แหล่งท่องเที่ยว ที่เชียงราย - Chiangrai Attractions
วนอุทยานภูชี้ฟ้า
เป็นส่วนหนึ่งของดอยผาหม่น อยู่ห่างจากดอยผาตั้ง 25 กิโลเมตร เป็นจุดที่ชมวิวทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามราวภาพวาด ด้วยทิวทัศน์ของภูเขาสลับซับซ้อนกว้างไกล การเดินขึ้นไปชมทะเล หมอกควรจะขึ้นไปยอดภูตั้งแต่ฟ้ายังมืด เพราะเมื่อฟ้าเริ่มสว่างจะทำ ให้เห็นสายหมอกค่อย ๆ ก่อตัวเป็นภาพต่าง ๆ ดูสวยงามราวกับมีช่าง วาดฝีมือมาแต่งแต้ม สร้างความประทับใจไปอีกนาน
ภูชี้ฟ้า มีลักษณะเป็นยอดเขาสูงที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า อยู่สูงจาก ระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นออกทางฝั่งประเทศลาว บนยอดภูชี้ฟ้า เป็นทุ่งหญ้ากว้าง แซมด้วยทุ่งโคลงเคลงที่มีดอกสีชมพูอมม่วง ซึ่งจะบานระหว่างเดือนกรกฎาคม-เดือน มกราคม การเดินทาง อยู่ห่างจากเชียงราย 111 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 1020 เข้าสู่อำเภอเทิง จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 1155 จนถึงทางแยกขวาขึ้นสู่ภูชี้ฟ้า หรือใช้บริการรถโดยสารประจำทาง สายเชียงราย-เทิง ลงรถที่อำเภอเทิง จากนั้นเช่ารถขึ้นไปภูชี้ฟ้า การเดินทางไปภูชี้ฟ้าโดยรถตู้ประจำทาง สายที่ 2402 เชียงราย-บ้านร่มฟ้าไทย (ภูชี้ฟ้า) ที่สถานีขนส่งจังหวัดเชียงราย ทุกวัน เวลา 7.15 น. และ 13.15น. คนละ 80 บาท [ บริษัท ก.สหกิจเดินรถ จำกัด โทร. 0 5374 2429-31 ]

อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช
ตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงราย บริเวณทางแยกที่จะไปอำเภอแม่จัน พ่อขุนเม็งรายเป็นกษัตริย์องค์ที่ 25 แห่ง ราชวงศ์ลวะ เป็นโอรสของพญาลาวเม็ง และพระนางเทพคำขยายหรือพระนางอั้วมิ่งจอมเมือง ประสูติเมื่อ วันอาทิตย์ แรม 9 ค่ำ เดือน 3 ปีจอ พุทธศักราช 1782 หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์ได้ 1 ปี พระองค์ทรง สร้างเมืองเชียงรายเป็นเมืองหลวงแทนหิรัญนครเงินยาง และเสด็จสวรรคตในปีพุทธศักราช 1860
ดอยหัวแม่คำ
จากเชียงราย ใช้เส้นทางเดียวกับทางขึ้นดอยแม่สลอง แต่เมื่อเดิน ทางถึงบ้านอีก้อสามแยกแล้ว แยกเข้าเส้นทางที่ไปบ้านเทอดไทย จากนั้นจะพบทางแยกอีกครั้ง ให้เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านห้วยอิ้น ระหว่าง ทางจะผ่านหมู่บ้านชาวเขาซึ่งตั้งอยู่เป็นระยะ บ้านหัวแม่คำอยู่เกือบ สุดชายแดนพม่า เส้นทางเป็นทางลูกรังคดโค้งไปตามทิวเขา ใช้เวลา เดินทางราว 3 - 4 ชั่วโมง ดอยหัวแม่คำเป็นที่ตั้งหมู่บ้านชาวเขาขนาด ใหญ่ ประกอบด้วยเผ่าลีซอเป็นกลุ่มชนส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีอีก้อ ม้งและมูเซอ ในช่วงเวลาซึ่งตรงกับตรุษจีนของทุกปี ชาวลีซอจะจัด งานประเพณีกินวอ ซึ่งเปรียบเสมือนวันขึ้นปีใหม่ ในวันนั้นชาวลีซอจะ แต่งกายสวยงาม มีการกินเลี้ยง เต้นระบำ เป็น 7 วัน 7 คืน และเดือน พฤศจิกายนจะเป็นช่วงที่ดอยหัวแม่คำงดงาม ไปด้วยดอกบัวตองสีเหลืองสดใสสะพรั่งอยู่ทั่วไปตามแนว เขา นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักบนดอยหัวแม่คำ มีบ้านพักและเต็นท์ให้บริการ หรือจะนำเต็นท์มาเองก็ได้ สอบถามข้อมูลติดต่อ เกษตรที่สูงหัวแม่คำ โทร. 0 5491 8101, 0 1993 0325

สถานีทดลองเกษตรที่สูงวาวี (ศูนย์บริการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย 2)
จิบชาท่ามกลางทะเลหมอกบนดอยวาวี ดอยวาวีหรือดอยช้าง ทอดตัวอยู่ท่ามกลางวงล้อมของขุนเขาบ้าน ดอยมีทัศนียภาพที่งดงาม เป็นที่ตั้งของสถานีทอดลองเกษตรที่สูงวาวี ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กับโครงการพัฒนาที่สูงไทย-เยอรมัน เมื่อ พ.ศ.2528 พื้นที่ราว ประมาณ 3,500 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี โดยมที่ี อุณหภูมิเฉลี่ย 18-19องศาเซลเซียสภายในสถานีมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวคอยต้อนรับ และให้คำแนะ นำนักท่องเที่ยวสามารถเดินชมไปรอบๆ ได้ ระหว่างเส้นทางจะลัดเลาะผ่านแปลงผลไม้ มะคาเดเมียนัท ท้อ สาลี่ บ๊วย พลัม สตรอว์เบอร์รี่ฯลฯ ซึ่งบางอย่างจะปลูกอยู่ด้วยกัน ตามแนวคิดเกษตรพึ่งพาเช่า มะคา เดเมียนัท กับกาแฟ เป็นต้น ชมขั้นตอนเพาะชำเก็บผลผลิต และแปรรูปกาแฟลองจิบกาแฟอาราบิกาคั่ว สดใหม่ๆ กลิ่นหอมรสเข้มข้นแต่เมื่อมาถึงดอยวาวีแล้วสิ่งที่พลาดไม่ได้ คือ "ชา" ไปชมไร่ชาพันธุ์ดีทั้ง ชา อู่หลง ชาชิงชิง และชาอัสสัม ที่ปลูกอยู่บนเนินเขาใกล้ๆ กันมีศาลานั่งพักชมทัศนียภาพรอบๆ จิบชารสดี หอมกรุ่นชื่นใจท่ามกลางทะเลหมอกมองลงไปในหุบเขา ด้านล่างเห็นหมู่บ้านชาวไทดยภูเขาผ่านอาข่าลี ซอ และจีนฮ่อ
นอกจากนี้ยังมีที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่ง ได้แก่ สวนพรรณไม้หอมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ มีจุดชมวิวทะเลหมอก พระอาทิตย์ชึ้น-ตกสวยงาม
ก่อนกลับอย่าลืมอุดหนุนกาแฟคั่วบดใหม่ๆ ชาจีน ชา เขียว รสดี หรือจะเป็นไม้ดอกเเมืองหนาว สีสวย พืชผักผลไม่เมืองหนาวปลอดสารพิษที่มีให้เลือกตาม ฤดูกาล สำหับผู้ที่ต้องการพักแรมทางสถานีฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการ ส่วนเรื่องอาหาร นักท่องเที่ยวต้องติดต่อแจ้งล่วงหน้า หรือจัดเตรียมมาเอง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 536 0 5932 ต่อ 101
วัดถ้ำป่าอาชาทอง
อยู่ในถิ่นกันดารห่างไกลคมนาคม บนดอยสูง ที่บ้านแม่คำ ตำบลศรี ค้ำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ชาวบ้านซึ่งเป็นชาวเขาใช้ม้าแกลบ ในการเดินทางและบรรทุกสัมภาระ เหตุนี้ พระครูบาเหนือชัยโฆสิโต เจ้าอาวาส เป็นอดีตนายทหารม้าเก่า ให้พระเณรที่นี่ใช้ม้าเป็นพาหนะ ในการออกบิณฑบาตไปยังหมู่บ้านเชิงเขาหรือที่เรียกว่าลานพระแก้ว เป็นระยะทางร่วม 5 กม.ทุกวันทุกเช้าเวลาประมาณ 07.00-07.30 น. จะมีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเดินทางมาเพื่อใส่บาตรบริเวณลานพระ แก้วแห่งนี้
การเดินทาง ชมพระขี่ม้าบิณฑบาตหนึ่งในอันซีนไทยแลนด์ ใช้เส้นทางเชียงราย-อำเภอแม่จัน ประมาณ 28 กิโลเมตร จากตัวอำเภอแม่จัน ประมาณ 5 กิโลเมตร ก็ถึงปากทางไปวัดถ้ำป่าอาชาทอง มีป้ายบอก ทางเข้าไปอีก ประมาณ 7 กิโลเมตร กรณีไม่มีรถยนต์ส่วนตัว สามารถเช่ารถได้จากบริษัทรถเช่า หรือติด ต่อบริษัทนำเที่ยว

