แหล่งท่องเที่ยว ที่เชียงราย - Chiangrai Attractions
อุทยานแห่งชาติขุนแจ
เดินทางไปตามเส้นทางสายเชียงใหม่ - เชียงราย (ทางหลวงหมายเลข 118) จะถึงที่ทำการอุทยานฯ ตั้ง อยู่ริมทางบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 55-56 อุทยานแห่งชาติขุนแจตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2538 เป็นอุทยานที่มี ความร่มรื่น สมบูรณ์ของป่ามีทรัพยากรธรรมชาติมากมายมีสัตว์ป่าหลายชนิด ได้แก่ ชะมดหมูป่าเก้งเม่น หมีลิงลมนกต่างๆ เช่น นกแซงแซวสีเทา เหยี่ยวรุ้ง นกตีทอง นกเขียวก้านทองปีกสีฟ้า เป็นต้น
อุทยานมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่
น้ำตกแม่โถ เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดปี มีทั้งหมด 7 ชั้น สูง 40 เมตร สามารถเดินทางโดยรถยนต์ จากที่ทำการอุทยานถึงทางขึ้นน้ำตก (บ้านแม่โถ) ใช้เวลา 30-40 นาที ต่อจากนั้นเดินเท้าไปยังน้ำตก ใช้ เวลาชมน้ำตกทั้ง 7 ชั้น ประมาณ 2 ชั่วโมง
น้ำตกขุนแจ เป็นน้ำตกที่สวยงาม มี 6 ชั้น บริเวณน้ำตกมีพื้นที่สำหรับปิกนิกและกางเต็นท์ ใช้เวลาเดิน ทางโดยรถยนต์จากที่ทำการอุทยานฯ 2 ชั่วโมง จากนั้นเดินเท้าต่ออีก 1ชั่วโมงเพื่อไปยังน้ำตก
ดอยมด มีความหนาแน่นของป่าดิบชื้นระหว่างทางเดินขึ้นสู่ยอดดอยมด มีพืชขึ้นหลายชนิด เช่น กล้วย ไม้ดิน เฟิร์น มอส และพืชอื่น ๆ ร่มรื่นและชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา บนยอดดอยที่ระดับความสูง 1,700 เมตร มีป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ ดอยมดสามารถเดินป่าได้โดยใช้เวลา 2 วัน 1คืน
ดอยลังกาหลวง เป็นเทือกเขาสูงอยู่ระหว่างรอยต่อ 3 จังหวัด คือ เชียงราย ลำปาง เชียงใหม่ มีความ สูง 2,000 เมตร สภาพโดยรอบเป็นป่าดงดิบเขาที่มีความสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำของน้ำตกแม่โถที่ไหล ลงสู่แม่น้ำลาว และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่ามากที่สุดในอุทยานฯ
การเดินขึ้นดอยลังกาหลวงระยะทาง 17 กิโลเมตร สามารถเดินได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางแรก จากดอย สันยาวหรือสถานีเรดาร์ทวนสัญญาณของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ห่างที่ทำการอุทยานฯ 4 กิโลเมตร และเดินลงทางบ้านแม่ดอนหลวง ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ด้านทิศใต้ เส้นทางนี้ค่อนข้างสูงชัน เส้นทางที่สอง จากที่ทำการอุทยานฯ ไปตามเส้นทางสายเชียงใหม่ - เชียงราย ย้อนกลับไปทางจังหวัด เชียงใหม่ 19 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้า ก.ม.ที่ 27 ทางไปอำเภอสันกำแพง ต่อด้วยเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทาง รพช. สายปางจำปี-แม่ตอนหลวง ประมาณ 21 กิโลเมตร จะถึงบ้านแม่ตอนหลวงซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้น ทางเดินเท้า แต่เส้นทางที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินขึ้นดอยลังกาหลวง จะเริ่มจากบ้านแม่ตอนหลวง เพราะระ ยะทางเดินสั้น ความลาดชันน้อยกว่าด้านดอยสันยาว และยังสามารถนำรถขับเคลื่อนสี่ล้อเข้าไปจอดได้ จนถึงตีนดอยจะช่วยย่นระยะทาง 1 กิโลเมตร ก่อนการเดินขึ้นดอยลังกาหลวง ควรสอบถามรายละเอียด เกี่ยวกับเส้นทาง เจ้าหน้าที่นำทาง ลูกหาบก่อนการเดินทาง และควรเตรียมอุปกรณ์ในการเดินทางพักค้าง แรมซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินป่า 3 คืน 4 วัน
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาิตินั้น มี 2 เส้นทาง เส้นทางที่ 1 คือ ชมวนา ระยะทาง 2 กิโลเมตร มีสถานี 15 สถานี มีป้ายสื่อความหมาย เดินไม่ลำบาก อีกเส้นทางหนึ่ง ระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมง ทางเดินจะตัดผ่านไปตามสันเขา ตามเส้นทางเดินจะมีป้ายสื่อความหมายที่ให้ความรู้แก่ผู้ต้องการ ศึกษา 11 สถานี เช่น สถานีร้านขายยาป่าไม้จะมีเถาวัลย์ที่มีฝักคล้ายถั่วขึ้นอยู่บนต้นไม้ ชื่อว่า “สะบ้าลิง” เป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณรักษาโรคความจำเสื่อม และยังมีพืชสมุนไพรอีกหลายชนิดในผืนป่าแห่งนี้ ดังนั้น การรักษาป่าจึงเปรียบเสมือนรักษาคลังยาไว้ สถานีน้ำตกประจำ น้ำตก และต้นไทรจะสร้างความ อุดมสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศ ยังทำให้หินแกรนิตย่อยสลายผุพังกลายเป็นดิน การกัดเซาะของน้ำทำให้ ลำธารลึกมากขึ้น และเปลี่ยนแปลงขนาดรูปร่างจากเดิม สถานีดอยมด จากจุดนี้จะมองเห็นดอยมดอยู่ ตรงหน้า สูงถึง 1,700 เมตร สมบูรณ์ด้วยป่าไม้ นักท่องเที่ยวสามารถจะเดินป่าและส่องสัตว์ที่ดอยมดได้ เป็นต้น
สำหรับการเดินป่าในอุทยานแห่งชาติขุนแจ ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง หากต้องการพักค้างแรมต้องเตรียม อุปกรณ์สำหรับค้างแรมมาเอง ช่วงเวลาที่เหมาะท่องเที่ยวคือเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม ผู้สนใจจะเดินป่า และพักค้างแรมติดต่อทำหนังสือล่วงหน้า 15 วันก่อนเดินทาง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่ง ชาติขุนแจ ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย 57260 โทร. 0 5322 8634

