได้สร้าง พระพุทธรูป ปางห้ามสมุทรไว้หน้าวัดเพื่อเป็นเครื่องกันอาถรรพ์ เป็นความเชื่อที่ถือมาแต่โบราณ ภายในโบสถ์ที่ประดับ ด้วย รูปแกะนารายณ์ทรง สุบรรณฝีมือช่างจิตรลดาและภาพไม้แกะสลัก เป็นรูปศาสนสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุหริภุญชัย และพระธาตุพนม โบสถ์เปิดทุกวันถึง 17.00 น สิ่งที่น่าสนใจ อีกอย่างหนึ่งคือ หอไตรซึ่งมีบานประตู เขียนลายทองทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายหน้ากระดานเป็นก้ามปูสวย งามมาก ลวดลายแบบนี้จะนิยมในสมัยรัชกาลที่ 4

วัดไก่เตี้ย

มีหอพระไตรปิฏกเก่าสมัยอยุธยา แต่ทางวัดไม่ได้บูรณะ พระบรมสารีริกธาตุจากวัดนางชีมาขึ้นที่นี่ และ ประกอบพิธีก่อน จะนำออกสู่คลองบางกอกน้อย แม่น้ำเจ้าพระยา และคลองบางกอกใหญ่ตามลำดับ

วัดชลอ

ตั้งอยู่ที่อำเภอบางกรวย มีโบสถ์เก่าสมัยอยุธยาตอนต้น ฐานโบสถ์ตกท้องช้าง อิฐที่ใช้ก้อนจะใหญ่มาก ซี่งสมัยนี้หาดูได้ยาก ใบเสมา ทำจากศิลาแลงที่นิยมในสมัยอู่ทอง

วัดโพบางโอ

ต้องเดินเข้าไปประมาณ 200 เมตร จากท่าเรือ มีภาพจิตรกรรมแป้งสาคูเปียกฝีมือช่างสกุลนนทบุรี เป็นวัด เก่าในสมัยอยุธยา และได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยกรมหลวง เสนีบริรักษ์ (ต้นสกุล เสนีวงศ์) พระโอรส ในกรมพระราชวังหลัง โบสถ์มีลักษณะคล้ายวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสาย่อ มุมไม้สิบสอง และเอนเข้าหากัน เพื่อเป็นการรับน้ำหนักของตัวอาคาร หน้าบันเป็นเครื่องไม้จำหลักทรงโรงลดชั้นสามชั้น มีลวดลายจีนแบบพระราชนิยม ในสมัยรัชกาลที่ 3 ใบเสมาเป็นหินทรายมีเจดีย์ล้อมรอบตัวพระอุโบสถ ทั้งสี่ด้าน ซุ้มบันแถลงทำจากปูนน้ำอ้อย

วัดบางอ้อยช้าง

ที่มณฑปริมน้ำเป็นที่ประดิษฐาน รอยพระพุทธบาทอายุเกือบ 200 ปี นำมาประดิษฐานที่นี่ตั้งแต่ พ.ศ. 2359 สันนิษฐานว่า พระอธิการทองอยู่เจ้าอาวาสองค์แรก ของวัดนี้ได้มาครั้งที่ขึ้นไปพิษณุโลกเพื่อหาไม้ มาสร้างวัด

วัดแก้วฟ้า

สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระมหาจักรพรรดิ์ (อยุธยาตอนต้น) และมาบูรณะในสมัยพระพุทธเลิศหล้าน ภาลัย แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อุโบสถวัดแก้วฟ้ามีพระเจดีย์อยู่ด้านหลัง เป็นความเชื่อมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย การที่มีเจดีย์ประธานอยู่ด้าน หลัง เพื่อประสงค์ให้ผู้ที่มานมัสการพระประธาน ได้สักการะไปถึงพระบรม สารีริกธาตุและพระจุฬามณีเจดีย์ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ด้วย

วัดปราสาท

สร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (อยุธยาตอนปลาย) ที่หน้าบันพระอุโบสถเป็นไม้สักสลักรูป นารายณ์ทรงครุฑ (ปัจจุบันตัวครุฑได้หายไปแล้ว) เครื่องบน เป็นไม้สักตกแต่งด้วยรวยมอญงดงามมาก ตรงหุ่นนก (สามเหลี่ยม ข้างรวย มอญ) เป็นรูปราชสีห์และคชสีห์ลักษณะทางสถาปัตยกรรม เป็นโบสถ์ แบบมหาอุดไม่มีการเจาะฝาผนังเลย ฐานพระอุโบสถเป็นแบบตกท้องช้างหรือท้องสำเภา(การสร้างโบสถ์ แบบตกท้องช้างนั้นหากอธิบายด้วยเหตุผลทางสถาปัตยกรรม เมื่ออากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสูงอากาศเย็น จะพัดเข้าแทนที่ได้สะดวก ภาพจิตรกรรมเขียนขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายโดย ฝีมือของสกุลช่างชั้นสูง นนทบุรี นับว่าเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่เก่าแก่ที่สุดในขณะนี้ของจังหวัด ถือว่าวัดนี้เป็นวัดหนึ่งที่ดำเนิน การอนุรักษ์โบสถ์ และศิลปกรรมได้อย่างถูกวิธี จึงทำให้เป็นแหล่งวิทยาการที่น่าสนใจยิ่งของทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ

การเดินทาง หากไปทางเรือต้องเดินจากท่าเรือผ่านสวน ของชาวบ้านเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร

วัดพระปรางค์ (วัดปรางค์หลวง)

นอกกำแพงแก้ว มีพระปรางค์สมัยอยุธยาตอนต้น การวางอิฐจะใช้ยางไม้สอ (เชื่อม) ลวดลายจะคล้ายมี อายุใกล้เคียง เป็นฝีมือช่างสมัยอยุธยาตอนต้น ซึ่งนับว่าหาชมได้ยากมากในกรุงเทพ มีลายปูนปั้นประจำ ทิศทั้ง 4 แต่มีเพียงทิศ ตะวันออกเท่านั้นที่ยังหลงเหลือให้ศึกษา แต่ปัจจุบันพระปรางค์ใกล้จะทรุดแล้ว

วัดอัมพวัน

สมัยอยุธยาตอนปลาย เดิมชื่อ วัดบางม่วง สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้ คือ หอไตรกลางน้ำ เป็นสถาปัตยกรรม ไทยที่สมบูรณ์ที่สุด เป็นเรือนไม้ 2 ชั้น ชั้นล่างโล่งไม่มีพื้นและฝา ชั้นบนเป็นตัวหอขนาด 2 ห้อง ช่วงล่าง เป็นลูกฟักกระดานดุน ตอนบนเป็นซี่ลูกกรง ไม้กลึงเสา กรอบประตูเป็นเสาหัวเม็ด ประตูหูข้าง เครื่องลำ ยองเป็นไม้จำหลัก หลังคาซ้อน 2 ชั้น มีปีกนก 1 ชั้น มุงกระเบื้องดินเผาใต้เชิงชาย และหน้าบันประดับไม้ สลักลายรดน้ำฝาผนังด้านนอก ทาสีลูกฟักด้วยสีแดงขอบขาวตัวไม้เครื่องบันอื่นๆ ทาสีขาวตัดเหลี่ยมสี แดง เสาลงพื้นสีขาวเขียนลายแดง หน้าบานประตูทางเข้าหอไตรเป็นบานไม้ลงรักปิดทองลายพุ่มข้าว บิณฑ์อกเลา เป็นไม้จำหลักลายดอกพุดตาน ลูกฟัก เหนือประตูเป็นภาพนกข้างละตัวเหนือขึ้นไปเป็นภาพ พระอาทิตย์พระจันทร์ในห้องสะกัดท้ายหอไตร เป็นที่เก็บพานตะลุ่ม และฐานพระพุทธรูปไม้จำหลักเป็น จำนวนมาก การเดินทาง นั่งเรือโดยสารเป็นเรือหางยาวจากท่าเรือ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางใหญ่ ใช้ เวลาประมาณ 5 นาที

วัดพิกุลเงิน (ซ้าย)

มีหลวงพ่อพุทธโสธรจำลอง และรอยพระพุทธบาทจำลอง เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้าน มีการจัดงาน นมัสการประจำทุกปี ตามประวัติเล่าว่าสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2374 ต่อมาได้มีคนจีนชื่อ “ฮะ” ซึ่งเป็นต้นตระ กูลโทณวนิก ได้ล่องเรือผ่านมา เห็นสภาพวัดจึงเกิดศรัทธา สร้างอุโบสถขึ้น เมื่อ พ.ศ.2421

วัดราษฎรประคองธรรม

สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2256 ในสมัยสุโขทัยตอนปลาย แต่เดิมขาดการทำนุบำรุงไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาจึง ทรุดโทรม จนชาวบ้านเรียกว่า “วัดค้างคาว” ต่อมาชาวบ้านบูรณะและเปลี่ยนนามใหม่เป็น “วัดราษฎรประ คองธรรม” มีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ที่มณฑปสามยอด

ล่องคลองบางกอกใหญ่ - คลองบางขุนเทียน

ที่ชาวบ้านเรียกว่า “คลองบางข้าหลวง” หรือ “คลองบางหลวง” เคยเป็นชุมชนของข้าหลวง ตั้งแต่สมัยพระ เจ้ากรุงธนบุรี คลองนี้ก็ คือ แม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิม เคยเป็นเส้นทางสำหรับเรือที่มาค้าขาย สองฝั่งคลอง มีเรือนไทย ให้เห็นตามรายทาง ทั้งเรือนปั้นหยา เรือนฝากระดาน เรือนทรงระบำแบบบังกะโล มีเรือเมล์ เข้ามาจากท่าราชินี (ปากคลอง ตลาด) และท่าสะพานพุทธ

มีสถานที่น่าสนใจริมคลองบางกอกใหญ่ ได้แก่

วัดหงส์รัตนาราม(วัดเจ๊สัวหง)

