แหล่งท่องเที่ยวที่กรุงเทพมหานคร - Bangkok Attractions
อักษราหุ่นละครเล็ก ( โรงละครอักษรา)
โรงละครอักษรา ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 อาคารคิงพาวเวอร์ คอมเพล้กซ์ ถนนรางน้ำ เขตราชเทวี โรงละครอักษรา เป็นโรงละครขนาดกลางขนาด 600 ที่นั่ง ที่สุดของมนต์เสน่ห์มายาเหนือจินตนาการกลางใจเมือง ภายใต้ บรรยกากาศตกแต่งที่รังสรรค์ด้วยแรงบันดาลใจจากศิลปะยุคบาโคกและวิจิตรด้วยลวดลายจากสถาปัตย กรรมและศิลปไทย พร้อมกับคุณภาพด้านเทคนิคโรงละครอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังมี Scene Shop ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกและ Scene Bar จำหน่ายอาหารและเครื่องดิ่ม
ขณะนี้ทางโรงละคร มีการจัดแสดง “อักษราหุ่นละครเล็ก” ศิลปะการแสดงชั้นสูงที่หาชมได้ยาก ร่วมถ่าย ทอดโดยคณะนักแสดงและหุ่นกว่า 110 ตัว ในชุดการแสดงต่างๆ ผสมผสานท่วงทำนอง เพลงอันวิจิตร จากคณะออเคสตร้าชั้นนำ บนฉากสุดตระการตา ด้วยเทคนิคแสง เสียง ณ “โรงละครอักษรา”
มีรอบการแสดงดังนี้ : อังคาร - ศุกร์ เวลา 19.00 น. เสาร์ และอาทิตย์ เวลา 13.00, 19.00 น. วันจันทร์ งดการแสดง ค่าเข้าชมท่านละ 800 บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02 677 8888 ต่อ 567
www.Aksratheatre.com
การเดินทาง รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หรือ รถเมล์สาย 73, 204 ลงที่ถนนรางน้ำ

 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
ตั้งอยู่ที่บริเวณสี่แยกปทุมวัน ใกล้สยามดิสคัฟเวอรี่ โครงการนี้ริเริ่ม ขึ้นในปี พ.ศ. 2538 สร้างขึ้นเพื่อเป็น สถานที่รวมรวมการแสดงงาน ศิลปวัฒนธรรมทุกสาขา ทุกแขนง รวมทั้งศิลปกรรมร่วมสมัย ทั้งใน ประเทศและนานาชาติท้องถิ่น ตัวอาคารมีลักษณะเป็นอาคาร 9 ชั้น ประกอบด้วย การแสดงนิทรรศการ ประเภทสื่อต่างๆ ส่วนปฏิบัติการ ศิลปะประติมากรรม ห้องอเนกประสงค์ ห้องแสดงละคร และโรงภาพ ยนตร์ และห้องสมุดสำหรับประชาขน และทุกศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ มีการจัดตลาดนัดศิลปะ โดยศิลปินหรือ กลุ่ม เยาวชนต่างๆ สอบถามเพิ่มเติมหรือข้อมูลการจัดแสดงงาน โทร. 02-214-6630-1
29 กรกฎาคม - 24 สิงหาคม 2551 (หยุดทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 21.00 น. จัดแสดงนิทรรศการภาพ ถ่ายฝีพระหัตถ “ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง” ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี บริเวณ ชั้น 9

 พิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สัน
อยู่ซอยเกษมสันต์ ซอย 2 ถนนพระรามที่ 1 ตรงข้ามสนามกีฬาแห่ง ชาติ เป็นบ้านเรือนไทยของนายทหารอเมริกัน ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรม ไหมไทย ภายในเรือนไทยภาคกลางซึ่งจิม ทอมป์สัน ได้ซื้อมาจาก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาปลูกใหม่ริมคลองแสนแสบที่กรุงเทพฯ ภายในแบ่งเนื้อที่ใช้สอยเป็นห้องอ่านหนังสือ ห้องนอน ห้องอาหาร ห้องนั่งเล่น ล้วนประดับตกแต่งด้วยศิลปกรรมโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่า มีส่วนที่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ผ้าไหมและร้านจำหน่ายผ้าไหมอีกด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันอาทิตย์ ตั้ง แต่เวลา 09.00–17.00 น. อัตราค่าเข้าชมคนละ 100 บาท เยาวชนอายุต่ำกว่า 25 ปี ราคา 50 บาท เด็ก อายุต่ำกว่า 10 ปี และผู้สื่อข่าว เข้าชมฟรี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2215 0122, 0 2216 7368, 0 2612 3744

 วัดสระเกศ (ภูเขาทอง)
ตั้งอยู่นอกกำแพงเมือง ริมคลองมหานาค ตรงที่บรรจบกับคลองบาง ลำพู เดิมเป็นวัดเก่าชื่อว่า "วัดสะแก" ซึ่งได้รับการสถาปนาขึ้นใหม่ทั้ง พระอาราม ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระราชทานนามว่า "วัดสระเกศ" ส่วนเจดีย์ภูเขาทองนั้นเริ่มสร้าง สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงเลียนแบบมา จาก ภูเขาทอง ในสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วเสร็จ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานนามว่า “สุวรรณบรรพต” มีความสูง 77 เมตร บนยอดสุวรรณ บรรพตเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ขุดค้นพบที่เมืองกบิลพัสดุ์ และพิสูจน์ได้ว่าเป็น ของพระสมณโคดม ซึ่งเป็นส่วนแบ่งของพระราชวงศ์ศากยราชเพราะมีคำจารึกอยู่ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ ขณะนั้นทรงผนวชอยู่ที่ประเทศอินเดีย ได้ส่งพระบรมสารีริกธาตุมาถวายในฐานะที่พระมหากษัตริย์ไทย ทรงเป็นกษัตริย์เพียงพระองค์เดียวที่เป็นพุทธมามกะอยู่ขณะนั้น เปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 07.30 - 17.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2621 0576

 วัดไตรมิตรวิทยาราม
อยู่ที่ถนนเจริญกรุง (ใกล้หัวลำโพง) เดิมชื่อว่า "วัดสามจีน" ภายใน วัดมีพระพุทธรูปปูนปั้นองค์หนึ่ง เมื่อคราวเปลี่ยนที่ตั้ง ปูนที่หุ้มอยู่ได้ กะเทาะออก เห็นภายในเป็นพระพุทธรูปทองคำ ลักษณะองค์พระเป็น ศิลปะสุโขทัยจึงได้ถวายพระนามว่า "พระสุโขทัยไตรมิตร" เป็นพระ พุทธรูปทองคำที่มีส่วนผสมของทองคำสูงมาก เรียกว่า "ทองเนื้อเจ็ด น้ำสองขา" มีขนาดหน้าตักกว้าง 6 ศอก 5 นิ้ว สูง 7 ศอก 1 คืบ 9 นิ้ว

