แหล่งท่องเที่ยวที่กรุงเทพมหานคร - Bangkok Attractions
ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
อยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง บนเนื้อที่ 23 ไร่ เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ อนุรักษ์ และส่งเสริม ศิลปวัฒนธรรมของชาติ และแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระดับนานาชาติ ในศูนย์ฯ นั้นประกอบด้วยอาคาร ต่างๆ เช่น โรงละคร ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการภาษา และห้องโสตทัศนูปกรณ์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี “หอ ไทยนิทัศน์” ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคารนิทรรศการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จัดแสดงเรื่องราวของ อารยธรรมไทยแบ่งการจัดแสดงออกเป็น อาทิ ความเป็นมาของชนชาติไทย วัฒนธรรมข้าวในสังคมไทย ภาษาและวรรณคดีไทย ประเทศไทยกับโลก และวีรกรรมเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย โดยใช้ วัตถุจำลอง การฉายสไลด์มัลติวิชั่น วิดิทัศน์ และหอไทยนิทัศน์เปิดให้เข้าชม วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.30-16.00 น. หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะสามารถทำหนังสือขอเข้าชมในวันเสาร์-อาทิตย์ ได้สอบ ถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2247 0028 ต่อ 4206-7, 4224

วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร
อยู่ในเขตดุสิต สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในพระอุโบสถมีพระประธาน นามว่า พระพุทธเทวราช ปฎิมากร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะทวาราวดี และยังมีจิตรกรรมฝาผนังแสดงภาพ สมเด็จพระสัม มาสัมพุทธเจ้าเสด็จโปรดพุทธมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และภาพสุวรรณสามชาดก

การกีฬาแห่งประเทศไทย
การกีฬาแห่งประเทศไทย 2088 ถ.รามคำแหง หัวหมาก บางกะปิ โทร. 0 2318 0938, 0 2318 0940 โทรสาร 0 2319 3883 เปิดบริการให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการและมีการฝึกสอนกีฬาต่างหลายชนิด เช่น ว่ายน้ำ เทนนิส เป็นต้น website: www.sat.or.th

พิพิธภัณฑ์ปราสาท
อยู่เลขที่ 9 ซอย 4 A ถนนกรุงเทพกรีฑา ซึ่งตัดแยกจากถนนศรีนครินทร์ เขตบางกะปิ เป็นสถานที่เก็บ รวบรวมสิ่งของตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ และมีการจำลองสถาปัตยกรรมที่งด งามหลายรูปแบบ เช่น ตึกฝรั่ง ตำหนักแดงซึ่งได้จำลองมาจากตำหนักในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอ พระซึ่งจำลองมาจากวัดใหญ่สุวรรณาราม เป็นต้น
เปิดให้ข้าชมทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. นำชมรอบแรกเวลา 09.30 น. รอบ สองเวลา 15.00 น. ใช้เวลาในการชม 2 ชั่วโมง การเข้าชมกรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อน 2 วัน ค่าเข้าชม 1 คน 1,000 บาท ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปคนละ 500 บาท โทร. 0 2379 3601, 0 2379 3607

พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย
ตั้งอยู่ที่ 15 ซอยลาดพร้าว 43 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง จัดตั้งโดยสมาคมนักอนุรักษ์เครื่องเล่น กระบอกเสียงและหีบเสียงไทย จัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องเล่นกระบอกเสียง และหีบเเสียงไทยในรูปแบบ ต่างๆ พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดให้ผู้สนใจเข้าชม เฉพาะวันอาทิตย์ จำนวน 2 รอบ กำหนดให้เข้าชมรอบละไม่เกิน 10 ท่านโดยรอบเช้าเริ่ม 10.00น. และรอบบ่ายเริ่ม 14.00 น. รอบละประมาณ 1 ชั่วโมง โดยผู้อำนวยการ พิพิธภัณฑ์ฯ จะเป็นผู้สาธิตและบรรยายพร้อมตอบคำถามเองทั้งหมด ในแต่ละรอบ สำหรับผู้ที่ต้องการ เข้าชม ติดต่อจองที่ โทร.02-939-9920 และ 02-939-9553 หรืออีเมล์ : phonograph@hotmail.com (หมายเหตุ ผู้เข้าชมต้องมีอายุมากกว่า 8 ปีขึ้นไป) อัตราค่าเข้าชมท่านละ 100 บาท พร้อมรับหนังสือ เครื่องเสียงโบราณตำนานแห่งศาสตร์และศิลป์ มูลค่าเล่มละ 350 บาทฟรี เพื่อใช้เป็นคู่มือประกอบการ เยี่ยมชมและฟังการบรรยาย www.talkingmachine.org

พิพิธภัณฑ์สุนทร
อยู่บ้านเลขที่ 82/40 ชอยบุญมี ถนนสุขาภิบาล 1 ท่าเกษตร (แยกจากถนนเพชรเกษม บริเวณห้างโลตัส บางแค) เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่เก็บรวบรวมของโบราณหลายยุคสมัยของไทย และต่างประเทศที่เกิด การสะสมของคุณสุนทร ชูโนทัยสวัสดิ์ อาทิ รถมอเตอร์ไซต์ BMW รุ่นสมัยสงครามโลก นาฬิกาโบราณ หลายรูปแบบ ตะเกียง โคมไฟ ของเล่นเด็ก จักรเย็บผ้า และเครื่องใช้อื่นๆ มากมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ ที่ โทร. 0 2802 0863-4 หรือเว็บไซต์ www.sunthornmuseum.com พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดให้เข้าชมเฉพาะ วันเสาร์ เวลา 11.00–17.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 100 บาท

