หาดชะอำ อยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบุรี 41 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายเข้าชาย หาดระยะทาง 2 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่สวยงามและมีชื่อเสียง ของจังหวัดเพชรบุรี เดิมชะอำเป็นเพียงตำบลหนึ่งขึ้นอยู่กับอำเภอ หนองจอก แต่ภายหลังหัวหินมีชื่อเสียงที่ดินแถบชายทะเลถูกจับ จองหมด เจ้านายชั้นผู้ใหญ่สมัยนั้นจึง พยายามหาสถานที่พักผ่อน แห่งใหม่
โดยการนำของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ และได้พบว่า หาดชะอำ เป็นชายหาดที่สวยงามไม่แพ้หัวหินชะอำ จึงเริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่นั้นมา ชะอำได้รับการพัฒนาเจริญเติบโตขึ้น และยกฐานะเป็นอำเภอจนปัจจุบัน ศูนย์เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทราย ห่างจากอำเภอชะอำ 14 กิโลเมตร อยู่บริเวณหลักกิโลเมตร 220 เลี้ยวขวาไปทางเดียวกับวิทยาลัยเกษตร กรรมเพชรบุรี เข้าประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นศูนย์อนุรักษ์และขยายพันธุ์สัตว์ป่า ภายในศูนย์ฯ ร่มรื่นด้วย ต้นไม้ใหญ่ และมีสัตว์ป่านานาชนิด เช่น เม่น หมีขอ ละอง ละมั่ง กวาง เนื้อทราย นกยูง นกชาปีไหน ไก่ ฟ้าหลังขาว เป็นต้น เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา 8.00-16.30 น. แต่เดิมสภาพภูมิประเทศในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดใกล้เคียงอื่น ๆ มี ความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก แต่ภายหลังได้มีราษฎรเข้ามาบุกรุกแผ้วถางป่า ทำลายป่า ทำการเกษตร อย่างผิดวิธี และใช้สารเคมีที่ส่งผลเสียต่อดินและน้ำ ขาดการบำรุงรักษาคุณภาพดิน ทำให้พื้นที่บริเวณดัง กล่าวเปลี่ยนแปรสภาพไปอย่างรวดเร็ว หน้าดินถูกชะล้างความอุดมสมบูรณ์ไปหมดสิ้น ดินกลายเป็นดิน ทรายและดินดานที่ไม่มีแร่ธาตุ ความสมดุลทางธรรมชาติถูกทำลายโดยสิ้นเชิง เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงความ แห้งแล้งของพื้นที่แผ่ขยายเป็นวงกว้าง เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2526 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้พัฒนาพื้นที่เขตพระ ราชนิเวศน์มฤคทายวัน ความว่า " หากปล่อยทิ้งไว้จะกลายเป็นทะเลทรายในที่สุด " และ้จัดตั้งศูนย์ศึกษา การพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ดำเนินการประมาณ 8,700 ไร่ ให้เป็นศูนย์การ ศึกษาการพัฒนาฯ ด้านป่าไม้เอนกประสงค์ ศึกษารูปแบบการพัฒนาเกษตรกรรมที่เหมาะสมควบคู่กับการ อนุรักษ์และปลูกป่า จัดหาแหล่งน้ำ โดยเน้นการปลูกป่า เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าไม้ให้มีความอุดมสมบูรณ์ดัง เดิม โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินงานในรูปแบบ "ป่าไม้หมู่บ้าน" คือให้ราษฎรดำเนินการเองเป็นเจ้าของเอง ปลูกป่าและบำรุงดูแลรักษาต้นไม้เอง ระยะแรกให้หน่วยงาน ราชการเข้าไปสาธิตและแนะนำให้ราษฎรรู้จักการเพาะต้นกล้า ซึ่งได้เพาะกล้าไม้ ทั้งไม้โตเร็ว ไม้ผล และ ไม้เศรษฐกิจ พร้อมทั้งได้ศึกษาการป้องกันไฟป่าแบบ "ระบบป่าเปียก" ต่อมาได้มีการปลูกหญ้าแฝก เพื่อ การปรับบำรุงดินเพราะหญ้าแฝกเปรียบเสมือน กำแพงธรรมชาติที่มีชีวิตจะช่วยชละความเร็วของน้ำที่ไหล บ่าสามารถดักตะกอนดินทำให้เกิดหน้าดินและความชื้นในดินด้วย นอกจากนี้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ยังมีการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ ในด้านต่างๆ เช่น เกษตรแบบผสมผสาน การเกษตรในระบบวนเกษตรหรือเกษตรธรรมชาติ การฟื้นฟู สภาพป่าไม้และป่าไม้เศรษฐกิจ การเพาะเลี้ยง และขยายพันธุ์สัตว์ป่า โดยเฉพาะเนื้อทราย ซึ่งเป็นสัตว์ พื้นเพดั้งเดิมและนำไปปล่อยให้ใช้ชีวิตกลับคืนสู่ธรรมชาติดังเช่นอดีตที่ผ่านมา พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตั้งอยู่ที่ในบริเวณค่ายพระรามหก ตำบลห้วยทรายเหนือ ตรงหลัก กิโลเมตรที่ 216 เลยหาดชะอำมา 8 กิโลเมตร เป็นพระตำหนักที่ ประทับริมทะเล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรด ให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2466 ได้รับขนานนามว่า “พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง” ลักษณะเป็นพระตำหนักแบบไทยผสมยุโรป เป็นอาคารไม้ใต้ถุน สูง สร้างด้วยไม้สักทองพระตำหนักฝ่ายในอยู่ปีกขวาทางปีกซ้าย เป็นส่วนของฝ่ายหน้า ประกอบด้วยพระที่นั่งสามองค์เชื่อมต่อถึง กันโดยตลอด พระที่นั่งสมุทรพิมานเป็นที่ประทับของพระนางเจ้า อินทรศักดิ์ศจีพระวรชายา พระที่นั่งพิศาลสาครเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีอาคารข้าราชบริพารฝ่าย หน้าเป็นบริวารหลายหลัง และมีแนวระเบียงยื่นลงสู่ทะเลเป็นที่ลงสรงน้ำ และพระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ เป็นอาคารโถงสองชั้นเปิดโล่งใช้เป็นที่ประชุมในโอกาสต่าง ๆ และเป็นโรงละครซึ่งเคยจัดแสดงละคร ครั้งสำคัญ 2 ครั้ง คือ เรื่องพระร่วง และวิวาห์พระสมุทร ในปี พ.ศ. 2484 เจ้าพระยารามราฆพ ได้สร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ถวาย เป็นพระราชานุสรณ์ประดิษฐานไว้ ณ ท้องพระโรงพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และได้จัดงานบำเพ็ญพระ ราชกุศลถวายเป็นพระราชสักการะ เนื่องในวันระลึกคล้ายวันสวรรคตของพระองค์ในวันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นประจำทุกปี พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เปิดให้เข้าชมทุกวัน วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00 - 16.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างประเทศ 90 บาท รับผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือถึงผู้กำกับการกองบังคับการฝึก พิเศ ค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โทร. (032) 508033, 508026, 508208 หุบกระพง อยู่ก่อนถึงชะอำประมาณ 4 กม.ตามเส้นทาง 3203 ตรงหลัก กม. ที่ 201-202 มีทางแยกขวามือ เป็นทางลาดยาง เข้าไปอีก 8 กม. จะถึงสหกรณ์หุบกระพงซึ่งอยู่ในตำบลเขาใหญ่ เขตอำเภอชะอำ แต่เดิมมีสภาพที่แห้งแล้งจนถึงในปี พ.ศ. 2505 พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริ ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรในนิคม เขื่อนเพชร โครงการพัฒนาชนบท "หุบกระพง" พระราชประสงค์ จึงได้เริ่มขึ้นใน พ.ศ. 2507 โดยมีประเทศอิสราเอลให้ความช่วย เหลือโครงการนี้ชื่อว่า "โครงการไทย-อิสราเอล" ได้มีการศึกษา ข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกพืฃผลต่างๆ ตามความต้องการของตลาด มีการแนะนำให้เกษตรกรรู้จักการปลูกพืชตามหลักวิชาการและมี การจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรหุบกระพง นักท่องเที่ยวสามารถ ซื้อผลิตผลทางการเกษตรได้ที่ ตลาดหน้า ศูนย์สาธิต รวมทั้งสามารถซื้อสินค้าในโครงการศิลปาชีพ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากป่าน
หน้า 1 l 1