ดอยลังกา
มีความสูง 2,000 เมตร สูงเป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย ทำให้มองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของอุทยาน แห่งชาติ มีเส้นทางเดินป่าใช้เวลาเดินป่า 4 วัน 3 คืน
น้ำตกขุนแจ
เป็นน้ำตกที่สวยงาม มี 6 ชั้น อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติขุนแจ บริเวณน้ำตกมีพื้นที่สำหรับปิกนิกและกาง เต็นท์ ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์จากที่ทำการอุทยานฯ 2 ชั่วโมง จากนั้นเดินเท้าต่ออีก 1 ชั่วโมง เพื่อไป ยังน้ำตก

บ้านหาดบ้าย
ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางเชียงแสน - เชียงของ เป็นถนนเลียบริมแม่น้ำโขง เป็นหมู่บ้านของชาวไทยลื้อที่มี ขนบธรรมเนียมประเพณีอันงดงามน่าสนใจ โดยเฉพาะฝีมือการทอผ้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงจากอำเภอเชียง ของ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือหางยาวไปยังบ้านหาดบ้าย โดยขึ้นเรือหางยาวได้ที่ท่าเรือบั๊ก ใช้เวลา ประมาณ 1 ชั่วโมง และยังได้ชมทัศนียภาพสองฝั่งโขงอันสวยงามอีกด้วย และบริเวณบ้านหาดบ้ายหมู่ที่ 1 ต.ริมโขง ตรงข้ามบ้านดอยแดง เมืองต้นผึ่ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ยังได้รับการประกาศเป็นจุดผ่อน ปรนไทย-ลาว โดยกำหนดเปิดจุดผ่อนปรนทุกวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. และ อนุญาติให้เข้าออกได้ภายในเขตหมู่บ้านหาดบ้ายเท่านั้น

 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน
ตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงแสน เป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุที่ได้จากบริเวณเมือง โบราณเชียงแสน และพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ลวดลายปูนปั้นฝีมือล้านนา พระพุทธ รูปและศิลาจารึกจากเชียงแสนและจากจังหวัดพะเยา พร้อมทั้งให้ข้อมูลทางด้าน วิชาการเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดี การตั้งถิ่นฐานของชุมชน และประวัติการสร้าง เมืองเชียงแสน นอกจากนี้ยังมีจัดแสดงศิลปะพื้นบ้านของชาวไทยใหญ่ ไทยลื้อ และชาวเขาเผ่าต่างๆ ได้แก่ เครื่องเขิน เครื่องดนตรี เครื่องประดับ เป็นต้น เปิด ให้เข้าชมได้ทุกวัน พุธ - อาทิตย์ ยกเว้นวันจันทร์ อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระหว่างเวลา 08.30 - 16.00 น. เก็บค่าเข้าชมชาวไทยคนละ 20 บาท ชาวต่าง ประเทศคนละ 100 บาท โทร. 0 5377 7102 หรือ
เข้าไปดูรายละเอียดที่ www.thailandmuseum.com และเยื้องกับพิพิธภัณฑ์จะมีศูนย์บริการนักท่อง เที่ยว ให้บริการข้อมูลเมืองโบราณเชียงแส