ถนนข้าวสาร
อยู่ใกล้ย่านบางลำพู และถนนราชดำเนินกลาง เป็นแหล่งที่พักราคาประหยัดยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ต่างชาติ และเป็นจุดนัดพบนักเดินทางทั่วโลกที่มาเที่ยวกรุงเทพฯ ตลอดระยะทาง 500 เมตร กิโลเมตร ของถนนข้าวสาร เรียงรายด้วยเกสท์เฮ้าส์ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านเสื้อผ้า และบริการท่อง เที่ยวต่างๆ มากมาย
นอกจากนี้ถนนข้าวสารยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์ยอดนิยมของ กรุงเทพฯ

ศูนย์ประติมากรรมหินทรายสยาม
ตั้งอยู่ใกล้สี่แยกอรุณอัมรินทร์ เชิงสะพานพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) แขวงบางไผ่ เขตบางแค เป็นสถานที่รวบ รวมประติมากรรมหินทรายและจัดแสดงผลงานของอาจารย์สมชาย เถาทอง ประติมากรไทยผู้มีชื่อเสียง ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมในแง่มุมต่าง ๆ อันเป็นแหล่งศึกษาทางด้านศิลปะและ แหล่งท่องเที่ยวไทยแห่งหนึ่ง ให้ผู้ที่รักในศิลปะหินทรายได้แวะเวียนไปชื่นชมผลงาน แฝงไปด้วยปรัชญา ชีวิตที่มีคุณค่า
อาจารย์สมชาย เถาทอง เป็นศิลปินผู้มีประสบการณ์ทำงานแกะสลักหินทรายกว่า 25 ปี ทั้งในและต่าง ประเทศ มีผลงานประติมากรรมหินทรายในรูปแบบที่ไม่ซ้ำกันมากมายนับร้อยชิ้น รวมทั้งผลงาน Mass Sculpture ขนาดใหญ่กว่า 20 เมตร และมีน้ำหนักกว่า 20,000 กิโลกรัม โดยถ่ายทอดเรื่องราวออกมา เป็นรูปแกะสลักหินทรายที่หลากหลาย เช่น เด็ก สัตว์ ศาสนา และกลุ่มแอ็บสแทรค เป็นต้น
ศูนย์ประติมากรรมหินทรายสยามเปิดให้ชมทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12.00-18.00 น. โดย ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2454 8971 เว็ปไซต์ www.siamsculpture.com

วัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร
ตั้งอยู่ที่แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ สามารถเดินทางโดยเรือล่องมาตามคลองบางกอกใหญ่ เดิมชื่อ วัดหมู มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 และพระราชทาน นามว่า วัดอัปสรสวรรค์ วัดนี้สิ่งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจคือ พระพุทธรูปพระประธานในวัดที่มีถึง 28 องค์ ต่างจาก วัดทั่วไปที่มีพระประธานเพียงองค์เดียว พระพุทธรูปทุกองค์เป็นปางมารวิชัยบนฐานชุกชีเดียวกันที่สร้าง ลดหลั่นกันลงมา องค์หน้าสุดคือ พระพุทธโคดม ซึ่งหมายถึงพระศาสดาองค์ปัจจุบัน ส่วนองค์อื่น ๆ หมาย ถึงพระพุทธเจ้าในภพต่างๆ 27 ภพ ซึ่งมีพระนามจารึกอยู่ที่ฐานทุกพระองค์ พระอุโบสถเปิดให้เข้าชมทุก วันเสาร์-อาทิตย์ หากประสงค์จะชมในวันอื่นต้องติดต่อวัดล่วงหน้าที่ โทร. 0 2467 5392, 0 2458 0917

สะพานพระราม 8
สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความสวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ เชื่อมเขตพระนครกับ เขตบางพลัดและถนนคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี เป็นสะพานขึงสายเคเบิ้ล ความยาว 475 เมตร บริเวณ เชิงสะพานฝั่งธนบุรี จัดทำเป็นสวนสาธารณะริมแม่น้ำ หรือสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวอานันทมหิดล ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

วัดโอรสาราม ราชวรวิหาร
ตั้งอยู่ริมคลองสนามชัยฝั่งตะวันตก ทางรถยนต์ใช้เส้นทางถนนเอกชัย-จอมทอง ทางเรือสามารถเช่าเรือ หางยาวนำเที่ยวจากท่าช้างได้ วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ สร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และเป็นวัดประจำรัชกาล ที่ 3 สิ่งก่อสร้างและศิลปการตกแต่งในวัดผสมผสานศิลปไทย และจีนได้อย่างประณีตกลมกลืนสวยงาม มาก จอห์น ครอเฟิร์ด (John Crawfurd) ราชฑูตอังกฤษที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้เขียนยกย่องถึงวัดนี้ว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นได้อย่างงดงามที่สุดของบางกอก โทร. 0 2415 2286, 0 2893 7274