ดอยแม่สลอง
ตำบลแม่สลอง มีลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง มีเทือกเขาสลับซับซ้อน และมีที่ราบระหว่าง เชิงเขา มีระดับความสูงของสันเขา 950-1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ด้วยสภาพที่ตั้งและภูมิ ประเทศดังกล่าวเป็นปัจจัยเอื้ออำนวยให้มีทรัพยากรธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมชนเผ่า อยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งจีนฮ่อ เย้า อาข่า ลาหู่ ไทยใหญ่ บริเวณหมู่บ้านสันติคิรีเป็นชุมชนผู้อพยพจากกอง พล 93 ซึ่งอพยพจากประเทศพม่าเข้ามาเขตไทย จำนวนสองกองพัน คือ กองพันที่ 3 เข้ามาอยู่ที่อำเภอ ฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และกองพันที่ 5 อยู่ที่บ้านแม่สลองนอก ตั้งแต่ปี 2504 ช่วงธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ดอกนางพญาเสือโคร่ง ซึ่งเป็นซากุระพันธุ์ที่เล็กที่สุด สีชมพูอมขาว จะบานสะพรั่งตลอดแนวทางขึ้นดอย แม่สลอง เป็นพันธุ์ไม้ที่หาชมได้ยากในเมืองไทย เพราะจะเจริญเติบโตอยู่แต่เฉพาะในภูมิอากาศหนาวจัด เท่านั้น และที่ดอยแม่สลองนี้ยังเป็นแหล่งปลูกชาจีนที่มีคุณภาพของภาคเหนืออีกด้วย มีทั้งชาอู่หลงก้าน อ่อน ชาโสม และชาเขียว
การเดินทาง อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่ฟ้าหลวงประมาณ 65 กม. และอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดเชียงรายประมาณ 67 กม. ใช้เส้น ทางเชียงราย-แม่จัน เลยจากอำเภอแม่จันไป 1 กิโลเมตร จะมีทาง แยกซ้ายไป 12 กิโลเมตร ถึงศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาเลย จากศูนย์ฯ ไป 11 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านผาเดื่อ ซึ่งเป็นจุดแวะชมและ ซื้อหัตถกรรมชาวเขา จากนั้นเดินทางจากบ้านเย้าถึงบ้านอีก้อสาม แยก ทางขวาไปหมู่บ้านเทอดไทย ส่วนแยกซ้ายไปดอยแม่สลอง ระยะทาง 18 กิโลเมตร รวมระยะทางจากเชียงราย 42 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย และจากดอยแม่สลองมีถนนเชื่อมต่อไปถึง บ้านท่าตอน อำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่ ระยะทาง 45 กิโลเมตร ในกรณีไม่ได้ขับรถมาเองให้ขึ้นรถประจำทางจากตัวเมืองเชียงราย ไป ต่อรถสองแถวที่ปากทางขึ้นดอยแม่สลอง
จุดน่าสนใจและกิจกรรมบนดอยแม่สลอง - ชมไร่ชาและศึกษาวิธีการผลิตชา ขี่ม้าชมทิวทัศน์รอบหมู่บ้าน อาข่า (หมู่บ้านเจียงจาใส) และอนุสรณ์ชาวไทยเชื้อสายจีน
ติดต่อ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองนอก โทร. 0 5376 5129
 วัดร่องขุ่น
ตั้งอยู่ในเขตตำบลคลองลานพัฒนา ตำบลคลองน้ำไหล ตำบลโป่งน้ำ ร้อนและตำบลสักงาม อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 13 กม. ออกแบบ และก่อสร้าง โดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เมื่อ พ.ศ. 2540 โดย บนพื้นที่เดิมของวัด 3 ไร่ และขยายออกเป็น 12 ไร่ อุโบสถนั้น ประดับ ด้วยกระจกสีเงินแวววาววิจิตรงดงามแปลกตา ภายในอุโบสถมีภาพจิตร กรรมฝาผนัง โดยเฉพาะภาพพระพุทธองค์หลังพระประธาน ซึ่งเป็นภาพ ที่ใหญ่งดงามมาก

หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ประมาณ 250 ไร่ ห่างจากอำเภอเชียงแสนประมาณ 10 กิโลเมตร ตัวอาคารล้อมรอบด้วยสวนอันสวยงาม เป็นศูนย์นิทรรศการ แสดงประวัติความเป็นมาของฝิ่น เมื่อสมัยที่มีการใช้กันอย่างถูกกฏหมาย และผลกระทบของการเสพติดฝิ่น อีกทั้งยังทำหน้าที่ศูนย์ข้อมูลเพื่อการ ค้นคว้าวิจัย และการศึกษาต่อเนื่องในหัวข้อฝิ่น สารสกัดจากฝิ่นในรูป แบบต่างๆ และยาเสพติดอื่นๆ
หอฝิ่น เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ระหว่างเวลา 08.30-16.00 น. ค่าเข้าชมบุคคลทั่วไป ต่างชาติ 300 บาท คนไทย 200 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 50 บาท เด็กอายุ12-18 ปี 50 บาท (เฉพาะคนไทย)เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ฟรี รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ โทร. 0 5378 4444-6 เว็บไซต์ http://www.goldentrianglepark.com
 พระธาตุดอยตุง
ตั้งอยู่บริเวณ กม. ที่ 17.5 ของทางหลวงหมายเลข 1149 เป็นที่บรรจุพระราก ขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้า นำมาจากมัธยมประเทศ นับเป็นครั้งแรกที่พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ได้มาประดิษฐานที่ล้านนาไทย เมื่อก่อสร้างพระสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนี้ ได้ทำธงตะขาบ(ภาษาพื้นเมือง เรียกว่า ตุง) ใหญ่ยาวถึงพันวา ปักไว้บนยอดดอย ถ้าหากปลายธงปลิวไปไกล ถึงเมืองไหน ก็จะกำหนดเป็นฐานพระสถูป เหตุนี้ดอยซึ่งเป็นที่ประดิษฐานปฐม เจดีย์แห่งล้านนาไทย จึงปรากฏนามว่า ดอยตุง พระธาตุดอยตุงเป็นปูชนียสถาน ที่สำคัญ เมื่อถึงเทศกาลนมัสการพระธาตุดอยตุงในวันเพ็ญเดือน 3 จะมีพุทธ ศาสนิกชนทั้งชาวไทยและเพื่อนบ้านจากประเทศใกล้เคียง เช่น ชาวเชียงตุงใน รัฐฉาน ประเทศสหภาพพม่า ชาวหลวงพระบาง เวียงจันทน์ เดินทางมานมัสการ ทุกปี พระธาตุดอยตุงถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีกุน ที่นิยมมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