วัดอรุณราชวราราม
ตั้งอยู่ที่ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับวัดโพธิ์ ข้ามเรือได้ ที่ท่าเตียน เป็นวัดที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อว่า “วัดแจ้ง” ต่อมาเมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีย้าย ราชธานีจากกรุงศรีอยุธยามาตั้ง ณ กรุงธนบุรี ได้โปรดเกล้าฯ ให้กำหนดเอาวัดแจ้งเป็นวัดในเขตพระราช ฐานใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ที่ได้อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ วัดนี้ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ ครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 2 จึงถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 เมื่อบูรณะเสร็จแล้ว ได้พระราชทานนามว่า “วัดอรุณราชธาราม” ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการก่อสร้างพระปรางค์องค์ใหญ่ ซึ่งมีความสูงถึง 67 เมตร แต่ มาเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 4 และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดอรุณราชวราราม”
เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 7.30 - 17.30 น. ผู้ประสงค์จะเข้าชมในพระอุโบสถต้องทำหนังสือ ขอ อนุญาตล่วงหน้าถึงเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ
การเดินทาง สามารถใช้เรือโดยสารข้ามฟากจากท่าเตียน หรือท่าวัดโพธิ์ ไปยังท่าวัดอรุณฯ

พิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆ
ตั้งอยู่บริเวณหลังพระที่นั่งอนันตสมาคม ในเขตพระราชวังดุสิต เป็นพระที่นั่งที่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง เดิมตั้งอยู่บนเกาะสีชัง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และได้ชะลอมาไว้ ณ สถานที่ตั้ปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2444 ประกอบด้วยห้องต่างๆ 81 ห้อง ตัวอาคารมีคลองล้อมรอบภายในบริเวณร่มรื่น สวยงามมาก ภายใน เขตพระราชวังดุสิตยังมีหมู่พระตำหนักอีก 11 องค์ ที่ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงสิ่งของสำคัญต่างๆ ได้แก่
พิพิธภัณฑ์ศิลปาชีพ พระที่นั่งอภิเษกดุสิต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราชโปรด เกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2474 จุดเด่นที่สวยงามของพระที่นั่งองค์นี้ก็ คือ ลายไม้ฉลุแบบสมัยพระ นางเจ้าวิคตอเรียแห่งประเทศอังกฤษ ปัจจุบันปรับแต่งเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงผลงานหัตถกรรมที่ประดิษฐ์ ขึ้นโดยสมาชิกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ภายในพิพิธภัณฑ์ มีงานหัตถกรรมหลากหลายให้ชม อาทิ เครื่องเงิน คร่ำ ผ้าทอ ผ้าปัก ถมเงิน ถมทอง งานประดับด้วยปีก แมลงทับ เป็นต้น
พิพิธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง เป็นที่รวบรวมรถม้าพระที่นั่งโบราณซึ่งใช้ในสมัยรัชกาลที่ 5 รถม้าแต่ละคัน เคยร่วมในพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ มีความสง่าสวยงาม และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์
พระตำหนักสวนสี่ฤดู เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ สมเด็จ พระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช
นอกจากนี้ภายในเขตพระราชวังดุสิตยังมีอาคารที่จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ภาพถ่าย ฝีพระหัตถ์ พิพิธภัณฑ์นาฬิกาโบราณ พิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณ พิพิธภัณฑ์เครื่องราชูปโภค และพระสาทิส ลักษณ์ พิพิธภัณฑ์ภาพพระราชพิธี
พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ยกเว้นวันหยุดนักชัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา 09.30–16.00 น. อัตราค่าเข้าชม พระที่นั่งวิมานเมฆ คนไทย ผู้ใหญ่ 75 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท หากต้องการเข้าชม เป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือแจ้งล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2628 6300-9
website: www.vimanmek.com

พระที่นั่งอนันตสมาคม
เริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นอาคารหินอ่อนแบบเรเนอซองส์ ของประเทศอิตาลี มีพระราชประสงค์ที่ จะสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่รับรองแขกเมือง และประชุมปรึกษาราชการแผ่นดิน พระที่นั่งสร้างแล้วเสร็จในสมัย รัชกาลที่ 6 ภายในพระที่นั่ง บนเพดานโดมของพระที่นั่งมีภาพเขียนเฟรสโกที่สวยงาม เป็นภาพเกี่ยวกับ พระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระบรมรราชวงศ์จักรี ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1-6 รวม 6 ภาพ พระที่นั่งอนันต สมาคมใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีรัฐพิธีต่างๆ และเคยใช้เป็นที่ประชุมรัฐสภา ภายหลังจึงได้ย้ายการ ประชุมมายังรัฐสภาใหม่ซึ่งอยู่ด้านหลังของพระที่นั่ง
ปัจจุบันนี้ ภายในพระที่นั่งมีการจัดแสดงผลงานชื้นเอกของโรงฝึกศิลปาชีพ สวนจิตรลดาหรือ นิทรรศการ งานศิลป์แผ่นดินซึ่งเป็นผลงานที่ได้สร้างถวายเนื่องในโอกาสมหามงคลสมัยสำคัญต่างๆ เพื่อเปิดโอกาส ให้ประชาชนได้ชื่นชมผลงานของนักเรียนโรงฝึกศิลปาชีพ สวนจิตรลดา จำนวนหลายชื้น ทั้งผลงานขนาด เล็กและใหญ่
เปิดให้เข้าชมวันอังคาร - วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. ทุกวัน ปิดทุกวันจันทร์ วันสงกรานต์ และวันขึ้นปีใหม่ ค่าเข้าชมคนละ 150 บาท (แต่งเครื่องแบบนักเรียน 75 บาท) การแต่งกาย ชุดสุภาพ ผู้หญิงสวมกระโปรง ไม่อนุญาติเสื้อไม่มีแขน
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02 283 9411, 02 283 9185 www.artsofthekingdom.com