 วัดพระเจ้าล้านทอง
วัดนี้ตั้งอยู่ในเขตกำแพงเมือง เจ้าทองงั่ว ราชโอรสพระเจ้าติโลกราชเป็นผู้สร้าง เมื่อพ.ศ. 2032 ได้ทรงหล่อพระพุทธรูปองค์หนึ่งหนักล้านทอง(1,200 กิโลกรัม) ขนานนามว่า พระเจ้าล้านทอง เป็นพระประธาน ในวัดนี้ยังมีพระพุทธรูปอีกองค์ หนึ่งได้มาจากวัดทองทิพย์ซึ่งเป็นวัดร้าง เรียกกันว่า พระเจ้าทองทิพย์ เป็นพระ พุทธรูปทองเหลือง พระพักตร์งดงามมาก ลักษณะเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย
 พระธาตุดอยปูเข้า
ตามเส้นทางเชียงแสน - สบรวก แยกซ้ายก่อนถึงสามเหลี่ยมทองคำ เล็กน้อย รถยนต์สามารถขึ้นไปถึงยอดเขา หรือจะเดินขึ้นบันไดก็ได้ พระธาตุดอยปูเข้านี้ สร้างขึ้นบนดอยเชียงเมี่ยง ริมปากน้ำรวก เมื่อใน พ.ศ. 1302 ในสมัยพระยาลาวเก้าแก้วมาเมือง กษัตริย์องค์ที่ 2 แห่ง เวียงหิรัญนครเงินยาง โบราณสถานประกอบด้วยพระวิหาร และกลุ่ม เจดีย์ที่พังทลาย ก่อด้วยอิฐมีร่องรอยการตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น นอกจากนี้บนดอยเชียงเมี่ยงยังเป็นจุดชมวิว สามารถมองเห็นสามเหลี่ยมทองคำได้ชัดเจน