ไร่แม่ฟ้าหลวง
อยู่บริเวณพื้นราบทางตะวันตกของตัวเมืองเชียงราย ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่อบรมเยาวชนชาวเขาจากหมู่ บ้าน ต่างๆ ในภาคเหนือ ปัจจุบันเป็นอุทยานศิลปะและวัฒนธรรมอันรื่นรมย์ด้วยหมู่ไม้นานาพรรณ ในพื้น ที่ 150 ไร่ เหมาะสำหรับผู้แสวงหาความสงบและแรงบันดาลใจอันเกิดจากธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรม พื้นถิ่น
สถานที่น่าสนใจในไร่แม่ฟ้าหลวง ประกอบด้วย หอคำ เป็นสถาปัตยกรรมล้านนาซึ่งมีหลังคามุงด้วยแผ่น ไม้สัก ชาวเชียงรายร่วมกันสร้างเพื่อ "ไหว้สาแม่ฟ้าหลวง" ถวายเนื่องในวโรกาสสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนีเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา เมื่อพ.ศ. 2527 อันเป็นฝีมือช่างไม้พื้นบ้านในจังหวัดเชียงราย และแพร่ ภายในหอคำเป็นที่เก็บรวบรวมศิลปวัตถุและงานพุทธศิลป์ มีทั้งพระพุทธรูปแบบล้านนา พม่า และเครื่องไม้แกะสลักที่ในการพระศาสนา เช่น สัตภัณฑ์ (เชิงเทียนไม้เก่าแก่) ตุงกระด้าง (หรือธงไม้) ขันดอก (ภาชนะใส่ดอกไม้ธูปเทียนบูชาพระ) บรรยากาศภายในหอคำศักดิ์สิทธิ์และขรึมขลัง ให้ความรุ้ สึกที่อธิบายได้ยาก แสงเที่ยนที่วับแวมอยู่ในความสลัวชวนให้เกิดความปีติจับใจ พระพุทธรูปองค์สำคัญ ในหอคำ คือ พระเจ้าพร้าโต้ ซึ่งมีจารีกว่าสร้างในปี พ.ศ. 2236 โดยชาวบ้านซึ่งเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ และยังไม่มีเครื่องมือที่เหมาะสมในการสลักเสลาพระพุทธรูปไม้ให้ประณีต จึงใช้เพียงมีดโต้เป็นเครื่องมือ แกะสลักพระพุทธรูปมีลักษณะแข็งแรงและสง่างาม
การเดินเล่นในอุทยานแห่งนี้เป็นประสบการณ์พิเศษ ภายในอุทยานมีไม้ ป่านานาพันธุ์ มีพระรูปปั้นของสมเด็จพระรูปของสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี อันเป็นผลงานของคุณมีเซียม ยิบอินซอยมีอาคารศิลาแลง หลังคาเป็นเกล็ดไม้สัก ซึ่งเรียกว่า "หอคำน้อย" เป็นที่เก็บภาพจิตรกรรม ฝาผนังเขียนด้วยสีฝุ่นบนกระดานไม้สัก สันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในช่วงต้น รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยช่างเขียนชาวไทยลื้อ ภาพแสดง ให้เห็นถึงความเป็นอยู่ การแต่งกาย และวัฒนธรรมล้านนาเมื่อกว่าร้อยปี มาแล้ว
จากหอคำน้อย เมื่อเดินผ่านป่าสมุนไพรไปทางทิศใต้ จะพบอาคารหลังใหญ่คือ "หอแก้ว" ซึ่งมีพื้นที่แบ่ง เป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งใช้เป็นที่ทำกิจกรรม เช่น การประชุมสัมมนา จัดเลี้ยง ฯลฯ มีระเบียงยื่นลงไปในสระ น้ำกว้างใหญ่ เหมาะแก่การสังสรรค์อันรื่นรมย์ และปลอดโปร่งใจอีกส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการ ทั้ง นิทรรศการหมุนเวียน และนิทรรศการถาวรเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับไม้สัก ทั้งในด้านพฤกษศาสตร์ และใน ด้านเป็นวัสดุอันเลื่องชื่อสำหรับสร้างสรรค์งานศิลปะ
In the Candle Light เป็นแพ็คเกจที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามของไร่แม่ฟ้าหลวงในยามค่ำคืน (ระหว่างเวลา 18.30-22.0 น.) ด้วยการนำชมโดยผู้ชำนาญที่ให้ความรู้ ความสนุกสนานเรื่องวัฒนธรรม พร้อมการแสดงศิลปะพื้นเมืองที่วิจิตรงดงามตามรูปแบบไร่แม่ฟ้าหลวง และรับประทานอาหารค่ำแบบพื้น เมืองท่ามกลางบรรยากาศแบบล้านนา ราคาแพ็คเกจ 1,000 บาทต่อท่าน
ไร่แม่ฟ้าหลวงอยู่ที่ 313 หมู่ 7 บ้านป่างิ้ว ต.รอบเวียง โทร.0 537 11968 โทรสาร.0 5371 2429 เว็บไซต์ http://www.maefahluang.org E-mail : rmfl@doitung.org
เปิดทุกวันเวลา 08.00-18.00 น.(ยกเวันวันจันทร์) ค่าเข้าชมคนไทย 150 บาท ต่างชาติ 200 บาท
พระตำหนักดอยตุงและสวนแม่ฟ้าหลวง
เชียงราย อารยนครอายุกว่า 700 ปี มีมนต์เสน่ห์ล้ำลึกของวัฒนธรรมล้านนา กลมกลืนกันอยู่ในโอบล้อม ของผืนป่า ที่เริ่มคืนความเขียวชะอุ่มภายหลังเกิดโครงการพัฒนาดอยตุงฯ กว่า 30 ปีที่ผ่านมาด้วยพระ บารมีของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ชาวเขาและชาวพื้นราบในบริเวณรายรอบดอยตุง ยอดสูง สุดของดอยนางนอน พรมแดนไทย-พม่า ได้เปลี่ยนวิถีจากการปลูกและเสพฝิ่น ถางป่าตัดไม้ และทำไร่ เลื่อนลอย หันมาทำเกษตร ปลูกพืชผักเมืองหนาว ทำไร่กาแฟและแมคคาเดเมีย สร้างผลงานเย็บปักถัก ทอที่เชื่อมต่อวัตถุดิบพื้นถิ่น และหัตถศิลป์พื้นเมืองสู่การใช้งานในชีวิตประจำวันแบบสากล ในขณะที่กลุ่ม ชน 30 ชาติพันธุ์ ยังคงอาศัยอยู่อย่างสงบ ตามไหล่เขาและบนดอยสูง แนบแน่นอยู่กับประเพณีดั้งเดิม ของตน โดยไม่ถูกวัฒนธรรมเมืองกลืนกิน
วันนี้ดอยตุง พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนสู่วิถีชุมชนสัมมาชีพโอบล้อมของสวนป่า และอุทยานที่แวดล้อมด้วย ไม้ดอกไม้ประดับอันงดงามเกินบรรยาย
วันรำลึกถึง "แม่ฟ้าหลวง" ณ หอพระราชประวัติ เรียนรู้ปรัชญาในการดำรงพระชนม์ชีพ ของสมเด็จพระศรี นครินทราบรมราชชนนี ผู้ทรงให้ชีวิตใหม่แก่ดอยตุง ราษฎรพากันขานพระนามพระองค์ว่า "แม่ฟ้าหลวง" นิทรรศการจัดแสดงด้วยเทคนิคทันสมัยน่าตื่นใจและสะเทือนอารมณ์นับแต่เสด็จสู่สวรรคาลัย ก่อนย้อน กลับไปยังช่วงต้นของพระชนม์ชีพ แรกพบสมเด็จพรบรมราชชนก พระราชพิธีอภิเษกสมรส ทรงร่วมใช้ ชีวิตที่ประเทศอังกฤษ เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ทรงอภิบาลพระประมุขของชาวไทย 2 พระองค์ พร้อม สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงงานด้านการศึกษา ศาสนา สาธารณสุข สาธารณกุศล และได้รับยกย่อง จากยูเนสโกเป็นบุคคลดีเด่นแห่งศตวรรษที่ 20
ชมพระตำหนักดอยตุง เรือนไม้ 2 ชั้น บนเนินต่างระดับ สถาปัตยกรรม ผสมผสานระหว่างบ้านปีกไม้ ศิลปะล้านนา กับชาเลต์แบบสวิส (Swiss Chalet) สามารถมองเห็นทิวท้ศน์เทือกเขาสลับซับซ้อน กลางห้องเป็นที่ ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์ เพื่อผู้มาเยือนได้สักการะ เพดานดาวเป็น ภาพระบบสุริยะ และกลุ่มดวงดาวอยู่ในตำแหน่งเดียวกับที่เคยปรากฎ ณ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2443 วันพระราชสมภพ รอบพระตำหนักประดับด้วยไม้ ดอกนานาพันธุ์ สามารถชมห้องบรรทม และห้องทรงงานที่สะท้อน พระ ราชจริยวัตรอันงดงามเรียบง่าย
เดินชมดงกุหลาบพันปี ณ สวนรุกขชาติดอยช้างมูบ สงบสุขในเส้นทางธรรมชาติที่แวดล้อมด้วยกลิ่นไม้ สน เข้าสู่ดงกุหลาบพันปีนานาพันธุ์ แล้วแวะชม ธารน้ำพระทัย ธารน้ำผุดที่รินไหลสู่เบื้องล่าง รื่นรมย์ชม ไม้เมืองหนาว ณ สวนแม่ฟ้าหลวง ละลานตาด้วยแปลงไม้ดอก ไม้พุ่ม จากทุกมุมโลก หมุนเวียนกันเบ่งบานตลอดปี สวยสดราวผืนพรมธรรม ชาติที่แปรเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ชมสวนหิน สวนน้ำพุ น้ำผุด ที่จะปรับ เปลี่ยนไปทุกปีในช่วงงานห่มหนาว ราวเดือนตุลาคมถึงเมษายน
เยือนหมู่บ้านชาวเขา ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าอาข่า (อีก้อ) ลาฮู่ (มูเซอ) ไทยใหญ่ (ฉาน) และจีนอพยพ ที่ยังคงรักษาพิธีกรรมเก่าแก่ไว้ได้ในพื้น ที่รำรวยอารยธรรมชนเผ่าซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน
งานฝีมือจากดอยตุงสู่ตลาดโลก ณ ศูนย์งานฝีมือ ศูนย์ผลิตและจำหน่ายงานมือ มีสินค้าดีไซน์เฉพาะ เหมาะสำหรับผู้พิถีพิถันเลือกสินค้า นับแต่ผ้าทอมือ พรมทอมือ ผลิตภัณฑ์กระดาษสา งานปั้นและเครื่อง เคลือบดินเผา ไปจนถึงกาแฟดอยตุงและแมคคาเดเมียและผลิตภัณฑ์ที่ดอยตุงได้รับตราสินค้า UNODC (United Nations Office on Drugs and Crime) เป็นสินค้าสื่อความหมายยับยั้งยาเสพติด และบรรเทา ความยากจน ตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์โครงการที่ดอยตุงได้รับ แสดงถึงความสำเร็จในการพัฒนาแบบ ยั่งยืน สามารถบรรเทาปัญหาความยากจน และยุติกระบวนการผลิตยาเสพติด
ที่พัก ดอยตุง ลอด์จ ห่างพระตำหนักดอยตุงระยะเดิน 15 นาที สามารถมองเห็นหมู่บ้านชาวเขา ทุ่งนา ป่า สน และดอยตุงในมุมกว้าง ท่ามกลางเสียงใบไม้ และนกร้อง มีห้องพักปรับอากาศเตียงคู่ และเดี่ยว 47 ห้อง พร้อม ทีวี ตู้เย็น เครื่องเป่าผม บริการซักรีด ร้านขายของที่ระลึก ห้องประชุมสัมมนา ร้านอาหารครัว ตำหนัก บริการอาหารไทยพร้อมผักปลอดสารพิษเก็บสดจากไร่ในโครงการ
การเข้าชม พระตำหนักดอยตุงเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00 - 18.00 น. เก็บค่าเข้าชมพระตำหนัก คน ละ 70 บาท สวนแม่ฟ้าหลวง 80 บาทและหอพระราชประวัติ 30 บาท ถ้าซื้อตั๋วรวมทั้งสามแห่งจะได้ราคา 150 บาท การเข้าชมจะมีเจ้าหน้าที่นำชมอธิบายความเป็นมาของพระตำหนัก ต้องการรายละเอียดเพิ่ม เติมติดต่อ โครงการพัฒนาดอยตุง อาคารเอนกประสงค์ พระตำหนักดอยตุง โทร. 0 5376 7015-7 หรือ http://www.doitung.org E-mail: tourism@doitung.org
การเดินทาง พระตำหนักดอยตุงอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 60 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 110 ไป 45 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1149 ไปประมาณ 15 กิโลเมตร สำหรับนักท่อง เที่ยวที่เดินทางโดยรถประจำทางสามารถใช้บริการรถสองแถวสีม่วงบริเวณปากทาง รถออกตั้งแต่ 07.00 น. มีรถออกทุก 20 นาที