สวนสัตว์ดุสิต (เขาดินวนา)
ตั้งอยู่ที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ใกล้กับสนามเสือป่า และพระที่นั่ง อนันตสมาคม มีพื้นที่ 118 ไร่ ได้รับการจัดตั้งให้จัดตั้งเป็นสวนสัตว์ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2481 ปัจจุบันเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน และ ได้รับการปรับปรุงเรื่อยมาตามลำดับ มีทั้งสัตว์ท้องถิ่นของไทยและ ต่างประเทศให้ชมจำนวนมาก เป็นสถานที่เดียวที่พบหลุมหลบภัยสมัย สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นหนึ่งใน unseen in Thailand
สวนสัตว์ดุสิตเปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น.อัตราค่าเข้าชมสวนสัตว์ ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 10 บาท ชาว ต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
ช่วงปี 2549 ได้ขยายเวลาเข้าชมถึง 21.00 น. โดยมีกิจกรรมไนท์ซาฟารีหรือชมสวนสัตว์ตอนกลางคืน สามารถเดินชม หรือนั่งชมบนรถพ่วงโดยมีวิทยากรนำชม รถออกเวลา 19.00 น.และ 20.00 น. ใช้เวลา ประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าบริการ ผู้ใหญ่คนละ 20 บาท เด็ก คนละ 10 บาท
สอบถามรายเพิ่มได้ที่ โทร. 0 2281 2000 และ 0 2282 7111-3 หรือเว็บไซด์ www.zoothailand.org

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
อยู่ถนนศรีอยุธยา เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาขึ้น โดยมีสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยานริศรานุวัดติ วงศ์ เป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้างศิลปสถาปัตยกรรมไทยโบราณที่มีความ วิจิตรงดงาม และเป็นระเบียบ ได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดที่มีการวาง แปลนแผนผังที่ดีที่สุดวัดหนึ่ง ทั้งยังประดับด้วยหินอ่อนที่ดีที่สุด จาก ประเทศอิตาลี เป็นที่รู้จักกันในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ในชื่อ “Marble Temple” พระประธานของวัดจำลองมาจากพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิษณุโลกบริเวณพระระเบียงด้านหลังพระ อุโบสถ เรียงรายด้วยพระพุทธรูปโบราณปางต่างๆ 52 องค์ ซึ่งสมเด็จ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงรวบรวมมาจากหัวเมืองต่างๆ และต่างประเทศ
เว็บไซด์ www.watbencha.com

 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
อยู่ข้างสะพานพระปิ่นเกล้า ถนนเจ้าฟ้า อดีตเคยเป็นโรงผลิตเหรียญ กษาปณ์ของไทย ปัจจุบันเป็นศูนย์รวบรวมและจัดแสดงผลงานศิลปะ ทั้งแบบประเพณีไทยโบราณ และแบบสากลร่วมสมัยของศิลปินที่มีชื่อ เสียงของไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนสีน้ำมัน ฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ตั้งแสดงอยู่ ด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ปิด วันหยุดนักขัตฤกษ์ อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2281 2224, 0 2282 2639

พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสร้างขึ้นพร้อม สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อแรกสร้างประกอบด้วย 3 ส่วนคือ พระ มหาปราสาท พระราชมณเฑียรสถานและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มี เนื้อที่ 132 ไร่ ในอดีตพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับของพระมหา กษัตริย์ ลักษณะแบบแผนการก่อสร้างคล้ายคลึงกับพระบรมมหาราช วังเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา คือ มีวัดพระศรีรัตนศาสดารามอยู่บริเวณวัง เหมือนกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 เริ่มรับอิทธิพลจากตะวันตกทำให้สถาปัตยกรรม มี ลักษณะผสมผสาน กับทางตะวันตกมากขึ้นหมู่พระที่นั่งที่สำคัญมีดังนี้
พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เดิมชื่อพระที่นั่งอินทราภิเษกมหาปราสาท เป็นพระมหาปราสาท องค์แรกที่ สร้างขึ้นในพระราชวัง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระอัครมเหสี และพระบรม วงศานุวงศ์ใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญ เช่น พระราชพิธีการมงคล และบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ
พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท อยู่ใกล้พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ใช้เป็นที่ประทับทรงพระราชพาหนะ และประทับเปลื้องเครื่องในงานพระราชพิธีที่มีขบวนแห่
พระที่นั่งพิมานรัตยา สร้างเมื่อ พ.ศ. 2332 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ เจ้าอยู่หัว ทรงใช้เป็น ที่บรรทม และทรงใช้เป็นที่ชุมนุมมหาสมาคมสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชบริพารฝ่ายในเข้ารับ พระราชทานเครื่องอิสริยยศ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ นอกจากนี้ยังเป็นที่สรงน้ำพระบรมศพพระ บรม วงศานุวงศ์ก่อนที่จะประดิษฐานพระบรมโกศ ในพระที่นั่งดุสิตมหา ปราสาท
พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท สร้างในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าฯ เจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2419 ใช้เป็นที่รับรองพระราชอา คันตุกะชั้นพระราชาธิบดี หรือชั้นประมุขของรัฐ นอกจากนี้ยังมีหมู่ พระที่นั่งสำคัญอื่นๆ เช่น พระที่นั่งราชกรัณยสภา พระที่นั่งมูลสถาน บรมอาสน์ พระที่นั่งบรมราชสถิตย์มโหฬาร พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ฯลฯ
วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้ว เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ตรงมุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือของ พระบรมมหาราชวัง เป็นที่ประดิษฐานพระมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) และใช้เป็นที่ประกอบ พระราชพิธีทางศาสนาที่สำคัญวัดพระแก้วสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2327 และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1-9 ตลอดทุกรัชกาล ภายในพระอุโบสถ และระเบียงรอบวัดมีภาพจิตรกรรมฝา ผนังสวยงามมาก สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ ภายในวัดได้แก่ พระปรางค์ 8 องค์ พระศรีรัตนเจดีย์ ปราสาทนครวัด จำลอง ปราสาทพระเทพบิดร ฯลฯ
ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ และเหรียญกษาปณ์ ตั้งอยู่ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวังด้านขวามือ ก่อนถึง ทางเข้าพระราชวังส่วนใน จัดแสดงเหรียญกษาปณ์ และเงินตราที่ใช้ ในประเทศไทยรวมทั้งเครื่องราชอิส ริยาภรณ์ ของสำนักฝ่ายใน เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ค่าเข้าชม 10 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ส่วนจัดแสดง โทร. 0 2222 5864 ต่อ 18
พระบรมมหาราชวังเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30–15.30 น. ชาวไทยไม่เสียค่าเข้าชม สำหรับชาวต่างประเทศเสียค่าเข้าชม 250 บาท รวมบัตรเข้าชมศาลาเครื่องราชอิสริยยศ และเหรียญกษาปณ์ และค่าเข้าชมพระที่นั่งวิมานเมฆ สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร. 0 2224 3273 หรือ 0 2623 5500 ต่อ 3100 หรือ www.palaces.thai.net
หมายเหตุ ตั้งแต่วันที่ 1กรกฏาคม 2551 สำนักพระราชวังปรับราคาค่าเข้าชมสำหรับชาวต่างประเทศเป็น 300 บาท และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 ปรับราคาเป็น 350 บาท ทั้งนี้ผู้ซื้อบัตรสามารถเข้าชมนิทรรศ การ "ศิลป์แผ่นดิน" ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม เพิ่มอีกแห่งหนึ่ง

