ประเพณี เทศกาล กรุงเทพมหานคร - Bangkok Festivals
งานกาชาดประจำปี 2552 " หัวใจใสสะอาด กาชาดช่วยปวงชน "
วันที่จัดงาน : 30 มีนาคม - 7 เมษายน 2552
วันธรรมดา เปิดงาน เวลา 14.00 - 23.00 น.
วันเสาร์ - อาทิตย์ เปิดงาน เวลา 10.00 - 23.00 น.
สถานที่จัดงาน : บริเวณสวนอัมพร ลานพระบรมรูปทรงม้าสนามหน้าที่ทำการสำนักพระราชวัง (สนามเสือ ป่า) ถนนศรีอยุธยา และถนนราชดำเนินนอกกรุงเทพฯ
กิจกรรมภายในงานกาชาดปี 2552
กิจกรรมที่ให้ความรู้และให้บริการด้านการแพทย์
กิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสาธารณะ
กิจกรรมด้านความบันเทิง การแสดงบนเวี การแสดงกลางแจ้ง
กิจกรรมด้านการเสี่ยงโชคชิงรางวัล การจำหน่ายบัตรสอยดาว สอยกัลปพฤกษ์ สลากกาชาด
กิจกรรมโครงการหลวง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์โครงการส่วนพระองค์ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม เกษตรและกลุ่มแม่บ้าน
กิจกรรมจากเหล่ากาชาดจังหวัด 75 จังหวัด
กิจกรรมการประกวดสุขภาพเด็ก การประกวดผู้สูงวัยสุขภาพดี การสรรหากุลบุตร - กุลธิดากาชาด การ ประกวดร้านกาชาดเฉลิมพระเกียรติ
ติดต่อ กรรมการและเลขานุการแผนกประชาสัมพันธ์งานกาชาด
โทรศัพท์ : 0 – 2256 – 4440 , 0 – 2251 – 1218 ต่อ 124
เว็บไซต์ http://www.redcross.or.th
กิจกรรมของกรมการปกครองในงานกาชาด 2552
กรมการปกครองเปิดจองชื่อสกุลที่ได้รับประทานจากสมเด็จพระสังฆราชฯในงานกาชาด ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.dopa.go.th/web_pages/m03093000/index.html
งานประเพณีมหาสงกรานต์ ถนนข้าวสาร
วันที่ 12-15 เมษายน 2552
ถนนข้าวสาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ
ผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร ขอเชิญชาวกรุงเทพมหานครและบริเวณใกล้เคียง รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาว ต่างชาติเที่ยวงานประเพณีมหาสงกรานต์ถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ ในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ งานทำบุญเลี้ยงพระ การสรงน้ำพระ การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ การประกวดเทพีสงกรานต์นางงามต่าง ชาติ จากทั่วโลก พร้อมทั้งมีการแสดงคอนเสิร์ตและการละเล่นต่าง ๆ ในระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน 2552 ตั้งแต่เวลา 07.00 น.เป็นต้นไป
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
นายสุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร
โทร 0 2282 5541, 08 1933 0559, 08 6761 6585
มหาสงกรานต์กรุงเทพมหานคร
กำหนดจัดงาน
วันที่ 10 - 15 เมษายน 2552
พื้นที่จัดงาน
บริเวณ 9 พระอารามหลวง และพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์
กิจกรรมในงาน
• การจำลองสงกรานต์ 4 ภาค กิจกรรมสรงน้ำพระพุทธรูป 4 ภาค
การสาธิตทำอาหารและขนมพื้นบ้าน การแสดงทางวัฒนธรรมจากภาคต่างๆ