สบรวก (สามเหลี่ยมทองคำ)
อยู่ห่างจากอำเภอแม่สาย 28 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1290 เป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำ รวกมาบรรจบกัน หรือที่เรียกว่า สบรวก เป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทย ลาว พม่า บริเวณนี้เคยมีการค้า ฝิ่น โดยแลกเปลี่ยนกับทองคำ ทิวทัศน์แม่น้ำโขงบริเวณนี้มีความงดงาม โดยเฉพาะยามเช้าที่ดวงอาทิตย์ ท่ามกลางสายหมอกด้านฝั่งพม่า และลาว นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์จุดบรรจบของพรม แดนไทย ลาว และพม่า ค่าเช่าเรือประมาณ 300-400 บาท นั่งได้ 6 คน ถ้าต้องการนั่งชมทิวทัศน์สองฝั่ง แม่น้ำโขงไปไกลถึงเชียงแสนและเชียงของก็สามารถหาเช่าเรือได้ แต่ค่าเรือขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล นักท่องเที่ยวที่สนใจล่องแม่น้ำโขงเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศจีน เช่น สิบสองปันนา คุนหมิง สามารถ ติดต่อกับบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดเชียงรายได้ หากต้องการจะชมทิวทัศน์มุมกว้างของสามเหลี่ยมทองคำ บริเวณสบรวก และเพื่อนบ้านต้องขึ้นไปบนดอยเชียงเมี่ยง ที่อยู่ริมแม่น้ำโขง
ลานทองอุทยานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง
ตั้งอยู่ที่ จังหวัดเชียงรายกิโลเมตรที่ 12 ของทางหลวงหมายเลข 1089 (แม่จัน-ท่าตอน) ห่างจากตัวเมือง เชียงราย 36 กิโลเมตร มีเนื้อที่กว่า 400 ไร่ จัดเป็นหมู่บ้านทางวัฒนธรรม เพื่อแสดงถึงวิถีชีวิตความเป็น อยู่ของคนบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง ท่ามบรรยากาศที่เป็นหุบเขาและลำห้วยขุนน้ำแม่จัน มีอุทยานไม้ดอกไม้ ประดับนานาพันธุ์ ห้อมล้อมด้วยไร่ชา และสวนดอกท้อ มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ ขี่ช้าง นั่งเกวียน มี การแสดงของช้างการสาธิตต่างๆ เช่น การทำเครื่องเงิน เครื่องจักสาน การทำกระดาษสา การปั่นฝ้ายทอ ผ้า งานเย็บปักถักร้อยของชาวเขาเผ่าต่าง ๆ และสาธิตวิธีชงชาตามแบบฉบับของยูนนาน การแสดงศิลป วัฒนธรรมจากประเทศไทย ลาว จีน (ตอนใต้) พม่า เวียดนามและกัมพูชาและมีฆ้องชัยใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 5 เมตร ให้ชมอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีบริการที่พักและห้องประชุมสัมนา
การแสดงจะมีระหว่างเวลา 11.00-12.00 น.และ 14.00-15.00 น. อัตราค่าอาหารกลางวันและการแสดง
1. ค่าชมการแสดง + อาหารกลางวัน ท่านละ 200.- บาท ถึง 300.- บาท ( ขึ้นอยู่กับรายการอาหาร )
2. ค่าชมการแสดงกรณีไม่ทานอาหารกลางวัน 150.- บาท / ท่าน
3. เด็กอายุไม่เกิน 10 ปี ราคาท่านละ 100.- บาท
เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.
 วัดพระแก้ว
อยู่ถนนไตรรัตน์ เป็นวัดที่ค้นพบพระแก้วมรกต หรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมา กรที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน ตามประวัติเล่าว่าเมื่อปี พ.ศ. 1897 ในสมัยพระเจ้าสามฝั่งแกนเป็นเจ้าเมืองครองเชียงใหม่นั้น ฟ้าได้ผ่า เจดีย์ร้างองค์หนึ่ง และได้พบพระพุทธรูปลงรักปิดทองอยู่ภายในเจดีย์ ต่อมารัก กะเทาะออก จึงได้พบว่าเป็น พระพุทธรูปสีเขียว ที่สร้างด้วยหยก คือ พระแก้ว มรกตนั่นเอง ปัจจุบันวัดพระแก้วเชียงรายเป็นที่ประดิษฐานพระหยก ซึ่งสร้างขึ้น ใหม่ในวาระี่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระชนมายุครบ 90 พรรษา
วัดพระธาตุผาเงา
อยู่ห่างอำเภอเชียงแสนไปตามเส้นทางเชียงแสน-เชียงของ ประมาณ 4 กม. อยู่ตรงข้ามโรงเรียนสบคำ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม มีเจดีย์ทรงระฆังขนาดเล็กตั้งอยู่บนหินก้อนใหญ่ วิหารปัจจุบันสร้างทับซากวิหาร เดิมบนยอดเขาข้างหลังวัด เป็นที่ตั้งของพระบรมพุทธนิมิตรเจดีย์ที่มองเห็นทิวทัศน์สวยงามได้โดยรอบ เจ้าอาวาสของวัดพระธาตุผาเงาคือท่านเจ้าพระคุณ พระพุทธิญาณมุนี