 วัดสังฆาแก้วดอนหัน
อยู่ถนนเลียบแม่น้ำเชียงแสน - เชียงของ ใกล้วัดพระธาตุจอมกิตติ มี ประวัติตามตำนานว่า สร้างโดยพระเจ้าลวจักราช เมื่อต้นพุทธศตวรรษ ที่ 12 แต่หลักฐานที่พบแสดงว่ามีอายุอยู่ในช่วงไม่เกินพุทธศตวรรษที่ 21 กรมศิลปากร ได้ขุดพบหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญมากมาย โดยเฉพาะภาพขูดขีดบนแผ่นอิฐเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับทศชาติ ตอนเวส สันดรชาดก เช่น พระเวสสันดรเดินป่า ชูชกเฝ้าพระเวสสันดร เป็นต้น ลักษณะของภาพเป็นการเขียนลงบนอิฐก่อนการเผา ที่น่าสนใจ คือ อิฐดังกล่าวถูกนำมาก่อเป็นผนังและ ฉาบปูนปิดทับ คงเนื่องจากความศรัทธาของชาวบ้านผู้สร้างวัดถวายมากกว่าเจาะจงให้คนมาชม นอกจาก นี้ยังพบชิ้นส่วนจิตรกรรมฝาผนังที่หลุดพังมาจากผนังวิหาร มีสภาพแตกหักแต่ยังคงเหลือลักษณะของสี และตัวภาพซึ่งใช้สีชาดและสีแดงเพียง 2 สี นับได้ว่าเป็นการค้นพบที่สำคัญทางวิชาการอย่างยิ่ง
การท่องเที่ยวชายแดนไทย-ลาว-พม่า
จุดผ่านแดนจังหวัดเชียงรายมี 3 จุด คือ
1. ด่านอำเภอเชียงแสน ฝั่งตรงข้ามคือด่านเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ห่างจากอำเภอเมืองเชียง ราย 60 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่บริเวณท่าเรือหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน เป็นจุดเดินทางท่องเที่ยวตามลำน้ำ โขงโดยทางเรือไปถึงเชียงรุ้ง สิบสองปันนาจีนตอนใต้
2. ด่านอำเภอเชียงของ ฝั่งตรงข้ามคือด่านเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ห่างจากอำเภอเมือง เชียงราย 114 กิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือบั๊ก เป็นจุดข้ามไปท่องเที่ยวเมืองห้วยทรายและเดินทางตาม ลำน้ำโขงโดยทางเรือไปถึงหลวงพระบางและเวียงจันทน์ สปป.ลาว แล้วกลับเข้าประเทศไทยที่จังหวัด หนองคาย (เรือเร็วออกเดินทางช่วงเช้า นั่งได้ 5 คนๆ ละ 800 บาท ใช้เวลา 5 ชั่วโมง เรือสินค้าออกเดิน ทางช่วงบ่ายคนละ 300 บาท ใช้เวลา 2 วัน 1 คืน)
3. ด่านอำเภอแม่สาย ฝั่งตรงข้ามคือด่านท่าขี้เหล็ก สหภาพพม่า ห่างอำเภอเมืองเชียงราย 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ตั้งอยู่เชิงสะพานข้ามแดนไทย-พม่า เป็นตลาดชายแดนไทย-พม่า และเป็นจุด เดินทางท่องเที่ยวไปเชียงตุงได้ โดยทางรถยนต์
หนังสือเดินทางสำหรับการเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในลาว-พม่า
1. หนังสือเดินทาง (Passport) สำหรับประชาชนทุกสัญชาติที่มีวีซ่า สปป.ลาว-สหภาพพม่า สามารถเดิน ทางท่องเที่ยวทั่วประเทศทั้งสองได้เป็นเวลา 15 วัน
2. หนังสือผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border Pass) สำหรับประชาชนสัญชาติไทยที่มีภูมิลำเนาอยู่ ในประเทศไทยใช้ผ่านแดนได้เพียงครั้งเดียว รวมทั้งให้บุตรที่อายุไม่เกิน 12 ปี มีชื่อร่วมอยู่ในหนังสือ ผ่านแดนนี้ได้ด้วย อนุญาตให้พำนักอยู่ในพื้นที่ชายแดน แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ได้ 3 วัน และเข้าเมือง ท่าขึ้เหล็ก สหภาพพม่าได้ 7 วัน (เข้าจุดไหนต้องออกจุดนั้นและหากเดินทางออกนอกพื้นที่ชายแดนตาม ที่ได้ระบุไว้นี้ จะต้องได้รับโทษตามกฎหมายของ สปป.ลาวและสหภาพพม่า)
เอกสารที่ต้องใช้ สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือบัตรอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้ ถ้าเข้าสปป. ลาว ต้องใช้รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป และค่าแบบฟอร์ม 15 บาท สำหรับสหภาพพม่าไม่ต้องใช้รูป
สถานที่ขอหนังสือฯ ขอได้ที่ ที่ว่าการอำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ และสถานที่ที่จังหวัดกำหนด สำหรับอำเภอแม่สายขอได้ที่ทำการเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากอำเภอแม่สายแล้ว หรือติดต่อชมรมบัตร ผ่านแดนอำเภอแม่สาย โทร. (053) 642636

 สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง
อยู่บนดอยช้ามูบ มีเนื้อที่ 250 ไร่ ริมถนนสายพระธาตุดอยตุง บ้านผา หมี ห่างจากทางแยกวัดน้อยดอยตุงประมาณ 4 กิโลเมตรเป็นจุดชมวิว ที่สูงที่สุดของเทือกเขานางนอน ดอยช้างมูบมีเส้นทางเดินลัดเลาะเข้า ไปในดงกุหลาบพันปี ยิ่งสวยงามมากในช่วงที่ดอกซากูระบานในราว ต้นเดือนมกราคม นางพญาเสือโคร่ง และเสี้ยวดอกขาวจะออกดอก บานสะพรั่ง กล้วยไม้ป่าอย่างเอื้องตาหิน เอื้องเงิน ม่อนไข่ ก็เริ่มผลิ ดอกออกตามกิ่งไม้ กลิ่นสนภูเขาอบอวลอยู่รอบตัว ภายในบริเวณมีพระสถูปช้างมูป เป็นเจดีย์ขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนกองหินขนาดใหญ่ มีลักษณะเหมือนช้างหมอบอยู่และยังมีต้นสนซึ่งใช้ปลูกเพื่ออนุรักษ์ดินและ ต้นน้ำอีกด้วย ค่าเข้าชมสวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวงคนละ 50 บาท แต่ถ้าต้องการจะเข้าชมพระตำหนักคนละ 70 บาท ด้วย รวม 2แห่ง ก็จะเหลือเพียง 100 บาทเท่านั้น การเดินทาง สวนรุกขชาติ
สถูปดอยช้างมูบ
อยู่บนดอยช้างมูบ ริมถนนสายพระธาตุดอยตุง บ้านผาหมี ห่างจากทางแยกวัดน้อยดอยตุงประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดของดอยตุง มีพระสถูปช้างมูบเป็นเจดีย์ขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนก้อนหินขนาด ใหญ่ มีลักษณะเหมือนช้างหมอบอยู่ สภาพโดยรอบเป็นต้นโพธิ์ใหญ่ และต้นสนซึ่งใช้ปลูกเพื่ออนุรักษ์ดิน และต้นน้ำ