• วันที่ 10 เมษายน 2552 ระหว่างเวลา 18.00 - 21.00 น. พิธีเปิดงาน
ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) กรุงเทพมหานคร
 |
 |
กิจกรรม Hi-Light
• "สงกรานต์วิถีไทย" และ "ไหว้พระขอพร 9 พระอารามหลวง" เวลา 09.00 - 18.00 น. วันที่ 13-15 เมษายน 2552 บริเวณ 9 พระอารามหลวง และรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ได้แก่
1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
2. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
3. วัดสุทัศน์เทพวรารามวรมหาวิหาร
4. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
5. วัดบวรนิเวศวิหาร
6. วัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร
7. วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
8. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)
9. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถขอรับ "Passport ไหว้พระ 9 วัด" ได้ที่จุดประชาสัมพันธ์ประจำวัดทุกวัด เมื่อ ประทับตราครบ 9 วัด รับคูปองลุ้นรางวัลพระเลี่ยมทองคำจาก 9 พระอารามหลวง และรางวัลอื่นๆ
• กิจกรรมรณรงค์ "แต่งไทยเล่นน้ำสงกรานต์แบบวิถีไทย" วันที่ 4 - 12 เมษายน 2552 เวลา 17.00 - 18.00 น. บริเวณถนนข้าวสาร โดยให้มีการรณรงค์การเล่นน้ำสงกรานต์อย่างถูกวิธี
• กิจกรรมสงกรานต์ถนนข้างสาร - บางลำพู - วิสุทธิกษัตริย์ บริเวณสวนสันติชัยปราการ ถนนข้าวสาร ถนนพระอาทิตย์ บางลำพู และวิสุทธิกษัตริย์ วันที่ 11 - 13 เมษายน 2552
 |
 |
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
TAT Call Center 1672 กองสร้างสรรค์กิจกรรม ททท. โทร. 0 2250 5522 ต่อ 3470-3
นิทรรศการศิลปะ "นัยว่า ห้องนี้มีหุ่น"
วันที่ 9 มีนาคม - 9 เมษายน 2552
ณ ประกอบ อาร์ต แกลเลอรี่ เลขที่ 52 ถนนข้าวสาร บางลำพู กรุงเทพฯ

ประกอบ อาร์ต แกลเลอรี่ แสดงผลงานจิตรกรรมภาพเขียนสีน้ำมันชุด "นัยว่า ห้องนี้มีหุ่น" หรือ "In The Room, Lay Puppets" โดย วิโรจน์ รัตนแจ่มเจริญ ศิลปินผู้ซึ่งปัจจุบันได้พักการศึกษาระดับปริญญาโท ในภาควิชาจิตรกรรม ที่ คณะจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์และศิลปะไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อเข้ารับการรักษาอาการป่วย แต่ยังคงทำงานศิลปะอยู่อย่างต่อเนื่อง
จิตรกรรมชุดนี้มีแนวคิดที่ว่า นัยเวลาการที่ผันเปลี่ยน ความร่วงโรยแห่งสังขาร มักทิ้งความงดงาม เป็นปรัชญาให้โลกเสมอ ขึ้นอยู่กับว่า เราจะสามารถสัมผัส กับความงามอันแสนเศร้าได้เพียงใด
จัดแสดงทุกวันเวลา 10.00-20.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 08 7095 3639 หรือ http://prakorbartgallery.hi5.com
นิทรรศการเทิดพระเกียรติ "ทรงเป็นยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์"
เปิดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ "ทรงเป็นยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์" (The Heart and Soul of the Nation)