 ดอยผาตั้ง
เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยผาหม่น เป็นเทือกเขาแนวพรมแดนไทย- ลาว สูง 1,800 เมตรจากระดับ น้ำทะเลปานกลาง ดอยผาตั้งถือเป็นเป็น จุดชมวิวไทย-ลาว และเป็นทะเลหมอกที่สวยงามไม่แพ้ภูชี้ฟ้า รถยนต์ สามารถขึ้นเกือบถึงจุดชมวิวบริเวณเนินร้อยสามได้ บนจุดชมวิวจะเป็น แนวเขาซึ่งชมวิวได้ตลอดแนว นอกจากนั้น บนดอยยังมีจุดที่น่าสนใจ คือ ผาบ่องประตูสยาม ซึ่งเป็นประตูที่สร้างขึ้นในช่องเขาเพื่อกั้นพรม แดนไทย-ลาว ไม่ให้คนข้ามผ่านไปมาได้ เมื่อขึ้นถึงยอดภูแล้ว ส่งที่จะได้เห็น คือ ช่องเขาขาด เป็นช่อง เขาที่หินขาดจากกันมองเห็นแม่น้ำโขงพาดผ่านตรงช่องเขาขาดพอดี และมักเกิดทะเลหมอกที่มาปรากฎ ในบริเวณช่องเขาขาดนี้อยู่เสมอ โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมจะมีความสวยงามเป็นพิเศษ เนื่องจาก ดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพูและดอกเสี้ยวสีขาวจะบานสะพรั่งงดงาม
ดอยผาตั้งเป็นดินแดนประวัติศาสตร์ เคยเป็นฐานที่มั่นของทหารจีนในอดีตซึ่งมีการสู้รบกันอย่างดุเดือด เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะจีนฮ่อนั้น อดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของกองพล 93 ซึ่ง อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดอยผาตั้งนี้ และด้วยอากาศที่หนาวเย็นเหมาะแก่การทำการปลูกพืชเมือง หนาว ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนดอยผาตั้งจึงทำอาชีพเกษตร ปลูกบ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา ซึ่งให้ผล ผลิตมากในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการ กระจายรายได้แก่ท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี บนดอยผาตั้ง มีที่พัก สถานที่กางเต็นท์และร้านอาหาร สามารถ ไปเที่ยวได้ตลอดปี ติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยวดอบผาตั้ง โทร. 0 5391 8301
การเดินทาง 
จากจังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทางเชียงราย-เวียงชัย-พญาเม็งราย-บ้านต้า (ทางหลวงหมายเลข 1233, 117 3 และ 1152) 50 กิโลเมตร บ้านต้า-บ้านท่าเจริญ (ทางหลวง 1020 ) 45 กิโลเมตร บ้านท่า เจริญ-เวียง แก่น-ปางหัด (ทางหลวงหมายเลข 1155 ) 17 กิโลเมตร และปางหัด-ดอยผาตั้ง อีก 15 กิโลเมตร สภาพ เส้นทางบางช่วงสูงชัน
 ทะเลสาบเชียงแสน หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย
มีเนื้อที่ทั้งหมด 2,711 ไร่ ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เมื่อปี พ.ศ. 2528 เดิม เป็นเพียงหนองน้ำขนาดเล็ก จนมีการสร้างฝายกั้นทางน้ำ ทำให้น้ำเอ่อล้น จนเกิด เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ในฤดูหนาวจะมีอากาศเย็นสบายและหมอกลอยปกคลุม ทั่วไป ทะเลสาบเขียงแสนยอังเป็นแหล่งดูนกที่มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะนกเป็ด น้ำที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาว หลายชนิดเป็นนกหายาก เช่นเป็นแมนดาริน เป็ดเทาก้านดำ เป็ดเบี้ยหน้าเขียว เป็ดหัวเขียว เป็นต้น บริเวณทะเลสาบมีรีสอร์ท เอกชนให้พักหลายแห่ง
การเดิทาง จากตัวเมืองเชียงแสน ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1016 ประมาณ 5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายที่กิโลเมตรที่ 27 เข้าไปอีก 2 กิโลเมตร หรือนั่งรถโดยสาร จากเชียงราย ไปอำเภอเชียงแสนแล้วต่อรถสามล้อเครื่อง