พิพิธภัณฑ์เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงห์เสนี)
พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บนถนนลาดพร้าว 112 เขตวังทองหลาง เป็นสถานที่รวมรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ใน สมัยของเจ้าพระยาบดินทร เดชา ในพิพิธภัณฑ์เจ้าพระยาบดินทร เดชา ประกอบด้วยเรือนไทย 3 หลัง ได้แก่ เรือนท่านเจ้าพระยา เป็นเรือนหลังกลางจัดแสดงอาวุธ รูปหล่อ สิ่งของ ภาพวีรกรรม ภาพอนุสรณ์ สถานที่เกี่ยวข้องกับเจ้าพระยาบดินทรเดชา เรือนรัชดาบดินทร จัดแสดงประวัติ และเกียรติประวัติด้าน ต่างๆ ของโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียน รวมทั้งประวัติการ ก่อตั้งสาขาของบดินทรเดชา และเรือนศิลปนิทัศน์ จัดแสดงศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตคนไทย ขนบธรรม เนียมและสิ่งของเครื่องใช้ในสมัยรัชกาลที่ 3 ส่วนชั้นล่างของอาคารเป็นห้องจำหน่ายของที่ระลึก
เจ้าพระยาบดินทรเดชา เกิดในสมัยกรุงธนบุรี รับราชการอยู่ในกองทัพสมัยรัชกาลที่ 1-3 เป็นบุคคลที่มี ความสำคัญยิ่งในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีบทบาทในด้านการทหาร การทูต การเมืองและเศรษฐกิจ
เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.30-15.30 น. เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ โทร. 0 2538 3964.

ตลาดน้ำวัดไทร
ตั้งอยู่ในเขตจอมทอง ฝั่งธนบุรี เคยเป็นแหล่งเที่ยวชมวิถีชีวิตทางน้ำที่เคยรุ่งเรืองในอดีต แต่ได้ถูกทิ้งร้าง ให้ซบเซาเนื่องจากมีถนนหลายสายเกิดขึ้นในพื้นที่ ปัจจุบันได้รับการฟื้นฟูให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวร่วมสมัย ที่สวยงามอีกครั้งหนึ่ง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปตามทางน้ำเส้นทางสายประวัติศาสตร์ ที่ คลาคล่ำไปด้วยเรือขายสินค้าจากสวน และซื้อขายสินค้าบนบกริมฝั่งคลองสนามชัยหน้าตลาดน้ำวัดไทร โดยเฉพาะในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และแวะชมตำหนักทอง หอกลองเก่า สถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาในวัด ไทร เก๋งจีนที่ประทับรัชกาลที่ 3 ตุ๊กตาจีนล้ำค่า ในวัดราชโอรส นมัสการพระพุทธรูปทรงเครื่องจักรพรรดิ์ และภาพเขียนเรื่องสามก๊กที่วัดนางนอง นมัสการหลวงปู่เฒ่าวัดหนัง และชมการแสดงสาธิตการจับงูที่ สวนงูริมฝั่งคลองด่าน
การเดินทาง สามารถใช้ถนนเอกชัยซึ่งตัดผ่านวัดไทร หรือนั่งรถประจำทางสาย 43 หรือ 120 จากวงเวียน ใหญ่ หากเดินทางทางเรือสามารถเช่าเรือจากท่าช้างล่องมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา และเข้าคลองต่าง ๆ มา ยังตลาดน้ำวัดไทรได้

พระราชวังเดิม
ตั้งอยู่ในบริเวณกองบัญชาการกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ เป็นโบราณสถาน สถา ปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย ภายในจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของพระ ราชวังเดิมแห่งนี้ ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีมาจนถึงปัจจุบัน และรวบรวมอาวุธชนิดต่างๆ ที่ใช้ในการสงคราม นอกจากนี้ยังมี ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ตำหนักสมเด็จพระเจ้าตากสิน ศาลศรีษะปลาวาฬ ฯลฯ พระราชวังเดิม แห่งนี้ได้รับรางวัล Award of Merit สาขาอนุรักษ์และวัฒนธรรม จากองค์การยูเนสโก (UNESCO) เมื่อปี 2547 เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2472 7291, 0 2475 4117 หรือเว็บไซต์ www.wangdermpalace.com

อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช
อยู่บริเวณวงเวียนใหญ่ ถนนประชาธิปก ประดิษฐานอยู่ในลักษณะทรงม้า พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงดาบ ส่วนสูงวัดจากพระบาทถึงยอดพระมาลา รวม 14 เมตรเศษ ประกอบด้วยชานชาลาคอนกรีตสูงจากพื้นดิน โดยรอบ 1.70 เมตร ได้ทำการเปิดเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2497 และมีพิธีสักการะพระ บรมรูป ในวันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี

อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
อยู่ที่ถนนสมเด็จเจ้าพระยา ซอย 3 เขตคลองสาน จัดเป็นสวนสาธารณะ และพิพิธภัณฑ์ ในบริเวณชุมชน วัดอนงคารามซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อยังทรงพระเยาว์ ภายใน มีอาคารพิพิธภัณฑ์ 2 หลัง จัดแสดงเกี่ยวกับพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประวัติ ชุมชนวัดอนงคาราม พระราชกรณียกิจ พระราชจริยวัตร และงานฝีพระหัตถ์ของสมเด็จย่า และมีศูนย์ศิป์ ศรีพิพัฒน์ จัดแสดงนิทรรศการศิลปะและวัฒนธรรมไทยหมุนเวียนตลอดปี อุทยานฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00–18.00 น.
ส่วนพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชม ตั้งแต่เวลา 09.00–16.00 น. เว้นวันหยุด นักขัตฤกษ์ โทร. 0 2437 7799, 0 2439 0902, 0 2439 0896 เว็บไซต์ www.theprincessmothermemorialpark.org