วันที่ 26 ธันวาคม 2550
ณ พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช ตึกอดุลยเดชวิกรม เขตบางกอกน้อย จังหวัดกรุงเทพฯ
พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช ขอเชิญชาวศิริราชและบุคคลทั่วไปชมนิทรรศการ "ทรงเป็นยิ่งกว่าพระมหา กษัตริย์" จะมีการเปิดนิทรรศการในวันที่ 26 ธันวาคม 2550 เวลา 15.00 น. และจะจัดแสดงเป็นนิทรรศ การถาวร ณ พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช
นิทรรศการจะประกอบด้วยพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยผู้เข้าชมสามารถชมนิทรรศการผ่านเครื่องเล่นออดิโอ ไกด์ แบบพกพา 2 ภาษา เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ที่จะทำให้ผู้ชมได้เลือกฟังบรรยายจุดที่สนใจได้อย่างอิสระ
นิทรรศการจะเปิดให้เข้าชมในวันจันทร์ - เสาร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2419 7000 ต่อ 6363 และ 6440
เว็บไซต์ http://www.si.mahidol.ac.th/museums/th/index.htm
ประเพณีตักบาตรพระร้อย (วัดไทยเจริญ)
ประวัติ / ความเป็นมา
พระอธิการองค์หนึ่ง ชื่อพระอธิการแฉ่ง เป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดไทยเจริญ (แต่ก่อนชื่อวัดบ้านจีน) เป็น ผู้จัดให้มีขึ้นและทำต่อกันมาจนเป็นประเพณีนิยม เดิมทีเดียวชาวบ้านวัดไทรได้ริเริ่มจัดทำมาก่อนวัดใดๆ ทั้งสิ้น แต่ต่อมาในระยะหลังวัดไทรไม่สามารถจัดต่อไปได้ จึงมอบหมายให้วัดไทยเจริญ จัดทำต่อมาเป็น ระยะเวลาอันยาวนาน ที่เรียกว่าตักบาตรพระร้อยนั้น ข้อแท้จริงเป็นชื่อเรียกกันตามหมู่บ้าน แต่ถ้าเรียกกัน เต็มๆ ต้องเรียกว่าตักบาตรพระร้อยแปด คำว่า “ร้อยแปด” หมายถึงพระคณาจารย์ร้อยแปดองค์ ที่ได้ร่วม ปลุกเสกหลวงพ่อพุทธอาคมตามเรื่องนี้กล่าวกันว่าใน พ.ศ.2466 พระอธิการซึ่งเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัด ไทยเจริญ ได้ประชุมปรึกษาหารือกับคณะกรรมการจัดสร้างพระพุทธรูปองค์หนึ่ง เพื่อไว้เป็นที่เคารพสัก การะของชาวตำบลนั้น และอนุชนรุ่นหลังๆ ต่อไป ได้ออกบอกบุญตามชาวบ้านตำบลนั้นและตำบลใกล้ เคียง เพื่อนำทองเหลืองมาหล่อเป็นองค์พระ เมื่อได้ทองเหลืองพอแก่ความต้องการแล้วคณะกรรมการ จึง แผ่ทองเหลืองให้เป็นแผ่น และมอบให้พระอาจารย์จำนวนร้อยแปดองค์ ผู้ชำนาญในวิชาไสยศาสตร์ ปลุก เสกจารึกอักขระลงแผ่นทองเหลือง แล้วนำมามอบให้วัดไทยเจริญจัดการหล่อต่อไป คณะกรรมการกับ ประชาชนจึงพร้อมใจกันเททองหล่อเป็นองค์พระพุทธปฏิมากร จนสำเร็จเป็นรูปองค์พระขึ้นมาโดยสมมติ ชื่อว่า “พระพุทธอาคม” ชาวบ้านแถวนั้นเรียกกันจนชินปากว่า “หลวงพ่อพุทธอาคม” หลวงพ่อพุทธอาคม นี้หล่อสำเร็จเมื่อ พ.ศ.2466 นับอายุตั้งแต่วันหล่อจนถึงปัจจุบันนี้ พ.ศ. 2543 รวมเวลา 77 ปี ประชาชน เคารพสักการะ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตำบลอยู่จนถึงทุกวันนี้
กำหนดงาน