อยู่ที่เขตบางกอกใหญ่ เป็นวัดในสมัยอยุธยาตอนปลาย มาบูรณะในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี และครั้งใหญ่ ในสมัยรัชกาล ที่ 3 เพื่อถวายพระกุศลให้ท่านแก้วพระอัยยิกา ชื่อของวัดจึงประกอบด้วยสองคำ คือ คำว่า หงส์ นั้นมาจากคำว่า อาฮง แถบนี้เคยมีชุมชนชาวจีนมาอยู่ก่อน ต่อมามีชุมชนชาวมอญมาอยู่ ส่วนคำว่า รัตนา มาจากชื่อของท่านแก้ว

โบสถ์ที่สร้างสมัยสมเด็จพระเจ้าตาก พระองค์มักจะเสด็จมานั่งวิปัสสนากรรมฐานที่วัดนี้ด้วยเมื่อบูรณะใหม่ สมัยรัชกาลที่ 3 เป็นลักษณะทางสถาปัตยกรรม สมัยอยุธยาตอนปลาย แต่ที่เสาภายในพระอุโบสถเป็น แบบอยุธยาตอนต้นซึ่งนำแบบอย่าง มาจากสุโขทัยเป็นเสากลมเรียงเข้าไปแบ่งได้ เจ็ดห้อง เขียนลายพุ่ม ข้าวบิณฑ์ประดับด้วยดอกพุดตานด้านใน ตรงเพดาน ทำลดหลั่นกันเป็นชั้น มีกระดานคอสองและมีหงส์ ฐานแบบตกท้องช้าง

จิตรกรรมฝาผนัง และลวดลายแกะสลักที่ประตูนั้น ล้วนแต่เป็นลายดอกพุดตาน และเบญจมาศเป็นพระ ราชนิยมในรัชกาลที่ 3 ซึ่งดอกพุดตาน เบญจมาศ และโบตั๋นนั้น จะเกี่ยวกับความเชื่อใน ฮก ลก ซิ่วด้วย ตรงบันไดทางขึ้นพระอุโบสถมีรูปปั้น ประดับแปลกกว่าที่อื่นคือเป็นรูปกบ ด้านข้างมีศาลสมเด็จพระเจ้า ตากสิน ศาลเก่าซึ่งสร้างเป็นไม้ชำรุดทรุดโทรม ต่อมา กองทัพเรือก็มาบูรณะสร้างศาลใหม่ แต่ยังรักษา ศาลเก่าไว้ รายละเอียดสอบถามที่ โทร. 0 2466 8126

สะพานเจริญพาสน์ 33

สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นพระราชนิยมที่สร้างสะพานและนำหน้าชื่อด้วยคำว่า “เจริญ” และต่อด้วยเลข บอก พระชนมายุ ซึ่งรัชกาลที่ 5 พระบรมชนกนาถนิยมสร้างสะพานชุด “เฉลิม” เนื่องในวโรกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษาของ ทุกปี

วัดอินทราราม หรือ วัดบางยี่เรือ

เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี เครื่องบนพระวิหารประดับด้วยชามกระเบื้อง ภายใน มีพระพุทธรูป สมัยอยุธยาตอนปลาย คือ หลวงพ่อดำ และมีพระแท่นบรรทมสำหรับพระเจ้าตากเมื่อมา วิปัสสนาที่วัดแห่งนี้ พระแท่นทำด้วยไม้ พนักประดับด้วยงาช้างแกะลาย พระวิหารเปิดให้ชมทั้งวัน ส่วน พระอุโบสถเปิดในวันพระจะมีพุทธศาสนิกชนมานั่งวิปัสสนากรรมฐาน ด้านข้างมีเจดีย์ที่บรรจุอัฏฐิของพระ เจ้าตากและพระมเหสี เรียกว่า เจดีย์กู้ชาติและบริเวณบ้านเรือนรอบ ๆ วัดยังคงอนุรักษ์ไว้เป็นเรือนปั้นหยา สร้างสมัยรัชกาลที่ 6 - 7

สถานที่น่าสนใจริมคลองบางขุนเทียน ได้แก่

วัดปากน้ำภาษีเจริญ
วัดนางชีโชติการาม
วัดนางนองวรวิหาร
วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร
วัดไทรและตลาดน้ำวัดไทร

การเช่าเรือ สามารถเช่าเรือได้จากท่าช้าง และท่าพระอาทิตย์

 
Customer Service

ราคาถูกที่สุด
ยืนยันการจองทันที
มีโรงแรมทั่วโลกกว่า 85,000 แห่ง
พนักงานบริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
Last minute booking
Top Destination
 
Travel Directory วิธีการจองห้อง - Booking Guide Thailand Tours Thailand Hotels About Us Home Compare Hotels - ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา เปรียบเทียบราคาโรงแรม เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอนกรุงเทพฯ พัทยา ระยอง หัวหินชะอำ ภูเก็ต เกาะสมุยกระบี่