วัดพระธาตุเจดีย์หลวง
ตั้งอยู่ติดกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน สร้างโดยพระเจ้าแสนภูเมื่อประมาณกลางพุทธศตวรรษ ที่ 19 โบราณสถานประกอบด้วย เจดีย์ประธานทรงระฆังแบบล้านนา เป็นเจดีย์ใหญ่ที่สุดที่ในเชียงแสน นอกจากนี้ยังมีพระวิหารที่เก่ามากซึ่งพังทลายเกือบหมดแล้ว และเจดีย์รายแบบต่างๆ 4 องค์
 รอยพระบาทแห่งสันติภาพ
เป็นรอยพระบาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงประทับลงบน แผ่นปูนปลาสเตอร์ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2525 ณ ฐานปฏิบัติการที่ ดอยพญาพิภักดิ์ จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เหล่าทหาร เมื่อครั้งที่มีการสู้รบกับพรรคคอมมิวนิสต์ บริเวณชายแดนของ จังหวัด เชียงราย หลังจากฝ่ายทหารได้รับชัยชนะยึดฐานที่มั่นของพรรคคอม มิวสนิสต์ได้สำเร็จ ก็ไม่ปรากฏการสู้รบบนดอยแห่งนี้อีก จีงขนานนาม รอยพระบาทคู่นี้ว่า "รอยพระบาทแห่งสันติภาพ" ทั้งนี้ กองทัพบกมีโครงการสร้างปราสาทที่ประดิษฐาน รอยพระบาทขึ้นใหม่ แทนศาลาที่ประดิษฐานรอยพระบาทหลังเดิม เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้ประชาชน ได้สักการะ ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษาในปี 2550

พระธาตุดอยเวา
ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลแม่สาย บนดอยริมฝั่งแม่น้ำแม่สาย ตามประวัติกล่าวว่า พระองค์เวาหรือเว้าผู้ครอง นครนาคพันธ์โยนก เป็นผู้สร้างเพื่อบรรจุพระเกศาธาตุองค์หนึ่งเมื่อ พ.ศ. 364 นับเป็นพระบรมธาตุที่เก่า แก่องค์หนึ่งรองมาจากพระบรมธาตุดอยตุง นอกจากนี้บนยอดดอยเวายังเป็นจุดที่สามารถชมทิวทัศน์ของ อำเภอแม่สาย และท่าขี้เหล็กทางฝั่งพม่าได้อย่างชัดเจน สามารถนำขึ้นไปจนถึงพระธาตุได้
 พิพิธภัณฑ์และศูนย์ศึกษาชาวเขา
จัดตั้งขึ้นโดยสมาคมพัฒนาประชากร และชุมชนชาวเขาเพื่อเป็นสถาน ที่แสดงวิถีชีวิตของชาวเขา หกเผ่าในประเทศไทย ได้แก่ อาข่า มูเซอ เย้า กะเหรี่ยง ลีซอ และม้ง มีการฉายสไลด์เกี่ยวกับความเป็นมาของ ชาวไทยภูเขาในประเทศไทย ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชมถึง 5 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมันและฝรั่งเศส นักท่องเที่ยวสามารถจะ สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวชุมชนชาวไทยภูเขา รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยว อื่นๆ ภายในเชียงราย บริเวณชั้นล่างของพิพิธภัณฑ์ยังมีร้านอาหารบริการ พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 08.30-20.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 20 บาท

 กู่พระเจ้าเม็งราย วัดงำเมือง
ตั้งอยู่บนดอยงำเมือง ถนนอาจอำนวย บ้านฮ่อมดอย ชุมชนราชเดช ดำรง ตำบลเวียง สิ่งที่น่าในใจภายในวัด ได้แก่ วิหาร และสถูปพญา มังราย หรือ กู่พระเจ้าเม็งราย กู่นี้เป็นอนุสาวรีย์สำคัญแห่งหนึ่ง เพราะ เป็นที่บรรจุอัฐิของพ่อขุนเม็งรายมหาราช ตามประวัติกล่าวว่าพระเจ้า ไชยสงคราม ราชโอรสพระเจ้าเม็งราย เมื่อได้มอบราชสมบัติให้พระ เจ้าแสนภูราชโอรสให้ขึ้นครองนครเชียงใหม่แล้ว พระองค์ได้นำอัฐิ พระราชบิดามาประทับอยู่ที่เมืองเชียงราย และได้โปรดเกล้าฯ สร้างกู่บรรจุอัฐิของพระราชบิดาไว้ ณ ดอย งำเมืองแห่งนี้
 อำเภอแม่สาย
ห่างตัวเมืองเชียงราย 61 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 110 เป็น อำเภอเหนือสุดของประเทศไทยติดกับจังหวัดท่าขี้เหล็กของพม่า โดย มีแม่น้ำแม่สายเป็นพรมแดนมีสะพานเชื่อมเมืองทั้งสองเข้าด้วยกัน ทั้ง ชาวไทยและชาวพม่าเดินทางไปมาหาสู่ค้าขายกันได้โดยเสรี สำหรับ นักท่องเที่ยวชาวไทย นิยมเดินทางไปยังท่าขี้เหล็กของพม่า เพื่อซื้อ สินค้าพื้นเมืองและสินค้าราคาถูกอื่นๆ เช่น ตะกร้า เครื่องทองเหลือง สบู่ พม่า สมุนไพร การข้ามไปท่าขี้เหล็ก นักท่องเที่ยวชาวไทยต้องเดินทางเข้าเขตประเทศพม่าได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 06.30 - 18.30 น. โดยใช้บัตรประชาชน หรือบัตรอื่นๆ ที่ทางราชการออกให้ ค่าบริการคน ละ 15 บาท สำหรับชาวต่างประเทศ 5 เหรียญสหรัฐ โดยนำหนังสือเดินทางไปติดต่อกับด่านตรวจคนเข้า เมืองแม่สาย

 วัดกลางเวียง
เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางเวียงเชียงราย ในสมัยที่เรียกกันว่ายุคสถาปนา เมืองเชียงรายขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2386 หลังจากที่ได้ถูกทับถมทำลาย โดยธรรมชาติและรกร้างมาก่อนหน้านี้ เมื่อสร้างแล้วเสร็จมีการเฉลิม ฉลองเมืองเชียงรายในปี พ.ศ. 2418 ได้มีการเปลี่ยนจากวัดเดิม คือ วัดจันทน์โลก หรือจั๋นต๊ะโลก มาเป็นวัดจันทน์โลกกลางเวียง ซึ่งเป็นที่ มาของชื่อ กลางเวียง เพราะยุคนั้น วัดนี้ คือ ศูนย์กลางของเมืองเวียง เชียงราย เป็นที่ตั้งของ "สะดือเวียงเชียงราย"
พิพิธภัณฑ์อูบคำ
เลขที่ 81/1 ถนนหน้าค่าย ตำบลรอบเวียง ติดกับตลาดสดเด่นห้า เป็นศูนย์อนุรักษ์มรดกล้ำค่าของ อาณา จักรล้านนาโบราณ ประกอบด้วยเครื่องใช้ในราชสำนักล้านนา เครื่องใช้ในราชสำนักคุ้มเจ้าแพร่ เครื่องใช้ ในราชสำนักคุ้มเจ้าเชียงใหม่ ผ้าโบราณอายุ 120 ปี เป็นซิ่นไหมคำจากราชสำนักมัณฑเลย์ และที่สำคัญ ไม่ควรพลาดชมคือ บัลลังก์กษัตริย์เป็นทองอร่าม อายุกว่า 200 ปี แสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต โดยมี อาจารย์จุลศักดิ์ สุริยไชย เป็นผู้รวบรวม ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 9.00 - 18.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท พิพิธภัณฑ์นี้เป็นความตั้งใจของผู้รวบรวมที่จะเก็บของมีค่าสมัยล้านนา ที่ ไม่ได้อยู่ในแผ่นดินไทยให้กลับมาอยู่ในผืนแผ่นดินไทย และเก็บไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาถึงความเป็นมา และความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรล้านนาในอดีต ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โทร. (053) 713349