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
อยู่ที่ถนนราชดำเนินกลาง สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณา ญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 อนุสาวรีย์นี้ออกแบบโดศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี เริ่มลงมือก่อสร้าง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 มีพิธีเปิด เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483 ตรงกลางประดิษฐานพานรัฐธรรมนูญ มีความสูง 3 ม. หนัก 4 ตัน

 วัดสุทัศน์เทพวราราม ราชวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่ที่ถนนบำรุงเมือง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหา ราช ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะสร้างพระวิหาร ให้มีขนาดใหญ่เท่ากับ พระวิหารวัดพนัญเชิงเป็นศรีสง่าแก่พระนคร ได้พระราชทานนามไว้ว่า “วัดมหาสุทธาวาส” แต่สร้างยังมิทันสำเร็จ ได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงดำเนินงานต่อ และ พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดสุทัศน์เทพวราราม” สร้างเสร็จสมบูรณ์ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่วัดสุทัศน์ไม่มีเจดีย์เหมือนวัดอื่นๆ เพราะมีสัตตมหาสถาน เป็นอุเทสิกเจดีย์ (ต้นไม้สำคัญในพุทธศาสนา 7 ชนิด) แทนที่อยู่แล้ว สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ พระ ศรีศากยมุนี (หลวงพ่อโต) พระประธานของวัดที่ได้ชะลอมาจากวิหารหลวงวัดมหาธาตุเมืองสุโขทัย และ บานประตูพระวิหาร ซึ่งเป็นศิลปกรรมชั้นเยี่ยมทางด้านการแกะสลักในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะคู่ ที่เป็นฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งปัจจุบันนี้ได้นำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธ ภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30–21.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2224 9845, 0 2222 9632 หรือเว็บไซต์ www.watsuthat.org

 วัดราชนัดดาราม
วัดราชนัดดาราม อยู่ที่ถนนมหาไชย สร้างเมื่อ พ.ศ. 2389 เป็นวัดที่ รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่พระเจ้าหลาน เธอพระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี มีเจ้าพระยายมราชเป็นแม่กองออก แบบ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์เป็นแม่กองสร้างโลหะปราสาท วัดนี้แปลก กว่าวัดอื่น คือ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างธรรมเจดีย์ปราสาทแทนการสร้าง พระเจดีย์ (นับเป็นแห่งที่ 3 ของโลก) มีความสูง 36 เมตร ประกอบ ด้วย เจดีย์ล้อมรอบ 37 องค์ เพื่อให้เท่ากับ “โพธิปักขียธรรม 37 ประการ” ปัจจุบันโลหะปราสาทแห่งนี้ เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโลก เนื่องจากโลหะปราสาทที่ประเทศอินเดีย และศรีลังกาได้ปรักหักพังไป หมดแล้ว เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00–20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2224 8807, 0 2225 5769

เสาชิงช้า
ตั้งอยู่ที่ หน้าวัดสุทัศน์เทพวราราม บนถนนบำรุงเมือง เขตพระนคร เสาชิงช้าถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 2327 และ เป็นโบราณสถานของ ชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2492 เป็นเสาชิงช้าขนาดใหญ่ มีสีแดงชาด มีส่วน สูงประมาณ 21 เมตร เนื่องจากเสาชิงช้ามีอายุการใช้งานมานานและ สภาพชำรุดมากจึงได้ทำการบูรณะปฎิสังขรณ์เสาชิงช้าใหม่โดยใช้ไม้ สักทองที่ลำต้นขนาดใกล้เคียงเสาชิงช้าเดิมจำนวน 6 ต้นจากจังหวัด แพร่และดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2549
สมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อสร้างกรุงเทพฯ เสร็จแล้วได้โปรดให้มีการสร้าง โบสถ์พราหมณ์ และเสาชิงช้า บริเวณถนนบำรุงเมือง ทางจะเลี้ยวไปถนนดินสอ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2327 และ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ย้ายมาตั้งที่ถนนบำรุงเมืองในตำแหน่งนี้จนถึงปัจจุบัน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 บริษัทหลุยส์ ที.เลียวโนแวนส์ ซึ่งเป็นบริษัทค้าไม้ได้อุทิศซุงไม้สักเพื่อสร้างเสาชิงช้าใหม่ เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2463 และ มีการซ่อมใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2502 และมีการเปลี่ยนเสาใหม่โดยคงไว้ในลักษณะ เดิมในปี พ.ศ. 2513 จากนั้นก็ยังไดัรับการซ่อมแซมบูรณะอีกหลายครั้ง จนกระทั่งปีพ.ศ.2548 เสาส่วน กลางมีความชำรุดมากและเนื่องด้วยเสาชิงช้าเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร ทางกรุงเทพมหานครฯ จึงได้ทำหนังสือขออนุญาตกรมศิลปากร เพื่อดำเนินการเปลี่ยนเสาใหม่ทั้งหมด ดังที่เห็นในปัจจุบัน และ ในอดีตเสาชิงช้านี้เคยใช้ประกอบพิธีตรียัมปวาย หรือพิธีโล้ชิงช้าในศาสนาพราหมณ์ เพื่อเป็นการแสดง ถึงการต้อนรับพระอิศวรในการเสด็จลงสู่โลกมนุษย์ในเดือนยี่ของทุกปี แต่ต่อมาพระราชพิธีนี้ได้ถูกยก เลิกในสมัยรัชกาลที่ 7 ปี พ.ศ. 2478