การตักบาตรพระร้อยน้ำ เริ่มทำมาตั้งแต่สร้างหลวงพ่อเสร็จ คือ วันแรม 8 ค่ำ เดือน 12 พ.ศ.2466 เมื่อ สร้างหลวงพ่อเสร็จก็จัดการฉลอง และต่อมาวันแรม 8 ค่ำ เดือน 12 ทุกๆ ปี ชาวบ้านถือกันว่าเป็นวันฉลอง หลวงพ่อ และเรียกว่าวันทำบุญตักบาตรพระร้อยแปดหรือพระร้อย เป็นประจำสืบต่อมาด้วย สามารถตรวจ สอบรายละเอียดได้ที่ www.tat.or.th/festival
กิจกรรม / พิธี
วันแรม 7 ค่ำ เดือน 12 ก่อนวันงานหนึ่งวัน คณะกรรมการพร้อมทั้งเจ้าอาวาสจะจัดขบวนเรือแห่หลวงพ่อ พุทธอาคมอย่างมโหฬาร ไปตามคลองบางกอกน้อย แห่ไปทางตะวันออกจดวัดชัยพฤกษ์และทางตะวัน ตกจดอำเภอบางใหญ่ พอถึงอำเภอบางใหญ่แล้วก็นำขบวนย้อนกลับมาตั้งทำพิธีที่วัดให้ประชาชนปิดทอง สักการะเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน และมีมหรสพสมโภชตลอดงาน
เช้าวันใหม่ประชาชนจำนวนมากมายหลายพันคน ซึ่งมาจากตำบลต่างๆ เช่น ชาวตำบลบางกร่าง ตำบลบาง ขุนกอง ตำบลบางรางนก และตำบลบางคูเวียง ได้พร้อมใจกันร่วมทำบุญตักบาตรพระร้อยที่ริมคลองบาง กอกน้อย เริ่มตั้งแต่วัดไทยเจริญเป็นแถวยาวเหยียดไปตามสองฝั่งคลอง
ผู้ที่มีเคหสถานอยู่ไกลออกไป ไม่สามารถใช้เรือพายมาได้ก็จะใช้เรือติดเครื่องยนต์ขนาดต่างๆ มาหาที่ จอดตามชอบใจ เพื่อคอยตักบาตรพระที่มาจากอารามต่างๆ ส่วนพระภิกษุและสามเณรที่มารับบิณฑบาต นั้น ใช้เรือติดเครื่องยนต์ และเรือพายด้วย การใช้เรือติดเครื่องยนต์นั้นทำให้สะดวกสบายหลายอย่างใน การรับบิณฑบาต ทำให้พระสงฆ์ที่มาเหล่านั้นอาจสนองความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มาตักบาตรได้ ทั่วถึงกันด้วย
งานตักบาตรพระร้อยทุกครั้ง ตั้งแต่วันแห่จนถึงวันงานเป็นต้นไป เป็นงานที่น่าเที่ยวและสนุกสนานมาก บรรดาชาวพระนครและจังหวัดใกล้เคียงไปร่วมสนุกในงานตักบาตรพระร้อยมากมาย
หลังจากทำบุญตักบาตรพระร้อยเสร็จแล้ว ในตอนบ่ายเวลาประมาณ 15.00 น. มักจัดให้มีการแข่งเรือ ผู้ สมัครแข่งจะนำเรือของตนไปทอดทุ่น ณ ที่ใดที่หนึ่ง รอเวลาที่จะนำเรือออกประลองฝีพายกันต่อไป
การแข่งเรือนี้ไม่ได้จัดประเภทตายตัวลงไป ทุกคนมีโอกาสที่จะแสดงความสามารถของตัวเองไม่ว่าจะเป็น ผู้หญิงหรือผู้ชาย เด็กหรือผู้ใหญ่ เมื่อทุกคนหาคู่แข่งที่มีผีพายพอๆ กันแล้ว ก็ยื่นความจำนงต่อคณะกรรม การ คณะกรรมการก็จะจัดให้แข่งกัน ถ้าหากเรือลำไหนมีฝีพายดีและชนะลำอื่นๆ ก็จะได้รับของขวัญจาก คณะกรรมการที่ได้จัดไว้ให้พิธีแข่งเรือเริ่มตั้งแต่ 15.00 น.ถึงค่ำจึงแยกย้ายจากกัน
OTOP Festival in the City 2009 ปรากฎการณ์ภูมิปัญญาไทย กลางใจเมือง
วันที่ 27 มีนาคม – 5 เมษายน 2552
สถานที่ สนามศุภชลาศัย (สนามกีฬาแห่งชาติ) กรุงเทพฯ เวลา 11.00 – 23.00 น.
ศูนย์การค้าชั้นนำ 7 แห่ง ในกรุงเทพฯ ได้แก่ ศูนย์การค้ามาบุญครอง สยามดิสคัฟเวอรี่ ศูนย์การค้าสยาม เซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า และห้าง สรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรียม เวลา 10.00 – 22.00 น.