 อนุสรณ์ชาวไทยเชื้อสายจีน
ตั้งอยู่ที่บ้านสันติคีรี บนดอยแม่สลอง สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึก ถึงประวัติศาสตร์ว่า ที่บ้านสันติคีรีเป็นหมู่บ้านของอดีตทหารจีนคณะ ชาติ (ทจช.ก๊กมินตั๋ง) กองพล 93 ได้ช่วยราชการไทยต่อสู้และปราบ ปรามคอมมิวนิสต์ในพื้นที่ดอยหลวง ดอยขาวและดอยผาหม่น จังหวัด เชียงราย พ.ศ.2514-2528 และพื้นที่เขาย่า จ.เพชรบูรณ์ ในปี 2524 จากการสู้รบดังกล่าวอดีตทหารจีนคณะชาติได้เสียชีวิต และบาดเจ็บ ทุพพลภาพเป็นจำนวนมากรัฐบาลไทยจึงกำหนดสถานะให้อดีตทหารจีน และคณะชาติเหล่านั้น เป็นผู้ทำ คุณประโยชน์แก่ประเทศไทย และให้แปลงสัญชาติเป็นไทยได้ ซึ่งทำให้อดีตทหารจีนคณะชาติเหล่านี้ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นอย่างมาก
อนุสรณ์สถานดังกล่าวออกแบบก่อสร้างและตกแต่งอย่างสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมจีน ภายในได้มีการ จัดแสดงภาพถ่ายประวัติศาสตร์ความเป็นมา ความเหนื่อยยากในการตั้งรกรากอยู่ในประเทศไทย และมี ห้องสมุดที่เก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐานอ้างอิง
เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 08.00-17.00 น. ค่าธรรมเนียมคนไทย 30 บาท คนต่างชาติ 50 บาท สอบถามรายละเอียดที่ อบต.แม่สลองนอก โทร. 0 5376 5129
 วัดมิ่งเมือง
ตั้งอยู่ที่ถนนไตรรัตน์ เป็นวัดไทยใหญ่ สมัยก่อนมีชุมชนไทยใหญ่อยู่ เรียกว่า วัดเงี้ยวหรือวัดช้างมูบ (ช้างหมอบ) วัตถุโบราณของวัดมีบ่อน้ำ โบราณ เรียกว่า บ่อน้ำช้างมูบ เป็นศิลปะแบบไทยใหญ่มีซุ้มครอบไว้ บนหลังช้าง ช้างมูบ ที่มาสันนิษฐานว่าบรรจุพระสารีริกธาจตุมาบนหลัง ช้างแล้วมาประดิษฐานไว้ในเจดีย์ช้างมูบ หมอบรอที่วัดมิ่งเมืองเพิ่อขน พระแก้วแห่ไปจังหวัดลำปาง

เวียงกาหลง
ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งม่วน ห่างจากที่ว่าการอำเภอเวียงป่าเป้าประมาณ 16 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงสายเชียงราย- เชียงใหม่ แยกจากถนนสายวังเหนือ-แม่ขะจานประมาณ 200 เมตร เคยเป็นชุมชนโบราณและแหล่งผลิต เครื่องถ้วยที่สำคัญของดินแดนล้านนาในอดีต เนื่องจากดินที่ใช้ผลิตมีสีขาวนวล เนื้อละเอียด มีซากเตา ทำเครื่องถ้วยโบราณอยู่หลายแห่งกระจายอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้ เป็นเตาก่อด้วยอิฐ ลักษณะเป็นประทุน คล้ายกระดองเต่า ขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร โบราณวัตถุส่วนใหญ่ได้ถูกขุดค้นไปแล้ว ปัจจุบันชาว บ้านได้ตั้งกลุ่มผลิตเครื่องเคลือบเวียงกาหลงขึ้น เพื่ออนุรักษ์รูปแบบการทำเครื่องถ้วยดั้งเดิม และยังได้ ผลิตเครื่องเคลือบรูปแบบใหม่เป็น จาน แก้วน้ำ และของตกแต่งบ้านต่าง ๆ
วัดศรีเกิด
ตั้งอยู่บ้านศรีเกิด ปูชนียวัตถุประกอบด้วย พระประธานและเจดีย์ศิลปะล้านนา สร้างเมื่อ พ.ศ. 2441 และ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2513 บานประตู หน้าต่าง คันทวย หน้าบันของวัดนี้เป็นไม้สัก แกะสลักสวยงามมาก