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
เดิมเป็นวังหน้าของกรม พระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับวังหลวงพระที่นั่งที่สำคัญ ได้แก่ พระที่นั่งศิวโมก ขพิมาน พระที่นั่งพุทไธศวรรย์ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ต่อมาใน สมัย รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ จัดตั้ง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้นที่ศาลาสหทัยสมาคมเรียกว่า “มิวเซี่ยม” แล้วย้ายมาที่วังหน้าของกรมพระราชวังบวรฯ ซึ่งบางส่วนกลายเป็น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริเวณข้างเคียงมี โรงเรียน ช่างศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป์ และโรงละครแห่งชาติอยู่ในบริเวณ เดียวกันสิ่งที่ น่าสนใจ นอกจากพิพิธภัณฑ์แล้วยังมีวัดบวรสถานสุท ธาวาส ตั้งอยู่ ภายในบริเวณวังหน้าใกล้กับโรงเรียนช่างศิลป์ วัดนี้เรียกกันว่า “วัดพระแก้ววังหน้า” พิพิธภัณฑสถานแห่ง ชาติจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุต่างๆ มากมายอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทย และชาติเพื่อนบ้าน พิ พิธภัณฑ์ฯ แห่งนี้ ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประจำปี 2545 รางวัลยอดเยี่ยมประเภทโครง การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว จากผลงานโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน เพื่อส่งเสริมให้รู้จัก คุณค่าของวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของชุมชนของตนเพื่อการท่องเที่ยว เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์- อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่าง ประเทศ 40 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2224 1333

 สยามนิรมิต
อยู่ที่ถนนเทียมร่วมมิตร เยื้องศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ข้างสถานทูตเกาหลีใต้ เขตห้วยขวาง เป็นสถานที่จัดแสดงโชว์ ศิลปวัฒนธรรมไทยรูปแบบใหม่ ระดับมาตรฐานโลก นำเสนอ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตและคติความเชื่อของชนชาวสยาม ผ่านการนำเสนอโดย ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งฉาก ระบบแสง สี เสียง ภาพ และ เทคนิคพิเศษบนเวทีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วย ทุนสร้างนับพันล้านบาท เพื่อให้เป็นอัครการแสดงที่เป็นความภูมิใจของคนไทย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เชิงศิลปวัฒนธรรมสำหรับต้อนรับบุคคลสำคัญและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
โรงละครรองรับผู้เข้าชมได้กว่า 2,000 ที่นั่ง เปิดแสดงวันละ 1 รอบ เวลา 20.00 น. ค่าบัตรเข้าชม 1,500 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2649 9222 หรือเว็บไซต์ www.siamniramit.com

การแสดงโขน ศาลาเฉลิมกรุง
ศาลาเฉลิมกรุงตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง เขตพระนคร เดิมเป็นโรงภาพยนตร์เฉลิม กรุง ต่อมาได้มีการปรับปรุงให้เป็นโรงละครที่ทันสมัย โดยมีการนำเอาเทคนิค พิเศษมาประกอบการแสดงหลากหลายประเภทอาทิ โขน ละครเวที ละครย้อน ยุค และภาพยนตร์หมุนเวียนกันไป ติดต่อ โทร. 0 2225 8757–8, 0 2623 81 48-9 หรือ เว็บไซต์ www.salachalermkrung.com
ตั้งแต่ ปี 2549 มูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้จัดโครงการ โขน-ศาลาเฉลิม กรุงขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี โดยได้จัดแสดงตลอดปี 2549 นอกจากโขน ซึ่งเป็นนาฏกรรมชั้นสูงของไทยแล้ว สถานที่จัดแสดง คือ ศาลาเฉลิมกรุงก็เป็น โรงมหสพหลวงที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่ากึ่งศตวรรษ เป็นเสมือนสถา บันสัญลักษณ์แห่งการนำเสนอศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ ด้วยรูปแบบของการแสดงอันวิจิตรตระการตา ถูกต้องตามขนบจารีตแบบแผน ซึ่งจะทำให้คนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนได้ตระหนัก ซาบซึ้ง และ ภาคภูมิใจในคุณค่าแห่งศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ เป็นการสืบอายุศิลปะและศิลปินไทยให้ดำรงอยุ่อย่าง ยืนยาว และส่งผลดีต่อเกียรติภูมิของประเทศด้วย
การแสดงโขน ศาลาเฉลิมกรุง แสดงทุกวันศุกร์และเสาร์ เริ่มเวลา 19.30 น. ใช้เวลาแสดง 1 ชั่วโมง 30 นาที บัตรราคา 1,000 และ 1,200 บาท จองบัตรได้ที่ศาลาเฉลิมกรุง โทร. 0-2623-8148-9, 0-2225-8757-8

 วัดชนะสงคราม
เดิมอยู่ที่กลางทุ่งนา จึงเรียกว่า " วัดกลางนา" สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหา สุรสิงหนาททรงสถาปนาขึ้นใหม่ และรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ เป็นวัดพระสงฆ์ ฝ่ายรามัญเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ทหารรามัญ ในกองทัพของสมเด็จกรมพระ ราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ชาวบ้านนิยมเรียกว่า" วัดตองปุ " ตามแบบวัดตองปุ ในสมัยอยุธยา ต่อมาเมื่อมีชัยชนะต่อกองทหารข้าศึกจึงพระราชทานนามใหม่ ว่า " วัดชนะสงคราม " เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย พระนามว่า "พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฎฐ์ มเหทธิศักดิ์ปูชนียะชยันตะโคดมบรม ศาสดา อนาวรญาณ"
วัดชนะสงครามตั้งอยู่ที่ ถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร สามารถเดิน ทางโดยรถประจำทางสาย 33, 64, 65, ปอ. 32, 64, 65

วังสวนผักกาด
ตั้งอยู่ที่ถนนศรีอยุธยา เป็นที่ประทับของกรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิจ และ ม.ร.ว.หญิงพันธุ์ทิพย์ บริพัตร ประกอบด้วยหมู่เรือนไทย จัดแสดงศิลปวัตถุโบราณต่างๆ มากมาย บางส่วนจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์โขนและ พิพิธภัณฑ์ดนตรีทูลกระหม่อมบริพัตรฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชม ชาว ไทย คนละ 50 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท นักศึกษา 20บาท
การเดินทาง รถไฟฟ้า BTS สถานีพญาไท ทางออกที่ 4 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2246-1775-6 ต่อ 229, 0 2245 4934 หรือเว็บไซต์ www.suanpakkad.com