พิพิธภัณฑ์เขตสัมพันธวงศ์
ตั้งอยู่ที่วัดไตรมิตรวิทยาราม ใกล้ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ รถประจำทางที่ผ่าน ถนนตรีมิตร และถนน พระราม 4 ได้แก่ สาย 1, 7, 4, 25, 40, 53, 73, 73ก, 177 และ 529 เสนอประวัติความเป็นมาของเขต สัมพันธวงศ์ ซึ่งเป็นเขตการปกครองเล็กที่สุดของไทยแต่เป็นย่านธุรกิจการค้าชื่อดังระดับโลก จนได้รับ สมญานามว่า เมืองจิ๋ว ทำเลมังกร นำเสนอวิถีชีวิตของคนจีนที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยนับตั้งแต่ต้น รัตนโกสินทร์ จวบจนปัจจุบัน ประวัติการก่อตั้งชุมชน สำเพ็ง ตลาดน้อย สัมพันธวงศารามวรวิหาร วัดไตร มิตรวิทยาราม วัดแม่พระลูกประคำ ฯลฯ รวมพระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เหตุการณ์ ครั้งกอบกู้เอกราชจากพม่า ตามคำขวัญที่ว่า "สายสัมพันธ์ไทยจีน ถิ่นการค้าร่วมสมัยไชน่าทาวน์ เมือง ไทย แหล่งเศรษฐกิจใหญ่รัตนโกสินทร์"
เปิดให้บริการทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร) ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2246 0301

วัดโสมนัสวิหาร ราชวรวิหาร
สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระ อารามหลวงริมคูเหมือนกรุงศรีอยุธยา ในปี พ.ศ. 2396 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และอุทิศพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดีพระบรมราชเทวี และทรงพระราชทานให้เป็นพระอารามฝ่ายธรรมยุต พระวิหาร พระวิหารคต เจดีย์สร้างเชื่อมต่อกันโดยมีพระวิหารเป็นอาคารทรงไทยอยู่ด้านหน้า มีระเบียง 3 ด้าน หอระฆัง และหอกลองสร้างเป็นหอกลมหลังคาแบบจีนหน้าต่างเจาะเป็นช่องกลม ซึ่งแตกต่างจากวัด อื่นๆ และที่สำคัญอักอย่างหนึ่ง คือ วัดนี้จะมีสีมา 2 ชั้น ซึ่งในกรุงเทพฯ จะมีวัดที่มีสีมาลักษณะนี้อีกหนึ่ง วัด คือ วัดมกุฎกษัตริยาราม เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 05.00 – 20.00 น. โทร. 0 2282 7944, 0 2282 9137

หอสมุดดำรงราชานุภาพ
ตั้งอยู่ ณ บริเวณวังวรดิศ ถนนหลานหลวง เป็นห้องสมุดอนุสรณ์แด่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา ดำรงราชานุภาพ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นพระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย พระองค์ได้รับการยกย่อง จากองค์การ UNESCO ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก รวบรวมหนังสือซึ่งพระองค์ได้สะสมไว้ทั้งภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ ประมาณ 7,000 เล่ม รวมทั้งมีห้องจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ด้วย เปิด ให้บริการทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. ปิดวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดราชการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2282 9110, 0 2281 7577

พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
อยู่ในอาคารกรมโยธาธิการเดิม บริเวณสี่แยกผ่านฟ้า เขตพระนคร สถาบันพระปกเกล้าได้บูรณะเพื่อ จัด ทำเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ ภาพถ่าย เครื่องใช้ส่วนพระองค์ของพระบาท สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดจนเอกสารและข้อมูลที่สะท้อนถึงเหตุการณ์ทางสังคม เศรษฐกิจและ การเมือง ในสมัยของพระองค์ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่นำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ในการจัดแสดง เปิดบริการ ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. (ไม่เว้นวันนักขัตฤกษ์) ค่าเข้าชมในวันธรรมดา ผู้ใหญ่ 20 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท หากเข้าชมในวันหยุดราชการ ไม่เสียค่าเข้าชม เด็ก นักเรียน พระภิกษุ สามเณร ผู้พิการ ไม่เสียค่าเข้าชม การเดินทาง มีรถประจำทางผ่าน คือ สาย 2, 15, 44, 47, 59, 60 รถ ประจำทางปรับอากาศสาย 39, 44, 59, 79, 60, 511, 512 หรือ เรือโดยสารคลองแสนแสบขึ้นที่ท่าผ่าน ฟ้า สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2280 3413-4, 0 2280 3445-6 เว็บไซต์ www.kpi.ac.th/museum

ตลาดนัดจตุจักรพระราม 3
เป็นตลาดนัดติดแอร์ที่มีการสร้างสถานที่แบบไทยประยุกต์ โดยแบ่งพื้นที่เป็นโซน จำหน่ายสินค้าหลาย หลาย ทั้งเสื้อผ้า อาหาร ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง หัตถกรรม อาหารทะเล และคอมพิวเตอร์ สอบถามเพิ่มเติมได้ ที่ โทร. 0 2682 9292, 0 2682 5656