กิจกรรม ณ สนามศุภชลาศัย
สนุกสนานกับมหกรรมชิมชม ช็อป ด้วยสินค้า OTOP คุณภาพจาก 4 ภาค 2,500 ร้านค้า ประกอบด้วย สินค้าหัตถกรรม ศิลปะประดิษฐ์และของที่ระลึก อาหาร เครื่องดื่ม ผ้าและเครื่องแต่งกาย ของใช้และของ ประดับตกแต่ง สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร โดยแบ่งเป็นซุ้มภาคต่าง ๆ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้
กิจกรรมภาคศิลปะ วัฒนธรรม (บริเวณสนามศุภชลาศัย) อาทิ คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ จากคณะดนตรี เสียงอีสาน กลุ่มศิลปินโปงลางสะออน กลุ่มศิลปินชื่อดัง การแสดงดนตรีลูกทุ่งระดับนักเรียนจากโรงเรียน ต่างๆ และสนุกสนานไปกับการค้นหาดาวกันแบบสดๆ ในรูปแบบรายการ ดันดารา เนรมิตสนามศุภชลาศัย ให้เป็นความสุขแห่งมหานครอย่างแท้จริง
การแสดงแสง เสียงและสื่อผสม ชุด มรดกวัฒนธรรมสู่ปรากฏการณ์ภูมิปัญญาไทย ด้วยนักแสดงกว่า 100 ชีวิตกับเรื่องราวความยิ่งใหญ่ จากอารยธรรมสู่วิถีชีวิตพื้นบ้าน จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์แห่งภูมิปัญญา ไทยสินค้าโอทอป ด้วยเทคนิคและการแสดงตระการตา อย่างที่พลาดไม่ได้
กิจกรรมพาเหรดวัฒนธรรม 76 จังหวัด ใจกลางเมือง
ตระการตากับความงดงามของพาเหรดวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี กับการประกวดขบวนวัฒนธรรม 76 จังหวัด (18 กลุ่มจังหวัด) ในวันที่ 29 มีนาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป นำขบวนโดยรถ สัญลักษณ์โอทอป “ปรากฎการณ์ภูมิปัญญาไทยกลางใจเมือง” ที่ตกแต่งอย่างยิ่งใหญ่ ตระการตา โดย เริ่มขบวนจาก ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม อุทยานเบญจสิริ ไปตามถนนสุขุมวิท และถนนพระราม 1 ผ่านอัมรินทร์พลาซ่า เกษรพลาซ่า เซ็นทรัล เวิลด์ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ มาบุญครอง และสิ้นสุดที่สนามศุภชลาศัย
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับตารางการแสดง ณ สนามศุภชลาศัย และศูนย์การค้าที่ร่วมโครงการ ได้ที่ เว็บไซต์กรมพัฒนาชุมชน http://www.cdd.go.th/otopfestival/main.php
งานสัปดาห์เฉลิมพระเกียรติ วันจักรี ครั้งที่1 และกรุงเทพไตรกีฬา 2009
วันที่ 4 - 6 เมษายน 2552
ณ สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม พระราม 3 กรุงเทพมหานคร
ฉลอง 175 ปี ความสัมพันธ์ ไทย - สหรัฐอเมริกา
4 - 6 เมษายน 2552
งานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติราชวงศ์จักรี
นิทรรศการ 175 ปี ความสัมพันธ์ ไทย - สหรัฐอเมริกา การออกร้านของส่วนราชการและภาคเอกชน
5 เมษายน 2552
การแข่งขันกรุงเทพไตรกีฬาและทวิกีฬา ประเภทเดี่ยว และประเภททีม
- ไตรกีฬา : ว่ายน้ำ 5 กม. ปั่นจักรยาน 40 กม. วิ่ง 10 กม.
- มินิ - ทวิกีฬา : วิ่ง 5 กม. ปั่นจักรยาน 28 กม. วิ่ง 2.5 กม.
ค่าสมัครแข่งขันโดยร่วมสมทบทุนมูลนิธิฯ 1,500 บาทต่อท่าน รับ Race Pack, เสื้อกรุงเทพไตรกีฬา, บัตร เชิญงาน Pasta Party สมัคร โทร. 08 4111 2680-1
6 เมษายน 2552
งานเดิน - วิ่งเฉลิมพระเกียรติวันจักรี
มูลนิธิราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญร่วม "งานเดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติวันจักรี ครั้งที่ 1" ประจำปี 2552 ในวันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ.2552 จากเชิงสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมเขตยานนาวาถึง เชิงสะพานฝั่งพระประแดงเป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร เป็นครั้งแรกก่อนที่เปิดสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม อย่างเป็นทางการ ค่าสมัครร่วมโครงการ 500 บาท โดยรายได้ทั้งหมด จะนำเข้ามูลนิธิราชประชาสมาสัย
ในการนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดมาตุ เสด็จพระดำเนินเปิดโครงการและ โปรดเสด็จพระดำเนินนำฤกษ์จากจุดเริ่มต้นโครงการ ค่าสมัครแข่งขันโดยร่วมสมทบทุนมูลนิธิฯ 500 บาท ต่อท่าน รับเสื้อและเหรียญที่ระลึก งานเดิน - วิ่งเฉลิมพระเกียรติวันจักรี
สมัคร โทร. 0 2205 3112, 0 2272 6857, 0 2455 9149
สถานที่รับสมัคร
บู๊ธประชาสัมพันธ์ งานเดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติวันจักรี ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ.2552 ณ สถานีรถไฟฟ้า มหานคร ทั้ง 18 สถานี
ท่าเรือข้ามฟากสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน (สาทร- คลองสาน) 20 มีนาคม- 5 เมษายน ทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 09.00- 18.00น.