 พิพิธภัณฑ์พระ-ประทีปโกลด์แลนด์
ตั้งอยู่ที่ 191 หมู่ 1 ถ.แม่จัน-เชียงแสน ต.จอมสวรรค์ เป็นพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดงพระพุทธรูปโบราณ และพระเครื่องเก่าแก่หลายสมัย อาทิ ในยุค คันธราราษฎร์, ทวาราวดี, เชียงแสน สุโขทัย, อู่ทอง, ลพบุรี, อยุธยา, รัตนโกสินทร์ จำนวนมากกว่า 500 องค์ รวมทั้งมีพระเครื่อง ชุดเบญจภาคี เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. โทร. 0 536 5 3038-9
 ท่าเรือบั๊ก
จุดผ่านแดนถาวรระหว่างไทย - ลาว ริมฝั่งแม่น้ำโขง มองเห็นทิวทัศน์ ของเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน ลาวได้ นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถข้ามไปฝั่งลาวได้โดยติดต่อที่ว่า การอำเภอเชียงของ โดยเตรียมรูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูป และนำสำเนาบัตร ประจำตัวประชาชน 1 ชุด พร้อมเงินค่าธรรมเนียม 30 บาท สำหรับนัก ท่องเที่ยวชาวต่างประเทศต้องขอวีซ่าจากสถานทูต (ด่านเปิดทุกวัน เวลา 06.30 - 18.30 น.) จากจุดนี้สามารถเดินทางท่องเที่ยวโดยทางเรือไปถึงหลวงพระบาง-เวียงจันทน์ สปป.ลาว และกลับเข้าประเทศไทยที่จังหวัดหนองคายได้ ติดต่อชมรมท่องเที่ยวเชียงของ โทร. 0 5379 1993

อำเภอเชียงแสน
เป็นอำเภอเล็กๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 59 กิโลเมตร โดยแยกจากทางหลวง หมายเลข 110 ที่อำเภอแม่จัน ไปตามทางหลวงหมายเลข 1016 ประมาณ 31 กิโลเมตร เชียงแสนเป็น เมืองเก่าแก่มากแห่งหนึ่งในภาคเหนือ เดิมชื่อ เวียงหิรัญนครเงินยาง แม้ปัจจุบันยังคงมีซากกำแพงเมือง โบราณ 2 ชั้น และโบราณสถานหลายแห่งปรากฏอยู่ทั้งในและนอกตัวเมือง
วัดเจดีย์เจ็ดยอด
อยู่เหนือวัดพระธาตุผาเงาขึ้นไปบนดอยประมาณ 1 กิโลเมตร ตัววัดหักพังหมดแล้ว เหลือแต่เพียงซากอิฐ เก่าๆ แทบไม่เห็นรูปร่างเดิม อาจกล่าวได้ว่า วัดพระธาตุผาเงาและวัดเจดีย์เจ็ดยอดอยู่บนเขาลูกเดียวกัน มีบริเวณต่อเนื่องกันอย่างกว้างขวาง บริเวณร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ สมกับเป็นสถานปฏิบัติธรรม

 วัดพระธาตุจอมกิตติ
ตั้งอยู่ที่ถนนเลียบแม่น้ำเชียงแส - เชียงของ ตามพงศาวดารกล่าวว่า พระเจ้าพังคราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง เมื่อ พ.ศ. 1483 สมัยเดียวกับ การสร้างพระธาตุจอมทอง เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เป็นเจดีย์ย่อ เหลี่ยมไม้สิบสองสมัยเชียงแสน ต่อมาในปี พ.ศ. 2030 หมื่นเชียงสง ได้ก่อสร้างเจดีย์องค์ใหม่อยู่อีกองค์หนึ่ง คือ พระธาตุจอมแจ้ง มีบันได นาค 339 ขั้น เป็นทางเดินขึ้นไปนมัสการหรือจำนำรถขึ้นไปจอดบน พระธาตุได้
 วัดพระสิงห์
ถนนท่าหลวง ใกล้ศาลากลางจังหวัด เดิมเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิ หิงค์องค์ที่ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารลายคำวัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ ในปัจจุบัน ตามประวัติเล่าว่า เจ้ามหาพรหมพระอนุชาของพระเจ้ากือนา กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ มาจากเมืองกำ แพงเพชร พระเจ้ากือนาได้โปรดฯ ให้ประดิษฐานไว้ ณ เมืองเชียงใหม่ ต่อมาพระเจ้ามหาพรหม ทูลขอยืมพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานไว้ที่ เมืองเชียงรายเพื่อหล่อจำลอง แต่เมื่อสิ้นบุญพระเจ้ากือนาและพระเจ้าแสนเมือง ราชนัดดาของพระองค์ ได้เสด็จขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ เจ้ามหาพรหมคิดจะชิงราชสมบัติ จึงยกกองทัพจากเชียงรายไปประชิด เมืองเชียงใหม่ แต่เจ้าแสนเมืองก็สามารถป้องกันเมืองได้อีก ทั้งยกทัพตีทัพเจ้ามหาพรหมมาถึงเชียงราย และครั้งนี้เองที่ทรงอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์คืนกลับไปประดิษฐานอยู่ที่วัดพระสิงห์เชียงใหม่สืบมา วัดพระ สิงห์แห่งนี้ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองบนแผ่นศิลา สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าเม็งรายมหาราช นอกจากนั้น บานประตูยังออกแบบโดย คุณถวัลย์ ดัชนี บอกเรื่องราวเกี่ยวกับดิน น้ำ ลม ไฟ แกะสลัก โดยฝีมือช่างชาวเชียงราย โทร. 0 5374 5038