วัดยานนาวา
ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง ระหว่างซอย 52 และ 54 แขวงยานนาวา อยู่ใกล้กับสะพานตากสิน ภายในวัดมี แบบจำลองรูปเรือสำเภา และมีพระเจดีย์ประดับเป็นเสากระโดงสองข้าง มีขนาดเท่าสำเภาจริงสร้างขึ้นใน สมัยรัชกาลที่ 3 โดยพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสว่า “คนภายหน้าอยากจะเห็นว่าเรือสำเภาเป็นอย่างไรจะ ได้มาดู” แล้วทรงควบคุมการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง
เนื่องจากในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการค้าขายกับชาวจีนมาก และชาวจีนใช้เรือสำเภาในการขนส่งเกือบทุก ชนิด นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถซึ่งสร้างสมัยรัชกาลที่ 1 มีจุดเด่นที่หน้าบันเป็นลวดลายรูปสัตว์ ประณีต งดงามมาก

บ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์
ตั้งอยู่เลขที่ 19 ซอยพระพินิจ ถนนสาทรใต้ เป็นบ้านเรือนไทยของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ปูชนีย บุคคลท่านหนึ่งที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยทั้งด้านการเมือง และศิลปะ เป็นหมู่เรือนไทยที่เป็นที่อยู่ อาศัย ประกอบด้วยเรือนไม้สักขนาดต่างๆ กัน 5 หลัง หอนก และหอพระ มีนอกชานเชื่อมถึงตลอดชั้น ล่างเป็นใต้ถุนโล่ง มีศาลาไทยหลังใหญ่หน้าบ้านแยกไปจากกลุ่มเรือนที่เป็นที่อยู่อาศัย เพื่อใช้ประกอบ กิจกรรมต่างๆ เปิดวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-17.00 น.ค่าเข้าชมคนละ 50 บาท
ติดต่อได้ที่ โทร.0 2286 8185, 0 2287 2937-8 โทรสาร 0 2679 3630 www.kukritshousefund.com (เข้าชมเป็นหมู่คณะในวันอื่นทำจดหมาย เรียนคุณอัธยา วงษ์วิจิตร ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ )
การเดินทาง นั่งรถประจำทางสาย 67, 22 ลงซอยสวนพลู หรือนั่งรถประจำทางสาย 77 ลงถนนนราธิวาส ราชนครินทร์ ซอย 7 เดินเข้าไป 150 เมตร

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี
เป็นวัดในศาสนาพราหมณ์ฮินดู นิกายศักติ ซึ่งนับถือเทพสตรีผู้เป็นแม่เป็นใหญ่ในลัทธิ สร้างขึ้นประมาณ ปี 2422 โดยชาวอินเดียจากรัฐทมิลนาดูที่โดยสารเรือเข้ามาประเทศไทยทางภาคใต้ จากนั้นได้มาตั้งถิ่น ฐานอยู่ที่คลองสีลม ร่วมกันสร้างเทวาลัยของ “องค์พระแม่ศรีมหามารีอัมมัน” เพื่อเป็นที่เคารพสักการะ บูชา และจะมีพิธี “นวราตรี” เป็นพิธีบูชาพระศรีมหาอุมาเทวีช่วงปลายเดือนกันยายน - ต้นเดือนตุลาคม ของทุกปี เปิดให้เข้าบูชาทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 - 20.00 น. วันศุกร์ 06.00 - 21.00 น.

พิพิธภัณฑ์เขตบางรัก
ตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ซอยเจริญกรุง 43 ตรงข้ามไปรษณีย์กลางบางรัก มีรถประจำทางที่ผ่าน ถนนเจริญกรุง สาย 1, 16, 35, 75 และ 93 จัดแสดงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของบางรัก ซึ่งสันนิษฐาน ว่ามีชุมชนตั้งอยู่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ปรากฎหลักฐาน คือ วัดยานนาวา ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุยารวม ทั้งความเป็นชุมชนที่มีหลายเชื้อชาติเข้ามาตั้งหลักแหล่งทั้ง ไทย จีน ฝรั่ง แขก โดยมีชาวโปรตุเกสเข้ามา อาศัยเป็นชาติแรก ตลอดถึงเรื่องราวของการวิวัฒนาการย่านการค้าของบางรัก จุดเริ่มต้นของธุรกิจอสัง หาริมทรัพย์ ได้จัดแสดงสถานที่ที่น่าสนใจเกี่ยวกับภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของชุมชนอาทิ ศุลกสถาน อาสนวิหารอัสสัมชัญ โบสถ์สืบสัมพันธวงศ์ โรงพยาบาลเลิดสิน วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร วัดศรีมหาอุมา เทวี โดยเขตนี้มีคำขวัญว่า "ย่านตากอากาศ ชุมชนนานาชาติ ทำเลทองธุรกิจ" เปิดให้บริการทุก วันพุธ- วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร) ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2246 0301