ตลาดนำตลิ่งชัน ทุกวันเสาร์-วันอาทิตย์ 21-22 มีนาคม 2552 กับ 28-19 มีนาคม 2552 เวลา 09.30-17.00 น.
ตลาดนัดสวนจตุจักร ทุกวัน 20 มีนาคม- 5 เมษายน 2552 เวลา 09.30- 17.00 น.
สำหรับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 37 (26 มีนาคม- 6 เมษายน 2552) ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์ สามารถสมัครได้ที่บู๊ธ บริษัทโพสพศุภกร W 12 โซนเอเทรียม
ศูนย์ประชาสัมพันธ์งานเฉลิมพระเกียรติวันจักรี เลขที่ 24 ซอยพหลโยธิน 8 (สายลม 1) ถ.พหลโยธิน แขวง/เขต พญาไท กทม. 10400 เบอร์โทรศัพท์-โทรสาร 02-272-6857
ค่าสมัคร โดยโอนผ่านบัญชีธนาคารได้ที่ ชื่อบัญชว่าี เดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติวันจักรี โดย นางศุลีมาศ สุทธิสัมพันธ์ เลขที่บัญชี 024-30-62756 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเจริญนคร แล้วแฟ็กซ์เปย์-อิน มาที่ โทรสาร 02-272-6300
ค่าสมัครเข้าร่วมการแข่งขันโดยร่วมสมทบทุนมูลนิธิฯ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แด่ผู้ที่ได้รับ ผลกระทบจากโรคเรื้อนและ โรคเอดส์
รายละเอียดเพิ่มเติม www.bangkoktriathlon.org
ดนตรีในสวนปีที่ 16 สมัยกาลดนตรีไทย
แสดงทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.30 - 19.30 น.
ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ - วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2552
ณ ศาลาภิรมย์ภักดี บริเวณสวนปาล์ม สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร
รายการแสดง
| วันอาทิตย์ที่ 22 กุมพาพันธ์ |
วงคุณพระช่วยออเครสตรา (ในรายการคุณพระช่วย) |
| วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม |
ทีมงานโมเดิร์นเรดิโอ ลูกทุ่งมหานคร F.M.95 (ดีเจ จิ้ง) |
| วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม |
ชินกร ไกรลาศ ศิลปินแห่งชาติ เจ้าของเพลง "ยอยศพระลอ" |
| วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม |
ประลองปี่พาทย์ประชันวง ของ มรภ.พระนคร |
| วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม |
วงบอยไทย |
| วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม |
วงดนตรีแจ๊ส |
| วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน |
วงดนตรีเพชร พนมรุ้ง (ราชาเพลงโห่) |
| วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน |
วงดนตรีไทยกรุงเทพมหานคร |
| วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน |
วงดุริยางค์เยาวชนไทย (สังกัด สวช.) |
| วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน |
การแสดงศิลปะพื้นบ้าน 4 ภาค และการแสดงโขน (สังกัด สวช.) |
| หมายเหตุ |
ติดตามรายการแสดงได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบโครงการจากโฆษณาใน
- หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับทุกวันพุธและวันศุกร์
- หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับทุกวันพฤหัสบดีและวันเสาร์
- หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับทุกวันพฤหัสบด |
| ติดต่อสอบถาม |
- หนังสือพิมพ์มติชน โทร. 0 2589 0020 ต่อ 1702
- กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2621 0703-4
- www.matichon.co.th |
นิทรรศการ 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์