 วัดมุงเมือง
ตั้งอยู่ที่ถนนอุตรกิจ ติดกับตลาดสดเทศบาล สร้างเมื่อ พ.ศ. 2382 ได้ รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2509 สิ่งสำคัญในวัด ได้แก่ พระเจดีย์และพระสังกัจจายน์ เป็นวัดหนึ่งในเส้นทางนั่งสามล้อ ผ่อวัด ไหว้พระ 9 วัดเมืองเชียงราย

ถ้ำผาจม
ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลแม่สาย อยู่ห่างจากอำเภอแม่สายไปทางทิศเหนือประมาณ 1.5 กิโลเมตร ถ้ำผาจมตั้ง อยู่บนดอยอีกลูกหนึ่ง ทางทิศตะวันตกของดอยเวา ติดกับแม่น้ำสาย เคยเป็นสถานที่ซึ่งพระภิกษุสงฆ์นั่ง บำเพ็ญเพียรภาวนา เช่น พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ปัจจุบันมีรูปปั้นพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ประดิษฐาน ไว้บนดอยด้วย ภายในถ้ำผาจมมีหินงอกหินย้อยอยู่ตามผนังและเพดานถ้ำ สวยงามวิจิตรตระการตา

น้ำตกแม่โถ
เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดปี มีทั้งหมด 7 ชั้น สูง 40 เมตร อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติขุนแจ สามารถเดิน ทางโดยรถยนต์จากที่ทำการอุทยานถึงทางขึ้นน้ำตก (บ้านแม่โถ) ใช้เวลา 30 - 40 นาที ต่อจากนั้นเดิน เท้าไปยังน้ำตก ใช้เวลาชมน้ำตกทั้ง 7 ชั้น ประมาณ 2 ชั่วโมง

ดอยมด
อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติขุนแจ มีความหนาแน่นของป่าดิบชื้นระหว่างทางเดินขึ้นสู่ยอดดอยมด มีพืชขึ้น หลายชนิด เช่น กล้วยไม้ดิน เฟิร์น มอส และพืชอื่นๆ ร่มรื่นและชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา บนยอดดอยที่ระดับ ความสูง 1,700 เมตร มีป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ ดอยมดสามารถเดินป่าได้โดยใช้เวลา 2 วัน 1 คืน

บ้านเทอดไทย
เดิมเรียกว่า บ้านหินแตก อยู่ห่างจากเชียงราย 66 กิโลเมตร ในปี พ.ศ 2511 ขุนส่าเคยเข้ามาใช้เป็นฐาน ที่มั่นในฐานะผู้นำกองทัพกู้ชาติไต ขุน เป็นคำที่ประชาชนในรัฐฉานเรียกบุคคลที่ให้ความเคารพนับถือ แต่ ชาวโลกรู้จักขุนส่าดีในชื่อ ราชาเฮโรอีน ระหว่างปี พ.ศ. 2519 - 2525 ขุนส่าได้ใช้บ้านหินแตกเป็นฐานที่ มั่นอย่างถาวร และกระทำการผิดกฎหมาย จนทางรัฐบาลไทยต้องใช้กำลังผลักดันให้ออกไปจากประเทศ ไทย คงทิ้งไว้แต่อดีตที่เหลืออยู่ เช่น บ้านพักที่ขุนส่าใช้เป็นศูนย์บัญชาการ นอกจากนี้บ้านเทอดไทยยัง เป็นที่อยู่ของชุมชนชาวเขาหลายเผ่า ซึ่งสามารถพบเห็นได้ในตลาดยามเช้า

หอวัฒนธรรมนิทัศน์
อยู่ที่ศาลากลางหลังเดิม จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงโบราณวัตถุเอกสารข้อมูลสำคัญทางประวัติศาสตร์ เรื่อง ราวความเป็นมาทั้งด้านวรรณกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดเชียงราย และพระราชกรณียกิจสมเด็จ ย่าที่ดอยตุง เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 15.30 น. เก็บค่าเข้าชม เด็ก นักเรียน นักศึกษา คนละ 5 บาท ผู้ใหญ่ 10 บาท