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
เคยเป็นบ้านที่อยู่อาศัยของครอบครัวสุรวดี และได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ในปี 2534 โดยยัง คงบรรยากาศเดิมไว้ทั้งภายนอกและภายใน มีสิ่งของเครื่องใช้แสดงความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯ ใน ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ภายในบริเวณประกอบด้วยอาคารสามหลัง ได้แก่ เรือนปั้นหยาสอง ชั้น ซึ่งสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2480 หลังที่สองเคยเป็นที่พักนายแพทย์ชาวอินเดีย ซึ่งได้สำเร็จการศึกษาจาก อังกฤษ และหลังที่สามเป็นห้องแถว ชั้นล่างจัดแสดงเครื่องครัว เครื่องมือช่าง ส่วนชั้นบนจัดตั้งเป็น "พิพิธ ภัณฑ์เขตบางรัก"

สยามโอเชี่ยนเวิร์ล
เป็นอุทยานสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสยามพารากอน ย่านสยามสแควร์ ใจกลางกรุงเทพฯ จัดแสดงสัตว์น้ำจากทั่วโลกจำนวนกว่า 30,000 ตัว 400 สายพันธุ์ รวมทั้งสัตว์น้ำที่หายากของโลก ในพื้นที่ถึง 10,000 ตารางเมตรหรือประมาณสนามฟุตบอล 2 สนาม ด้วย เทคโนโลยีที่ทันสมัยได้มาตรฐานโลก เพื่อให้เป็นแหล่งความรู้ความบันเทิงสำหรับเยาวชน และนักท่อง เที่ยว และมีกิจกรรมสร้างความเพลิดเพลินสนุกสนานให้กับผู้ชมในช่วงเทศกาลพิเศษต่างๆ การจัดแสดง ภายในแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ได้แก่ โซนแปลกประหลาดอัศจรรย์ มีสิ่งมีชีวิตที่แปลกตาน่าตื่นเต้นพิศวง โซนแนวปะการัง ตระการตากับปะการังทุกสายพันธุ์ทั่วโลก โซนกฎเหล็กเพื่อการอยู่รอด พบชีวิตที่ต้อง ป้องกันตัวเองให้อยู่รอดในธรรมชาติใต้น้ำ โซนแงกะพรุน โซนป่าดิบชื้น ฯลฯ สอบถามรายละเอียด ติด ต่อ บริษัท สยามโอเชี่ยน เวิลด์ จำกัด โทร. 0 2687 2000 หรือที่เว็บไซต์ www.siamoceanworld.com

สวนลุมไนท์บาซาร์
ตลาดไนท์บาซาร์แห่งแรกของกรุงเทพฯ เปิดถึงเที่ยงคืน มีพื้นที่ทั้งหมด 120 ไร่ เป็นศูนย์รวมร้านค้า กว่า 3,700 ร้าน ลานกิจกรรม ร้านอาหาร รวมถึงนาฏยศาลา หุ่นละครเล็กหรือโจหลุยส์ เธีย

เยาวราช
ถนนเยาวราชเป็นย่านชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน ได้สมญานามว่าเป็นถนนสายทองคำ เป็นแหล่งรวมร้าน ทองคำรูปพรรณเก่าแก่คุณภาพดี รวมทั้งร้านขายหมูแผ่น หมูหยองที่ดังไกลถึงต่างประเทศและยามค่ำคืน ยังเป็นที่รวบรวมสุดยอดร้านอาหารอร่อยหลากหลายร้าน และสุดถนนเส้นนี้บริเวณวงเวียนโอเดียนจะพบ เห็น ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ เป็นสัญลักษณ์ของไชน่าทาวน์ ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนในเขตสัมพันธวงศ์ สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมายุครบ 6 รอบ ใน วันที่ 5 ธันวาคม 2542
ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรตินี้ตั้งอยู่ในที่ที่เหมาะสมยิ่งเพราะเป็นจุดบรรจบพอดีของถนนสายหลัก และสาย รองรวม 6 ทิศทาง ตำแหน่งที่ซุ้มประตูหันหน้าเข้าถนนตรีมิตรช่วยให้รู้สึกถึงความเป็นประตูทางเข้าที่โดด เด่น เพราะถนนนี้เป็นเส้นทางหลักสำหรับการเดินทางสู่ถนนเยาวราช ซุ้มนี้ยังช่วยเพิ่มพลังแห่งทำเลตาม หลักฮวงจุ้ยอีกด้วย ซุ้มประตูแห่งนี้ก่อสร้างด้วยสิ่งมงคลทรงคุณค่าและเปี่ยมความหมายทั้งสิ้น 9 ประการ (นวมหามงคล) ได้แก่
มหาวโรกาส คือ วันที่ 5 ธันวาคม 2542 เป็นวันครบ 6 รอบพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว
ตราสัญลักษณ์ในพระราชพิธีมหามงคลที่อัญเชิญตั้งไว้บนยอดประตู เป็นรูปมังกรเทิดพระปรมาภิไธย ย่อ ภ.ป.ร. ตราสัญลักษณ์นี้สร้างจากทองคำหนัก 99 บาท และผ่านพิธีพุทธาภิเษกที่วัดไตรมิตรวิทยาคม
นาม"ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ฉลอง 6 รอบพระชนมพรรษา" ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เมือวันที่ 1 กันยายน 2542
ลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ " เซิ่ง โซ่ว อู๋ เจียง" แปลว่า "ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน" ที่ทรงพระอักษรด้วยพระองค์เองติดตั้งอยู่ที่อีกหน้าบันหนึ่งของซุ้มประตู
อักษรจีน "เทียน" แปลว่า "ฟ้า" อยู่ตรงฝ้าเพดานแกนกลางของซุ้มประตู อันเป็นจุดรวมพลังจากสวรรค์ และพิภพ อ่านสำเนียงจีนกลางว่า "ฟู่" สำเนียงแต้จิ๋วว่า "ฮก" ล้วนมีความหมายว่า "โชคลาภ"
อักษรจีน "ตี้" แปลว่า "ดิน" อยู่ที่พื้นบริเวณแกนกลางในแนวดิ่งตรงกันกับ "เทียน" อ่านสำเนียงจีน กลางว่า "เต็ก" สำเนียงแต้จิ๋วว่า "ไผ่" ล้วนมีความหมายว่า "คุณธรรม"
น้ำพุด้านหน้าซุ้มประตู เป็นตำแหน่งหงส์แดงตามหลักฮวงจุ้ย หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์
แท่นศิลา 9 แท่น ด้านหลังซุ้มประตู อยู่ในตำแหน่งเต่าดำ จารึกภาพและคำบรรยายถึงความเป็นมาของ การตั้งถิ่นฐานของชาวจีนที่อพยพมาในไทย
ข้าวตอกดอกไม้ ประธานาธิบดี เจียง เจ๋อ หมิง ของสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เดินทางมาเยือนประเทศ ไทย และได้โปรยข้าวตอกดอกไม้แห้งไว้เป็นสิริมงคลแก่สถานที่ก่อสร้างซุ้มประตู