นิทรรศการ 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ เป็นความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และวัดพระเชตุ พนวิมลมังคลาราม(วัดโพธิ์) มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและ สถาบันศาสนา และสร้างจิตสำนึกและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย อีกทั้งอนุรักษ์วิถีความเป็นอยู่และ ศิลปวัฒนธรรมไทย ทั้งสร้างกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในยามค่ำคืนในเขตโบราณสถานในกรุงเทพฯ
สิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 9 สิ่ง ได้แก่
มหัศจรรย์พระไสยาส พระพุทธรูปขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีลักษณะพิเศษ คือ ประดับมุก ภาพมงคล 108 ประการที่พระบาท
มหัศจรรย์ตำราเวชเชตุพน ศาลาจารึกตำรานวดแผนโบราณ มีจิตรกรรมลายเส้นบอกตำแหน่งนวด นับ เป็นบันทึกที่รวบรวมสรรพวิชาทั้งการแพทย์ การเมือง การปกครอง ประวัติการสร้างวัด และ วรรณคดี นับ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศ
มหัศจรรย์มหาเจดีย์ สี่รัชกาล เป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ 4 องค์ องค์พระเจดีนั้นเป็นแบบเจดีย์ย่อไม้สิบ สอง ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ อันประกอบด้วย พระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 1 – 4
มหัศจรรย์ต้นตำนานสงกรานต์ไทย คติความเชื่อตำนานสงกรานต์ซึ่งรัชกาลที่ 3 ให้จารึกลงในแผ่นศิลา ติดไว้ที่วัดโพธิ์ เป็นเรื่องเล่าถึงความเป็นมาของประเพณีดังกล่าว โดยสมมุติผ่านเรื่องราวธรรมบาลกุมาร และนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดเทียบกับแต่ละวันในสัปดาห์
มหัศจรรย์มรดกโลกวัดโพธิ์ ซึ่งรัชกาลที่ 3 ทรงให้นำองค์ความรู้จากนักปราชญ์ของไทย เช่น ตำราการ แพทย์ โบราณคดี วรรณกรรม โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ฯลฯ จารึกบนแผ่นหินอ่อนประดับไว้ตามบริเวณ ผนังภายในวัด ซึ่งความรู้ที่จารึกไว้บนแผ่นศิลาในปัจจุบันรวมเรียกว่า ประชุมจารึกวัดพระเชตุพน โดยองค์ การยูเนสโก มีมติรับรองขึ้นทะเบียนศิลาจารึกพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นเอกสารมรดกความทรงจำ แห่งโลก
มหัศจรรย์ตำนานยักษ์วัดโพธิ์ บอกเล่าเรื่องราวตำนานเกี่ยวกับยักษ์วัดโพธิ์และยักษ์วัดแจ้ง ซึ่งทำให้ เกิดท่าเตียนในปัจจุบัน
มหัศจรรย์ผ่านภพรัตนโกสินทร์ พระอุโบสถหลังเก่าของวัดโพธารามตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ภาย หลังการสถาปนาพระอุโบสถหลังใหม่ของวัดพระเชตุพนแล้ว จึงได้ลดฐานะเป็นศาลาการเปรียญ โดยภาย ในมี "พระพุทธศาสดา” ประดิษฐานเป็นพระประธาน
มหัศจรรย์วิจิตรพระพุทธเทวปฏิมากร ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธเทวปฏิมากรเป็นพระพุทธ รูปปางสมาธิ ซึ่งรัชกาลที่ 1 ทรงอัญเชิญมาจากวัดศาลาสี่หน้า ด้วยประสงค์ตั้งมั่นแน่วแน่ว่า นี่จะเป็นพระ นครอย่างถาวร
มหัศจรรย์ต้นตำรับนวดแผนไทยรัชกาลที่ 1 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้รวบรวมการแพทย์แผนโบราณ และศิลปะวิทยาการครั้งกรุงศรีอยุธยาไว้ ทรงพระราชดำรินำเอาท่าดัดตนอันเป็นการพักผ่อนอิริยาบถ แก้ เมื่อยตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย และประยุกต์กับคติไทยที่ยกย่องฤษีเป็นครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิทยาการ ต่างๆ เป็นรูปฤาษีดัดตนแสดงท่าไว้ที่วัดเพื่อให้ราษฎรทั่วไปได้ศึกษาเล่าเรียนและรักษาโรคได้อย่างกว้าง ขวาง