ล่องแก่งแม่กก ท่าตอน-เชียงราย
ท่าตอนเป็นหมู่บ้านริมแม่น้ำกก เหนือขึ้นไปจากอำเภอฝาง 24 กิโลเมตร จากเชียงใหม่มีรถประจำทาง ออกจากประตูช้างเผือกไปลงที่ฝางใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง แล้วจะมีรถสองแถววิ่งประจำระหว่างฝาง กับท่าตอน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที มีเรือหางยาวบริการถึงเชียงราย ออกจากท่าตอนเวลา 12.30 น. ถึง เชียงราย 16.30 น. และจากเชียงรายเวลา 10.30 น. ถึงท่าตอน 15.30 น. ระยะทางราว 80 กิโลเมตร ค่า โดยสารคนละ 200 บาท ถ้าหากต้องการเช่าเรือเหมาลำ ลำละ 1,600 บาท สามารถนั่งได้ 8 คน สำหรับผู้ สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานชมรมเรือบ้านท่าตอน โทร. (053) 459427
นอกจากนี้ยังมีบริการล่องแพตามลำน้ำกกจากท่าตอนไปเชียงรายใช้เวลา 3 วัน 2 คืน รายละเอียดติดต่อ ร้านชาวแพ (ทิพย์เทรเวล) 211 หมู่ 3 ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัด เชียงใหม่ โทร. (053) 45931 2 ที่ท่าตอนมีรีสอร์ทและเกสท์เฮ้าส์ 4-5 แห่ง หรือจะพักที่ฝาง (22 กิโลเมตรจากท่าตอน)
จุดท่องเที่ยว ทางน้ำ (จากท่าตอน จ.เชียงใหม่-ท่าเรือเชียงราย) พระธาตุสบฝาง (อำเภอฝาง) บ้านแม่สลัก (เขตแดน เชียงใหม่-เชียงราย) บ้านใหม่ (หมู่บ้านไทยใหญ่) บ้านเมืองงาม (หมู่บ้านกะเหรี่ยง) บ้านผาใต้ (หมู่บ้าน มูเซอ) บ้านจะคือ (หมู่บ้านมูเซอ) บ้านผามูบใหม่ (หมู่บ้านมูเซอใหม่) โป่งน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม บ้านกะ เหรี่ยงรวมมิตร (หมู่บ้านกะเหรี่ยงมีบริการนั่งช้าง)

พระธาตุจอมแว่
อยู่บนภูเขาจอมแว่ หมู่ที่ 2 ถนนจอมแว่ (สายเก่า) ตำบลเมืองพาน เป็นพระธาตุที่มีประชาชนชาวอำเภอพานและอำเภอใกล้เคียงนับถือกันว่าเป็นพระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ เมื่อถึงเดือน 9 ขึ้น 15 ค่ำ จะมีงานนมัสการองค์พระธาตุทุกปี

ถ้ำปุ่ม ถ้ำปลา ถ้ำเสาหินพญานาค
ตั้งอยู่ที่ดอยจ้อง หมู่ 11 ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย ห่างจากอำเภอแม่สายไปทางทิศใต้ตามทางหลวง หมายเลข 110 ประมาณ 12 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ดอยจ้องเป็นภูเขาหิน ปูน จึงประกอบด้วย ถ้ำหินงอก หินย้อย และทางน้ำไหลมากมาย
ถ้ำปุ่ม อยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขา ต้องปืนขึ้นไป ภายในถ้ำมืดมาก ต้องมีผู้นำทางเที่ยวชม
ถ้ำปลา เป็นถ้ำหนึ่งที่มีน้ำไหลภายในถ้ำ เคยมีปลาชนิดต่างๆ ทั้งใหญ่น้อยว่ายออกมาให้เห็นเป็นประจำ ภายในถ้ำยังมีพระพุทธรูปศิลปะพม่า สร้างขึ้นโดยพระภิกษุชาวพม่า ประชาชนทั่วไป เรียกว่า " พระทรง เครื่อง " เป็นที่เลื่อมใสของประชาชนในแถบนี้
ถ้ำเสาหินพญานาค อยู่ในบริเวณเดียวกัน เดิมต้องพายเรือข้ามน้ำเข้าไปชมภายหลังได้สร้างทางเดินเชื่อม กับถ้ำปลา ระยะทาง 150 เมตร ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อย และยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมด้วย
บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ
อยู่ที่ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ ถนนสายเชียงราย - เชียงใหม่ กม. ที่ 64-65 มีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ 3 บ่อ บริเวณ บ่อน้ำร้อนมีชาวบ้านนำไข่มาขายเพื่อให้นักท่องเที่ยวทดสอบต้มในบ่อน้ำร้อน