ศาลเจ้าพ่อเสือ
ลักษณะอาคารสร้างตามรูปแบบศาลเจ้าที่นิยมทางภาคใต้ของจีน เทพเจ้าประจำศาล คือ " เสียนเทียนซั่ง ตี้ " หรือ "เจ้าพ่อเสือ " การสร้างศาลประดิษฐานรูปเสือ โดยเอากระดูกเสือบรรจุในแท่นปั้นรูปประดิษ ฐานบนแท่น อัญเชิญดวงวิญญาณเสือขอให้ปกปักรักษาประชาราษฎร์ให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข

 วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่ที่แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็น พระอารามหลวงชั้นโท สร้างขึ้นเมื่อสมัยราชกาลที่ 3 เป็นที่ประดิษ ฐาน พระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อโต หรือ เรียกตามแบบจีน ว่า ซำปอฮุดกง หรือซำปอกง สามารถเดินทางโดยรถประจำทางสาย 40, 57, 149, ปอ. 177 หากเดินทางโดยเรือใช้บริการข้ามเรือข้าม ฟากที่ท่าเรือปากคลองตลาด มาท่าเรือวัดกัลยาฯ

 วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร
อยู่ที่ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย วัดระฆังโฆสิ ตารามวรมหาวิหารหรือวัดระฆัง เป็นพระอารามหลวงชั้นโทเดิมชื่อวัด บางว้าใหญ่ สร้างตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ในพระอุโบสถเป็นที่ ประดิษฐาน พระประธานยิ้มรับฟ้า เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระ พุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อไปสักการะสมเด็จพุฒาจารย์ ให้ขอพรได้โดยการสวดคาถาชิน บัญชร ปักธูปที่กระถาง และปิดทองที่รูปปั้น เสร็จแล้วให้ท่านพรม น้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล สามารถเดินทางโดยรถประจำทาง สาย 19, 57 หรือมาทางเรือโดยเรือด่วนเจ้าพระยา ลงที่ท่าเรือรถไฟหรือท่าวังหลัง หรือข้ามฟากที่ท่าช้าง แล้วขึ้นที่ท่าเรือวัดระฆัง

วัดธรรมมงคล
ก่อตั้งสร้าง เมื่อ พ.ศ . 2506 ในเนื้อที่ 40 ไร่ ตั้งอยู่ที่ถนนสุขุมวิท 101 ซอยปุณณวิถี แขวงบางจาก เขต พระโขนง สิ่งที่น่าสนใจในวัดประกอบด้วย
พระวิริยะมงคลมหาเจดีย์ บรรจุพระเกศา พระอุรังคธาตุ พระบรมสารีริกธาตุจากประเทศบังคลาเทศ ฐานเจดีย์เป็นทรงสี่เหลี่ยม สูง 94.78 เมตร 14 ชั้น ประกอบด้วยห้องแสดงพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด โรงเรียน พระปริยัติธรรม โรงเรียนสอนสมาธิ (สถาบันพลังจิตตานุภาพ) รองรับนักศึกษาได้ครั้งละ ประมาณ 500 คน รวมถึงการเปิดสถาบันชนาพัฒน์ซึ่งเป็นสถานศึกษาอาชีพที่เชิญนักออกแบบชื่อดัง จากประเทศอิตาลี มาสอนการออกแบบ เช่น การตกแต่งภายใน ออกแบบผลิตภัณฑ์ เครื่องหนัง แฟชั่นดีไซด์
พระหยกเขียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประดิษฐานอยู่ที่ศาลาหลังคาแบบโดมแก้ว มีนามว่า "พระพุทธมงคล ธรรมศรีไทย" ซึ่งแกะสลักจากหยกชิ้นใหญ่ที่ถูกค้นพบใต้ทะเลสาบน้ำแข็ง ประเทศแคนาดา
ถ้ำวิปัสสนา ตั้งอยู่ในบริเวณสวนของวัด มีเนื้อที่ 4ไร่ จำลองบรรยากาศการปฎิบัติในป่า-ถ้ำ เพื่อเข้าไป นั่งสมาธิ และฟังธรรมในถ้ำได้ จุคนได้ 200 คน
ศูนย์สมาธิวิริยานุภาพ ตั้งอยู่บริเวณด้านข้างของวัด ในหมู่บ้านรังสิยา เป็นสถานที่ที่สร้างขึ้น เพื่อเป็นที่ พักสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม ภายในมีห้องพักแบบโรงแรม 80 ห้อง จุผู้มาปฏิบัติได้ ประมาณ 180 คน
ติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ 0 2332 4145 โทรสาร 0 2730 6335 เว็บไซต์ www.dhammamongkol.com

ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้
ตั้งอยู่ที่เลขที่ 23 ตรอกโรงน้ำแข็ง ถนนโยธา ตลาดน้อย สัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็น ศูนย์ศิลปะ และโบราณวัตถุที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในศูนย์การค้าประกอบ ด้วยร้านค้าจำหน่ายสินค้านานาประเภท ประมาณ 200 ร้าน เช่น ร้านจำหน่ายของที่ระลึกจากทุกภูมิภาค ของไทย ร้านตัดเสื้อผ้า-สูท ร้านเครื่องหนัง ร้านเครื่องประดับอัญมณี ร้านจำหน่ายเครื่องเบญจรงค์ ฯลฯ รวมทั้งร้านอาหารไทยและร้านอาหารฝรั่งเศส และยังเป็นศูนย์การท่องเที่ยวทางน้ำโดยใช้เป็นท่าเทียบ เรือ ซี่งมีการให้บริการเรือต่างๆ ดังนี้
เรือบริการรับ-ส่ง ระหว่างท่าเรือสาทร กับท่าเรือริเวอร์ซิตี้ สำหรับอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ที่ใช้บริการรถไฟฟ้าจากสถานีสะพานตากสิน
เรือบริการระหว่างริเวอร์ซิตี้กับโรงแรมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น โรงแรมโอเรียลเต็ล โรงแรมแชงกรี ล่า โรงแรมเพนนินซูล่า โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน และโรงแรมรอยัลริเวอร์
เรือสำราญบริการเที่ยวบางปะอิน จ.อยูธยา เช่น เรือแกรนด์เพิร์ล เรือริเวอร์ซัน เรือริเวอร์คิง
บริการเรือเช่าเหมาลำ เช่น เรือหางยาว และเรือด่วนซึ่งมีให้บริการตามเส้นทางโปรแกรมประจำ หรือ จะเหมาลำตามเส้นทางที่ลูกค้ากำหนดโดยคิดค่าบริการเป็นรายชั่วโมง
บริการเรือ Rice Barge โดยลงเรือด่วนหรือเรือหางยาว ชมชีวิตไทยริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดย เข้าคลองมอญ เพื่อออกสู่คลองบางกรวย พร้อมมัคคุเทศก์ และพาไปขึ้นเรือ Rice Barge ทานอาหารว่าง ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
บริการเรือ Dinner Cruise เส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น เรือแว่นฟ้า เรือเจ้าพระยาครุยส์ เรือแกรนด์ เพิร์ล เรือเจ้าพระยาปริ้นเซส และเรืออัปสรา (โรงแรมบันยันทรี)
สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0 2237 0077-8

บานาน่า แฟมิลี่ ปาร์ค Banana Family Park
อยู่เลขที่ 17/1 ซอยอารีย์ 1 ในบริเวณบ้านอารีย์ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอารีย์ ถนนพหลโยธิน สามเสนใน เขตพญาไท โทร.02 279 7838
เป็นสถานที่รวบรวมกิจกรรมหลากหลายไว้ในพื้นที่เดียวกัน เช่น ห้องสมุดธรรมมะอ่านฟรี " บ้านอารีย์" โยคะ โรงเรียนสอนดนตรีไทยและสากล รวมทั้งสปาและศูนย์ฟิตเนสและยังมีบริการร้านอาหาร มุมกาแฟ และยังสามารถมานั่งฟังธรรมะในบริเวณลานเปรมปรีดิ์ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.baanaree.net
และสำหรับในปี 2551 ภายในพื้นที่จะเริ่มโครงการศิลปะใจกลางเมือง โดยอาร์ทเทอรี่ จัดแสดงผลงาน ของศิลปินหลายแขนงทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ มีพื้นที่สำหรับเยาวชน นิสิต นักศึกษา สำหรับแสดงความคิด และทำกิจกรรมยามว่าง
โดยโครงการศิลปะนี้จะเปิดตัว ในวันที่ 8 มีนาคม 2551 เวลา 18.00 น. แสดงนิทรรศการศิลปะ " The Elephant Voice" ของ ศุภเชษฐ์ ภูมิกาญจน์ และยังมีการออกบู๊ธขายของที่ระลึก และของ Handmade สำหรับผู้ชอบสะสม สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการศิลปะ ติดต่อ อาร์ทเทอรี่ โทร. 0 2630 3006 หรือ www.arterythailand.com

หน้า 1 l 2 l 3 l 4 |