นิทรรศการ 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ เปิดให้เข้าชมงานฟรีตลอดเดือนตุลาคม 2551 เวลา 18.00-21.00 น. ของทุกวันและจะเก็บค่าเข้าชมตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 เป็นต้นไป จนถึงเดือนเมษายน 2552 บัตร ราคา 200 บาท (ซึ่งราคาบัตรนี้ยังไม่รวมราคานวด) สามารถซื้อบัตรได้ที่จุดจำหน่ายบัตรบริเวณวิหารพระ พุทธไสยาส วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) กรุงเทพมหานคร หรือสอบถามได้ที่ สำนักงานวัด พระเชตุพนฯ โทร. 0 2226 0335 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม TAT Call Center 1672
ประเพณีสงกรานต์วิสุทธิกษัตริย์ กรุงเทพฯ
ประวัติ / ความเป็นมา
งานสงกรานต์วิสุทธิกษัตริย์เริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ.2478 โดยมีชาววิสุทธิกษัตริย์กลุ่มหนึ่งคือ นายฉัตร เศวตดิษ นางแส ศรีสกุลดิษ และนายสุวมิตร คงนิยม ได้ร่วมกันจัดทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ในวันสงกรานต์ รวมทั้ง มีการปล่อยนกปล่อยปลา เล่นเข้าผี และมีมหรสพมากมาย ซึ่งชาวบ้านได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีทั้ง 3 ท่าน จึงนำความเข้าปรึกษาเจ้าคุณวิเศษธรรมชาต อธิบดีศาลฎีกาสมัยนั้น เมื่อรับทราบเรื่องราวและ วัตถุ ประสงค์้ จึงได้ออกบัตรเชิญผู้อาวุโสในย่านใกล้เคียง เช่น บ้านพานถม บางขุนพรหม นามบัญญัติ เทเวศร์ และโรงเรียนนายร้อย จปร. (เดิม) เข้าร่วมประชุมและตั้งชื่องานว่า “ประเพณีสงกรานต์วิสุทธิ กษัตริย์” ตั้ง แต่นั้นเป็นต้นมา
พ.ศ. 2479 นายสุวมิตร คงนิยม ประธานจัดงานได้กำหนดงานขึ้นในวันที่ 12-13 เมษายน แต่ไม่มีทุน จึง ได้ขอรับบริจาคจากประชาชน งานได้จัดติดต่อกันหลายปี จนถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่าง พ.ศ.2485-2488 งดจัดงาน 4 ปี
พ.ศ.2489 สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ได้พระราชทานเงินสมทบทุนการ กุศลให้จัดงานขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และมีการประกวดเทพีสงกรานต์ขึ้นเป็นครั้งแรก
พ.ศ.2490-2505 การจัดงานดำเนินต่อไป โดยผลัดเปลี่ยนกันเป็นประธานจัดงาน มีการปรับปรุงพิธีการ และรายการต่างๆ ให้ดีขึ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากส่วนราชการหลายแห่ง เช่น เขตพระนคร โรงเรียน นายร้อย จปร. (เดิม) สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง และส่วนราชการอื่นๆ และได้รับกำลังใจจากผู้ใหญ่ หลายท่าน เช่น จอมพล ป. พิบูลสงคราม, จอมพลผิน ชุณหะวัณ, จอมพลถนอม กิตติขจร, จอมพลประ ภาส จารุเสถียร และคุณกมล วรรณประภา เป็นอย่างดียิ่ง แต่ในพ.ศ.2506 งานสงกรานต์ต้องงดไปเพราะ ไม่มีผู้รับเป็นประธานจัดงาน
พ.ศ.2507-2529 ได้รับการสนับสนุนจากเขตพระนครอย่างจริงจัง และมีการประชาสัมพันธ์งานแพร่หลาย ยิ่งขึ้น ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ โดยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
กำหนดงาน
งานสงกรานต์วิสุทธิกษัตริย์จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันที่ 12 และ 13 เมษายน สามารถตรวจสอบรายละ เอียดได้ที่ www.tat.or.th/festival
กิจกรรม / พิธี
ในวันที่ 12 เมษายน มีการแห่พระพุทธรูปจากวัดตรีทศเทพมาประดิษฐาน ณ บริเวณงานย่านถนนวิสุทธิ กษัตริย์ เพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำพระพุทธรูป เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนั้น ยังมีการรดน้ำขอพร จากผู้ใหญ่ การละเล่นพื้นเมือง กีฬาสำหรับเด็ก ตอนกลางคืนมีมหรสพนานาชนิดเพื่อเฉลิมฉลอง
และในวันที่ 13 เมษายน ซึ่งถือเป็นวันมหาสงกรานต์ ทางคณะกรรมการจัดงานจะนิมนต์ พระสงฆ์จากพระ อารามต่างๆ มารับบิณฑบาต และสิ่งที่เป็นจุดสำคัญของงานในวันนี้ คือ การประกวดเทพีสงกรานต์วิสุทธิ กษัตริย์ประจำปี ส่วนในตอนกลางคืนก็มีการแสดงและมหรสพต่างๆ มากมาย
กลับด้านบน
|