พิพิธภัณฑ์ศิริราช
ตั้งอยู่ภายในโรงพยาบาลศิริราช ถนนพรานนก เขตบางกอกน้อย เดิมมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นแหล่งความรู้ และอุปกรณ์การสอนที่สำคัญสำหรับนักศึกษาแพทย์ แต่ปัจจุบันได้เปิดกว้างให้ประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยม ชมประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ย่อย ๆ ภายใน 2 อาคาร คือ ตึกอดุลยเดชวิกรม และตึกกายวิภาคศาสตร์
พิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจได้แก่
พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส จัดแสดงเกี่ยวกับโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากความผิดปกติทางร่างกาย
พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา แสดงเกี่ยวกับพยาธิที่ทำให้เกิดโรค รวมถึงอันตรายจากแมลง สัตว์มีพิษต่าง ๆ
พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน จัดแสดงเกี่ยวกับการชันสูตร วัตถุพยานในคดีฆาตกรรม สำคัญ รวมทั้งนิทรรศการ "ศิริราชกับสึนามิ" ที่เผยเบื้องหลังการทำงานของแพทย์ และการระบุตัวผู้เสีย ชีวิตในพิบัติภัยสึนามิ
พิพิธภัณฑ์ประวัติการแพทย์ไทย อวย เกตุสิงห์ จัดแสดงประวัติและวิวัฒนาการทางการแพทย์แผน ไทย การปรุงยา การนวดแผนโบราณ
พิพิธภัณฑ์กายวิภาคคองดอน จัดแสดงร่างกายและอวัยวะส่วนต่าง ๆ เพื่อการศึกษาการกำเนิดและ พัฒนาเป็นร่างกายมนุษย์
พิพิธภัณฑ์ก่อนประวัติศาสตร์ จัดแสดงโบราณวัตถุและโครงกระดูก ซึ่งแสดงวิวัฒนาการของมนุษย์ ก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการถาวร "ทรงเป็นยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์" ประกอบด้วยพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยผู้เข้าชมสามารถชมนิทรรศการผ่าน เครื่องเล่นออดิโอไกด์ แบบพกพา 2 ภาษา โดยเลือกฟังบรรยายจุดที่สนใจได้อย่างอิสระ
เปิดให้เข้าชม ตั้งแต่วันจันทร์ถึงเสาร์ เวลา 9.00 - 16.00 น. ค่าเข้าชม คนไทย 20 บาท ต่างชาติ 40 บาท เด็กและนักเรียนในเครื่องแบบเข้าชมฟรี สอบถามได้ที่ โทร. 0 2419 7000 ต่อ 6363 หรือ 6440 หรือดู เว็บไซต์ www.si.mahidol.ac.th/museums/th/index.htm

ตึกใบหยกสกาย
เป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณประตูน้ำ เป็นศูนย์กลางการพานิชย์และการค้าการส่งออก เสื้อผ้าสำเร็จรูปที่สำคัญของกรุงเทพฯ มีส่วนที่เป็นร้านค้า โรงแรม ห้องอาหาร ส่วนหอชมวิวอยู่บนชั้น 76-78 มีการจัดแสดงภาพถ่ายกรุงเทพฯ ในอดีต มีกล้องส่องทางไกล และเป็นที่จัดนิทรรศการ ส่วนชั้นที่ 84 เป็นดาดฟ้ากลางแจ้งสำหรับชมวิว ซึ่งสามารถหมุนชมทัศนียภาพได้โดยรอบ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2656 3000

 วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)
อยู่ที่ถนนสนามไชย ข้างพระบรมหาราชวัง เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระ พุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้ เล่าเรียนพระปริยัติธรรม วัดนี้ถือเป็นวัดประจำรัชกาล ที่ 1 ครั้นถึงสมัยพระบาท สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดโพธิ์ใหม่ทั้งหมด และ ได้นำเอาตำราวิชาการด้านต่างๆ มาจารึกไว้โดยรอบเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ แก่ประชาชนถือได้ว่าวัดโพธิ์ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย
นอกจากนี้ ที่วัดโพธิ์ยังมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ สร้างสมัยรัชกาลที่ 3 ก่อ อิฐถือปูนปิดทองทั้งองค์ ยาว 46 เมตร สูง 15 เมตร ที่ฝ่าพระบาทแต่ละข้างมี ลวดลายประดับมุก เป็นภาพมงคล 108 ประการ อันเป็นลักษณะอย่างหนึ่งของ มหาบุรุษตามคติของอินเดีย เปิดทุกวันตั้งแต่ เวลา 08.00 - 18.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย ชาวต่างชาติคนละ 50 บาท ต่อสอบถามรายละ เอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2222 5910, 0 2226 2942, 0 2226 1743, 0 2225 9595
หมายเหตุ ในวันที่ 31 มีนาคม 2551 นี้ จารึกวัดโพธิ์ จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองให้เป็น " มรดกแห่ง ความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World) จากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสห ประชาชาติ หรือ องค์การยูเนสโก (UNESCO)

มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้
ตั้งอยู่ที่บริเวณท่าเตียน ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ในอาคารเก่าที่ เคยเป็นกระทรวงพานิชย์เดิม ตัวอาคารหลังนี้ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2549 จากคณะกรรมาธิการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ การ จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์มีการใช้สื่อสร้างสรรทันสมัยน่าสนใจ และสนุกสนาน อธิบายถึงความเป็นมาของ ประเทศไทย ทั้งด้านเชื้อสาย ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี จนมาเป็นเชื้อชาติไทยเหมือนทุก วันนี้ โดยมีการแบ่งเป็นโซนต่างๆ ตามลำดับด้วยการนำผู้เข้าชมร่วมไขปริศนาของดินแดนสุวรรณภูมิ และ พาผู้ชมไปร่วมค้นหาคำตอบสำคัญด้วยตนเองว่า "เราคือใคร" และ "ความเป็นไทยหมายถึงอะไร"
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านชาติพันธุ์วิทยา มานุษยวิทยาและสาขาอื่นๆ เกี่ยวข้องกับสังคม ไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างสำนึกรักและเข้าใจในประวัติความเป็นมาของผู้คน บ้านเมือง วัฒนธรรมและท้องถิ่นของตน ตลอดจนเชื่อมโยงความสัมพันธ์ในลักษณะเครือญาติกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้วิธีการจัดแสดงแบบใหม่ ผ่านสื่อเครื่องมือต่างๆ ที่ทันสมัย ทำให้ผู้เข้าชมสามารถมีส่วนร่วม เรียน รู้และเข้าใจเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชาติไทยได้เป็นอย่างดี ภายในอาคารแบ่งเนื้อหาการแสดงเป็น 17 ห้องหลัก ในรูปแบบ "เรียงความประเทศไทย" โดยแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ตามห้องต่างๆ ชั้นแรก ประกอบ ด้วย ห้องที่นำเข้าสู่การจัดแสดง, เบิกโรง, ไทยแท้, ตึกเก่าเล่าเรื่อง และมีร้านขายของที่ระลึก ชั้นที่ 2 จัดแสดงเรื่องแผนที่ความยอกย้อนบนแผ่นกระดาษ, กรุงเทพฯ ภายใต้ฉากอยุธยา, ชีวิตนอกกรุงเทพฯ, แปลงโฉมสยามประเทศ, กำเนิดประเทศไทย, สีสันตะวันตก, เมืองไทยวันนี้และมองไปข้างหน้า ชั้นที่ 3 จัดแสดงหัวข้อเปิดตำนานสุวรรณภูมิ, สุวรรณภูมิ,พุทธิปัญญา, กำเนิดสยามประเทศ, สยามประเทศและ สยามยุทธ์ ผู้เข้าชมจะได้รับความรู้และความเพลิดเพลินจากการเข้าชมแต่ละห้องจัดแสดง นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อการเรียนรู้สำหรับเยาวชนและผู้สนใจรักด้านพิพิธภัณฑ์
พิพิธภัณฑ์เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ปิดวันจันทร์ ไม่เสีย ค่าเข้าชม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2622 2599 โทรสาร 0 2225 2775 หรือ www.ndmi.or.th
ที่ตั้ง อยู่บริเวณท่าเตียน ถนนสนามไชย ติดกับโรงเรียนตั้งตรงจิตพณิชยการ และสถานีตำรวจพระราชวัง ห่างจากวัดโพธิ์ประมาณ 500 เมตร
การเดินทาง รถโดยสารประจำทาง สาย 3, 6, 9, 12, 47, 53, 82, 524 หรือเรือด่วนเจ้าพระยา ท่าราชินี หรือท่าเตียน แล้วเดินต่อประมาณ 150 เมตร

นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์เธียเตอร์)
นาฎยศาลา หรือ โจหลุยส์เธียเตอร์ ตั้งอยู่ที่สวนลุมไนท์บาร์ซาร์ ถนนพระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน โรงละครเชิดหุ่นละครเล็ก เกิดขึ้นจากปณิธานความตั้งใจของ โจ หลุยส์ หรือ ครูสาคร ยังเขียวสด ศิลปิน แห่งชาติปี พ.ศ. 2539 ซึ่งต้องการรักษาศิลปะการแสดงหุ่นละครเล็กมิให้หายไปตามกาลเวลาการเชิดหุ่น ละครเล็กผู้เชิดจำเป็นต้องมีพื้นฐานทางด้านการแสดงโขนมาดัวย เนื่องจากในระหว่างที่เชิดหุ่น ผู้เชิดต้อง ร่ายรำตามไปด้วยและในขณะเดียวกันหุ่น 1 ตัว ต้องใช้ผู้เชิดถึง 3 คน ทำให้หุ่นเคลื่อนไหวเหมือนมีชีวิต เรื่องราวที่นำมาแสดงเป็นเรื่องรามเกียรติ์ ปัจจุบันมีคณะสาครนาฏศิลป์เหลืออยู่เพียงคณะเดียวในประเทศ ไทย ที่สืบสานศิลปะแขนงนี้ให้อนุชนรุ่นหลังต่อไป
โรงละครเปิดการแสดงทุกวัน เวลา 20.00-21.15 น. มีซุ้มสาธิตการทำหัวโขนให้ผู้สนใจในศิลปะไทยได้ ชมและแกลเลอรี่หุ่นละครเล็กแสดงประวัติหุ่นต่างๆ ค่าชมการแสดง ชาวไทย 400 บาท ชาวต่างประเทศ 900 บาท โรงละครเปิดตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น.
การเดินทาง รถไฟฟ้าใต้ดิน ลงที่สถานีลุมพินี หรือ โดยสารรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีศาลาแดง ต่อรถประจำทางสาย 115
ขณะนี้โรงละครกำลังจัดการแสดงหุ่นละครเล็ก ชุด " กำเนิดพระคเณศ " จนถึงวันที่ 23 พฤษภาคม 2551 ซึ่งเป็นชุดที่กำลังจะไปประกวดหุ่นอีกครั้ง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2252 9683-4 หรือชมเว็บไซต์ www.thaipuppet.com
หุ่นละครโจหลุยส์ ได้รับรางวัลดีเด่นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประเภทแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประจำปี 2543 และล่าสุดได้รับรางวัลการแสดงทางวัฒนธรรมยอดเยี่ยม หรือ The Best Performance Award จากการประกวดการแสดงหุ่นในเทศกาลหุ่นโลก ประจำปี 2551 ณ กรุงปราก ประเทศสาธารณรัฐเช็ก

นิคมอุตสาหกรรมอัญธานี (Gemopolis)
อยู่ที่ ถนนสุขาภิบาล 2 เขตประเวศ อยู่ใกล้วัดกิ่งแก้ว ถนนกิ่งแก้ว ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิ ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นนิคมอุตสาหกรรมสำหรับอัญมณีและเครื่องประดับแห่งแรกและหนึ่งเดียวในประเทศไทย เป็นอัญธานีที่สมบูรณ์แบบในเนื้อที่ 800 ไร่ ซึ่งประกอบด้วยศูนย์กลางผลิตและการค้าของอัญมณีและ เครื่องประดับนานาชาติและบริเวณนิคมฯ มีอาคาร Gemopolis Outlet ซึ่งรวมร้านจำหน่ายเครื่องประดับ อัญมณีต่างๆ มาจากโรงงานผลิตในนิคมฯ เปิดบริการสำหรับผู้สนใจทั่วไป วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00- 16.00 น. และวันเสาร์ เวลา 10.00-16.00 น. สำหรับการเยี่ยมชมการผลิตหรือโรงงานภายในนิคมฯ ต้อง ทำหนังสือถีงนิคมฯ ล่วงหน้า ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่ Gemopolis โทร. 0 2727 0000 หรือที่เว็บไซต์ : www.gemopolis.com