วัดพระเจ้าทองทิพย์
แต่เดิมเป็นวัดร้าง อยู่ในเขตบ้านป่าหวาย ซึ่งในอดีตเป็นป่าหวาย ทั้งหมู่บ้านชาวบ้าน จึงเรียกว่า ป่าหวาย จนถึงปัจจุบันนี้ประมาณ พ.ศ. 2089 พระเจ้าไชยเชษฐาของกรุงศรีสัตนาคนหุต เมืองหลวงพระบาง (นคร เชียงทอง) จะไปครองนครเชียงใหม่ตามคำทูลของเสนาอำมาตย์ของเมืองเชียงใหม่ พระองค์ได้นิมนต์ พระเจ้าทองทิพย์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ลงเรือมาด้วย เพื่อนำไปสักการะบูชาที่นครเชียงใหม่พระองค์ จึงทรงประทับเรือพระที่นั่งตามลำน้ำโขงเข้ามาแม่น้ำกก และแม่น้ำลาว ตามลำดับ ครั้นมาถึงที่ตั้งของวัด พระเจ้าทองทืพย์ในปัจจุบันเรือพระที่นั่งก็มาติดทั้งๆ ที่ไม่มีสิ่งกีดขวางแต่อย่างใด เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐา ทรงเห็นว่าเหล่าเสนานอำมาตย์นิมนต์พระเจ้าทองทิพย์ขึ้นทางทิศตะวันตก และโปรดให้สร้างมณฑปไว้ เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าทองทิพย์แล้ว พระองค์ก็เสด็จไปครองนครเชียงใหม่ต่อไปและต่อมาชาวบ้านจึง เรียกชื่อวัดตามพระพุทธรูปว่า วัดพระเจ้าทองทิพย์ สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบันนี้
วัดพระเจ้าทองทิพย์เริ่ม สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2368 โดยท่าน ครูบาญาโณ พร้อมด้วยอุบาสก 3 คน คือ ท้าว สงคราม แสนขวาง และ หมื่นขันธ์ ได้มาริเริ่มสร้างประตูโขง พ.ศ. 2397 ท่านครูบายะ ครูบาถาและครูบา พรหม ตลอดจนถึงเจ้า หลวงผู้ครองนครเชียงราย และพระยาไชยวงค์ ผู้รักษาเมืองหนองขวาง (อำเภอ แม่สรวยปัจจุบัน) ร่วมกัน สร้างพรเวิหาร พ.ศ. 2420 ท่านครูบาชัยวุฒิวริปัญญาได้รื้อวิหารหลังเก่าบูรณะ ใหม่ โดยได้รับทุนทรัพย์จากเจ้าดารารัศมี พระธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ พระเจ้าหลวงเชียงใหม่ และ บูรณะเสร็จในปีนั้น และได้บูรณะวิหารอีกครั้ง พ.ศ. 2539 โดยพระอธิการประยุทธ ติกขวีโร พร้อมด้วย คณะศรัทธาได้ช่วยกันรื้อ วิหารบูรณะใหม่เสร็จในปี พ.ศ. 2541
พระเจ้าทองทิพย์ เป็นนามพระพุทธรูปเก่าแก่ เดิมอยู่ที่กรุงศรีสัต นาคนหุต (หลวงพระบาง) ประเทศลาว มีอายุประมาณพันปีเศษ แล้วเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธื์ของนครเชียงทอง ประจำนครมาแต่โบราณกาล สามารถดลบันดาล ให้ผู้ที่ไปขอพรสมความปรารถนาได้ดังที่ขอ
วัดพระเจ้าทองทิพย์ตั้งอยู่ที่ ต.ศรีถ้อย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย 57180 โทร. 0 5370 822

วัดป่าสัก
อยู่ห่างจากอำเภอเชียงแสนประมาณ 1 กิโลเมตร เขตตำบลเวียง พระเจ้าแสนภูทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1838 และให้ปลูกต้นสักล้อมกำแพงจำนวน 300 ต้น จึงได้ชื่อว่า วัดป่าสัก ทรงตั้งพระพุทธโฆษาจารย์ เป็นสังฆราชจำพรรษา ณ อารามแห่งนี้ ภายในวัดมีโบราณสถานที่สำคัญ คือ เจดีย์ประธานทรงมณฑป ยอดระฆัง ตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นอันวิจิตร เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุกระดูกตาตุ่มข้างขวาจาก เมืองปาฏลีบุตร

ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงหัวแม่คำ
เป็นศูนย์ฯ ที่ส่งเสริมให้ชาวบ้านสร้างรายได้โดยการ ปลูกไม้เมืองหนาว เช่น ดอกลิลลี่ ดอกแกลดิโอลัส เยอร์บีรา ทิวลิป ศูนย์ฯ มีบ้านพักและเต็นท์ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว และมีสถานที่กางเต็นท์สำหรับผู้ที่ จะนำเต็นท์มาเอง สนใจสอบถามข้อมูล โทร. 0 5391 8101 และ 0 1993 0325
การเดินทาง จากตัวเมือง เชียงราย ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ สู่อำเภอแม่จัน เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๑๓๐ไปจนถึงดอยหัวแม่คำ ควรใช้รถที่มีสมรรถนะดี เพราะถนนไม่ดี หรือเช่าเหมารถตู้จากตัวเมืองเชียงราย ไปดอยหัวแม่คำก็ได้

หน้า 1 l 2 |