 วัดพระธาตุดอยทอง
ตั้งอยู่ที่ถนนอาจอำนวย หลังศาลากลางจังหวัด บนดอยจอมทองริมฝั่ง แม่น้ำกก ตามตำนานเล่าว่าเป็น พระธาตุ เก่าแก่ที่มีก่อนที่พ่อขุนเม็ง รายจะทรงสร้างเมืองเชียงราย โดยเล่าว่าพระยาเรือนแก้วผู้ครองนคร ไชยนารายณ์ ทรงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1483 สันนิษฐานว่า เมื่อพ่อขุน เม็งรายทรงพบชัยภูมิที่สร้างเมืองเชียงรายจากดอยจอมทองนั้น คงจะ มีการบูรณะองค์พระธาตุใหม่พร้อมๆ กับการสร้างเมืองเชียงราย
นอกจากนั้นตรงข้ามพระธาตุดอยทอง เป็นที่ตั้งของเสาสะดือเมือง 108 หลัก ซึ่งสร้างตามคติโบราณล้าน นา คือ จะใหญ่เท่าห้ากำมือ และสูงเท่าความสูงของพระเจ้าแผ่นดิน เสาสะดือเมืองเรียงเป็นวงกลมซ้อน กันหลายวงแทนสมมติจักรวาล อันมีเขาพระสุเมรุเป็นแกนกลาง ล้อมรอบด้วยน้ำห้าร่องแทนปัญจมหานที ขั้นบนสุดเปรียบได้กับนิพพาน เสาสะดือเมืองชาวเชียงรายได้ร่วมใจสร้างขึ้นเมืองปี พ.ศ 1531 เพื่อรำลึก ถึงพระมหากรุณาธิคุณของพญาเม็งราย และได้มีการบูรณะใน วโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ครบห้ารอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์
ตั้งอยู่ที่บนเทือกเขาดอยช้าง ตำบลแม่กรณ์ ห่างจากตัวเมืองตามทางหลวงหมายเลข 1211 ประมาณ 18 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าไป 11 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1208 หรือไปตามทางหลวงหมายเลข 1 สายเชียงราย-พะเยา ประมาณ 15 กิโลเมตร จะมีป้ายแยกขวาไปอีก 17 กิโลเมตร ถึงที่ทำการวนอุทยาน แล้วเดินเท้าไปยังตัวน้ำตกอีกประมาณ 30 นาที ระยะทาง 1200 เมตร น้ำตกขุนกรณ์เป็นน้ำตกสวยที่สูง ที่สุดของจังหวัดเชียงราย ชาวบ้านเรียกว่า น้ำตกตาดหมอก มีความสูงถึง 70 เมตร สองข้างทางที่เดินเข้า สู่น้ำตกเป็นป่าเขาธรรมชาติร่มรื่น

แม่น้ำกก
เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองเชียงราย มีความยาวรวมทั้งสิ้น 130 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือ จากท่าเรือริมแม่น้ำจากตัวเมืองเพื่อท่องเที่ยวชมทัศนียภาพของแม่น้ำกก สองฟากฝั่งเป็นป่าเขาที่สวย งามตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถแวะชมหมู่บ้านชาวเขาต่างๆ เช่น อีก้อ ลีซอ กะเหรี่ยง หรือจะแวะ ปางช้าง เพื่อนั่งช้างเที่ยวป่ารอบบริเวณนั้นก็ได้ อัตราค่าเช่าเรือ 450 บาท สามารถนั่งได้ 8 คน ใช้เวลา ประมาณ 2 ชั่วโมง ติดต่อเช่าเรือได้ตั้งแต่เวลา 06.00-16.00 น.

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ เชียงราย
ตั้งอยู่ห่างตัวเมืองเชียงรายประมาณ 8 กิโลเมตร บนเส้นทางเชียงราย-แม่จัน เข้าไปทางด้านหลังสถาบัน ราชภัฏเชียงราย ภายในสวนมีทัศนียภาพสวยงาม บรรยากาศร่มรื่น มีหนองบัวที่กว้างใหญ่ถึง 223 ไร่ เป็น สถานที่น่าพักผ่อนหย่อนใจ เพราะน้ำในหนองบัวใสเย็นและเต็มเปี่ยมตลอดปี บนพื้นที่รอบหนองบัวเป็นที่ ตั้งของพลับพลา ศาลาสำหรับนั่งพักผ่อนและมีสวนปาล์ม สวนไผ่อยู่บนที่ลาดเนินเขา
อุทยานแห่งชาติดอยหลวง
มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอแม่สรวย อำเภอพาน อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย อำเภอวังเหนือ จังหวัด ลำปาง และอำเภอแม่ใจ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา มีเนื้อที่ 731,250 ไร่ สภาพภูมิประเทศเป็นเขาสูง มี ดอยหลวงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ประกอบด้วยป่าสน ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง ที่ ยังคงอุดมสมบูรณ์มีความอุ้มน้ำสูง ทำให้ลำห้วย และน้ำตกในอุทยานฯ มีน้ำไหลตลอดปี อุทยานฯ ยังมี สัตว์ป่า เช่น หมี กวาง เก้ง เลียงผา และยังมีนกอีกหลายชนิด เช่น นกเงือก นกพญาไฟพันธุ์เหนือ นกปี กลายสก๊อต นกกางเขนหัวขาวท้ายแดง นกศิวะปีกสีฟ้า และนกย้ายถิ่นหายาก เช่น นกกินปลีหางยาวคอ สีฟ้า นกกินปลีหางยาวคอสีดำ เป็นต้น นอกจากความสมบูรณ์ของป่าที่ให้ความร่มรื่น ไม่ไกลจากที่ทำการ อุทยานฯ มี สูง 9 ชั้น เป็นน้ำตกที่มีต้นน้ำจากน้ำซับใต้ดิน มีตะกอนหินปูนปนมากับน้ำ ทำให้เกิดหินงอก หินย้อยดูสวยงาม และในยามค่ำคืนจะได้ยินเสียงน้ำตกไหลกระทบหิน อุทยานฯ มีเส้นทางเดินศึกษา ธรรมชาติน้ำตกปูแกง ระยะทาง 1,500 เมตร ตามเส้นทางจะมีป้ายสื่อความหมายตามจุดต่าง ๆ ที่จะให้ ความรู้แก่นักเดินป่าได้ เส้นทางเดินไม่ลาดชัน เดินสบายและนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างแรม อุทยานฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์บริการ สอบถามราย
การเดินทาง ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (เชียงราย-พะเยา) ไป 58 กิโลเมตร ถึงบ้านปูแกง บริเวณ กิโลเมตรที่ 773 เลี้ยวขวาไปอีก 9 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ ละเอียด โทร. 0 5360 9042
สถานที่พัก และสิ่งอำนายตวามสะดวก อุทยานมีบริการบ้านพักรายละเอียดติดต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือสำรองที่พักด้วยตนเองที่ http://www.dnp.go.th

ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงดอยผาหม่น
เป็นศูนย์ส่งเสริมการเพาะปลูกดอกไม้เมืองหนาว เช่น ดอกทิวลิป ดอกลิลลี่ ดอกซัลเวียสีแดง ต้นคริสต์ มาสสีแดง หลากสีหลายพันธุ์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวดอกไม้จะออกดอกสวยงาม เพื่อต้อนรับนักท่อง เที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชม รอบบริเวณยังมีทิวทัศน์สวยงามดูแล้วสดชื่น ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น มี บ้านพักให้บริการนักท่องเที่ยว 3 หลัง ราคา 1,200 บาท/หลัง พักได้หลังละ 10-15 คน ไม่มีร้านจำหน่าย อาหาร ต้องสั่งจองล่วงหน้า สอบถามข้อมูล โทร. 0 5391 8555
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงราย ไปตามทางหลวงหมายเลข 1020 สู่อำเภอเทิง แล้วไปตามทางหลวง หมายเลข 1155 จนถึงบริเวณด่านผ่อนปรนไทย - ลาวที่บ้านฮวก จากนั้นเดินทางผ่านขึ้นสู่ดอยผาหม่น ด้วยระยะทางอีก 24 กิโลเมตร ศูนย์ตั้งอยู่ริมทางก่อนถึงภูชี้ฟ้าประมาณ 10 กิโลเมตร สำหรับรถโดยสาร ประจำทาง มีรถออกจากสถานีขนส่ง เวลา 13.00 น. ผ่านบ้านปางค่า ผ่านภูชี้ฟ้า ประมาณ 10 กิโลเมตร ค่าโดยสารราคา 40 บาท ตลอดเส้นทางเป็นทางลาดยางตลอด หรือเช่ารถตู้จากตัวเมือง ราคา 1,500 บาท ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง

หน้า 1 l 2 |