ถนนสายไม้ (ซอยประชานฤมิตร)
ในปี 2522 ชาวจีนจากวัดญวน สะพานขาว ถนนดำรงค์รัก สะพานดำ วัดสระเกศ และบางลำพู ได้ย้ายมา ตั้งถิ่นฐานใหม่ในซอยประชานฤมิตรและซอยไสวสุวรรณ โดยนำอาชีพเดิมมาด้วย คือ "งานแกะสลัก เครื่องไม้" ด้วยฝีมือที่ประณีตสวยงามและมีการสืบทอดมาโดยตลอด จึงทำให้บ้านเกือบทุกหลังในซอยนี้ มีอาชีพแกะสลักเครื่องไม้ และกลายเป็นแหล่งชุมชนโรงงานผลิตเครื่องตกแต่งไม้สำเร็จรูป ถึงแม้ว่างาน ส่วนใหญ่จะใช้เครื่องจักรผลิต แต่งานแกะสลักที่เป็นลวดลายไทยก็ยังคงใช้แรงงานฝีมือ
นอกจากนี้ยังรับผลิตงานตามสั่ง โดยราคาจะขึ้นอยู่กับความยากง่ายของชิ้นงาน สินค้าที่นี่มีราคาถูกกว่า ท้องตลาดทั่วไปถึงร้อยละ 30 เพราะเป็นแหล่งผลิตโดยตรงและเป็นศูนย์รวมสินค้าจากแหล่งผลิตอื่น รวม ถึงผลิตภัณฑ์ไม้ยางจากโรงงานต่างๆ
ปัจจุบันมีร้านค้าเรียงรายอยู่สองฝั่งถนนมากว่า 200 ร้าน จำหน่ายตั้งแต่ของตกแต่งบ้านเล็กๆ ไปจนถึง เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ ถือเป็นแหล่งรวมเครื่องตกแต่งไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จนได้รับขนานนาม ว่า "ถนนเฟอร์นิเจอร์"

ตลาดธนบุรี สนามหลวง 2
ตั้งอยู่ที่ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าคุณภาพดีราคาถูก ย่านฝั่งธนบุรี มีพันธุ์ไม้นานาชนิด อุปกรณ์จัดสวน และสินค้าต่าง ๆ มากมาย เปิดทุกวัน เวลา 9.00-16.00 น. ติดต่อ โทร. 0-2421-4523-4

ตลาดนัดเมืองมีน
ตลาดนัดเมืองมีน หรือตลาดนัดจตุจักร 2 จำหน่ายเสื้อผ้า ของประดับตกแต่งบ้าน สัตว์เลี้ยงหลายประเภท นกพันธุ์ต่าง ๆ ปลาตู้สวยงาม และอุปกรณ์สำหรับสัตว์ รวมทั้งอาหารสดอาหารแห้ง พืชผักผลไม้ปลอด สารพิษ ต้นไม้และอุปกรณ์การเกษตร เปิดเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ ส่วนในวันพฤหัสบดี - ศุกร์ จัดเป็น ตลาดนัดต้นไม้ ติดต่อ โทร. 0-2518-2062-4

อาร์เดล แกลเลอรี่ (Ardel Gallery of Modern Art)
อยู่ที่ถนนบรมราชชนนี กม.10.5 ตรงข้ามโรงพยาบาลธนบุรี 2 เป็นแกลเลอรี่ที่จัดแสดงผลงานศิลปะของ อาจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์ และนิทรรศการผลงานของศิลปินท่านอื่นที่นำมาจัดแสดงหมุนเวียน ตัวอาคาร รูปทรงสี่เหลี่ยม โปร่ง สบายตา มีห้องนิทรรศการในสไตล์มินิมัลลิสต์และห้องเรียนศิลปะสำหรับเด็ก สอบ ถามรายละเอียด โทร. 0 2422 2092, 08 7001 2001

สปัน แกลเลอรี่
ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนนานาชาติชาร์เตอร์ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม.
สปันแกลเลอรี่ เกิดจากแรงบันดาลใจของ สปัน เธียนประสิทธิ์ ผู้ซึ่งมีความมุ่งมั่น สานฝันของตนเองใน การผลิตงานศิลปหัตถกรรม ด้านเครื่องแต่งกายสมัยโบราณทั้งของชาวไทย และนานาชาติตั้งแต่อดีตจน ถึงยุคปัจจุบัน ทำให้เห็นถึงวิวัฒนาการการแต่งกายในยุคต่างๆ ซึ่งภายในแกลเลอรี่ มีการจัดแสดงการ แต่งกายในสมัยต่างๆ ทั้งของไทยและนานาชาติ ในขนาดเท่าของจริง เช่น การจัดแสดงการแต่งกายซึ่ง มีรูปแบบในยุคสมัยทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี เชียงแสน และสมัยรัตนโกสินทร์ยุคต่างๆ การจัดแสดงการ แต่งกายของนานาชาติในสมัยอดีต เช่น การแต่งกายของประเทศฝรั่งเศส อังกฤษ สเปน เปอร์เซีย เยอร มนี อาหรับ อียิปต์ การจัดแสดงชุดแต่งงานของผู้ที่มีชื่อเสียงในอดีต ภาพนางงามตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภาพมงกุฏกษัตริย์ทั่วโลก นอกจากนี้ยังจัดแสดงตุ๊กตาปั้นดินโดยย่อสัดส่วน เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย วิถี ชิวิตแบบไทย วรรณกรรม ได้แก่ การประดิษฐ์กระทง เมืองตุ๊กตา การหมั้นแบบไทย กรูณาโทรแจ้งล่วง หน้าก่อนเข้าชมที่ โทร. 02 726 8283-4 www.charter.ac.th
การเดินทาง รถยนต์ หรือ รถปรับอากาศหรือรถเมล์ ขสมก.สาย 11

หอเกียรติภูมิรถไฟ
ตั้งอยู่ด้านเหนือของสวนจตุจักรใกล้บริเวณลานจอดรถเอนกประสงค์ประตู 2 ถ.กำแพงเพชร 3 เป็นอาคาร เก่าของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งสร้างเมื่อ 30 ปี มาแล้ว เพื่อใช้เป็นที่เก็บขบวนรถไฟพระที่นั่งของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และหัวรถจักรประวัติศาสตร์บางคัน ต่อมาได้ถูกปิดไป ระยะหนึ่ง ภายหลังได้รับการปรับปรุงและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ เมื่อปี พ.ศ. 2533 เป็นสถานที่รวบรวม และ ให้ความรู้เกี่ยวกับการรถไฟ มีการจัดแสดงรถจักรไอน้ำ รถจักรจำลอง ขบวนรถไฟเล็กขนาดต่างๆ ภาพ ถ่ายและภาพวาดเกี่ยวกับเกียรติภูมิของการรถไฟโลกรวมทั้งสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ อีกมากมาย หอเกียรติภูมิ รถไฟเปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 07.00-12.00 น. โดยไม่เก็บค่าเข้าชม ติดต่อสอบ ถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ "ชมรมเรารักรถไฟ" คุณจุลศิริ วิรยศิริ ผู้อำนวยการหอเกียรติภูมิรถไฟ โทร. 0 1615 5776

หน้า 1 l 2 l 3 l 4 |