แหล่งท่องเที่ยวที่ กาญจนบุรี - Kanchanaburi Attractions
ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำ
ตั้งอยู่ที่่ภายในกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 64–65 บนทาง หลวงหมายเลข 323 (กาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) ช่องเขาขาด พิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ เป็นสถานที่จัดแสดงมินิเธียเตอร์ และรวบรวมข้อมูลภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ระหว่างการสร้างทาง รถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลออสเตรเลียได้จัดตั้ง พิพิธภัณฑ์ขึ้น พิพิธภัณฑ์นี้จัดไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม ภายใน บริเวณมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังช่องเขาขาด ซึ่งเป็นสวน หนึ่งของทางรถไฟสายมรณะที่เชลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัดเจาะภูเขาหินด้วยมือปราศจากเครื่องมืออันทันสมัยให้เป็นช่องสำหรับสร้างทางรถไฟ ปัจจุบันยังมีร่อง รอยของทางรถไฟปรากฏอยู่ พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. สอบถามเพิ่ม เติมได้ที่ โทร. 0 3453 1347, 0 1754 2098, 0 1814 7564 โทรสาร 0 3453 1347

อุทยานแห่งชาติไทรโยค
มีเนื้อที่ 598,750 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2523 สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหิน ปูน ประกอบด้วยพื้นที่ป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ไทรโยคได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่แห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีค้างคาวที่เล็กที่สุดในโลก คือ ค้างคาวกิตติ และ ปูราชินี ปูน้ำจืดชนิดใหม่ของโลกอาศัยอยู่ ในสมัย สงครามโลกครั้งที่ 2 ไทรโยคเคยเป็นค่ายพักแรมของทหารญี่ปุ่น ปัจจุบันปรากฎร่องรอยเตาหุงข้าวและ ซากเตาไฟอยู่ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังพบร่องรอยมนุษย์ยุคหินเก่า มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ
น้ำตกไทรโยคใหญ่ หรือเรียกอีกชื่อว่า น้ำตกเขาโจน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไทรโยค เนื่องจากเป็นน้ำ ตกที่ไหลตกลงจากหน้าผาลงสู่แม่น้ำแควน้อยราวกับกระโจนลงมา น้ำตกไทรโยคใหญ่จะมีน้ำตลอดปี และน้ำจะแรงมากในฤดูฝนและในอดีตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5 ) เคยเสด็จ ประพาส ณ น้ำตกแห่งนี้ ภายในอุทยานฯ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหลายเส้นทาง มีจุดชมวิวสะพาน แขวนไทรโยคที่จะเห็นน้ำตกไทรโยคได้ชัดเจน อัตราค่าเข้าชมอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท บริเวณอุทยานฯ มีบริการร้านอาหาร แพพัก แพล่อง เรือเช่า บ้านพัก ค่ายพักแรมและสถานที่กางเต็นท์ สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขตบางเขน โทร. 0 2562 0760 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-18.00 น. วันเสาร์ เวลา 09.00-15.30น. หรือ www.dnp.go.th ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองกาญจน์ 104 กม. ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ( กาญจนบุรี-ไทรโยค- ทองผาภูมิ) บริเวณกิโลเมตรที่ 82
พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ตำนานของสมเด็จพระนเรศวร ภาพยนตร์ ประวัติศาสตร์ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวไทย เป็นภาพยนตร์ ไตรภาคอันยิ่งใหญ่ที่ได้ดำเนินการถ่ายทำในบริเวณกองพลทหารราบ ที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ตำบลลาดหญ้า ชมความสวยงามอลังการของฉาก ต่าง ๆ จากในภาพยนตร์ที่ท่านจะได้สัมผัสจริง ในพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ อาทิ วัดมหาเถรคันฉ่อง ห้องเก็บพระแสงปืนต้น อาณาจักรหงสาวดี สีหสาสนบัลลังก์ คุกใต้ดิน พระที่นั่งสรรเพชรปราสาท ท้องพระโรง หงสาวดี นิทรรศการภาพถ่ายการถ่ายทำภาพยนตร์ โดยจะมีวิทยากร ประจำจุดต่าง ๆ มีจอพลาสมาบรรยายประวัติศาสตร์ภูมิหลังอธิบาย ฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวสามารถร่วมกิจกรรมสนุกต่าง ๆ อาทิ การแต่งกาย ชุดประวัติศาสตร์ ขี่ม้า ขี่ช้าง นั่งเกวียน และมีจุดจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว
เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ชาวไทย 100 บาท เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี 50 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท หมู่คณะลด 10% ใช้เวลาในการเดินชมประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง - 2 ชั่วโมง การเยี่ยมชมกองถ่ายจะเป็นการเดินชม ให้สวมรองเท้าที่ เหมาะสม พร้อมเตรียมอุปกรณ์กันแดด เช่น ร่ม หรือหมวกไปด้วย
การเดินทาง กองถ่ายทำภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรตั้งอยู่ที่ ตำบลลาดหญ้า อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 24 กิโลเมตร จากตัว เมือง ใช้เส้นทางกาญจนบุรี - เขื่อนศรีนครินทร์ (ทาง 3199)ประมาณ 18 กิโลเมตร ถึงสี่แยกลาดหญ้า มี ทางแยกขวาผ่านค่ายทหารไปอีก 3 กิโลเมตร ถึงทางเข้าให้เลี้ยวขวาไปอีก 2 กิโลเมตร (มีป้ายบอกทาง) หากเดินทางโดยรถโดยสาร มีรถสองแถวจากตัวเมืองถึงสี่แยกลาดหญ้า จากจุดนี้ต้องตกลงราคาและนัด คนขับรถให้ไปส่งที่กองถ่ายฯ และนัดเวลารับกลับ สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ โทร. 0 3453 2057-8 แฟ็กซ์ 0 3453 2056 สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. 0 2736 2300 เว็บไซต์ www.prommitrfilmstudio.com

สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก
ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต (ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนจะเข้าตัวเมือง สุสานแห่งนี้ เป็นสุสานของเชลยศึกสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตในระหว่าง การสร้างทางรถไฟสายมรณะ บริเวณสุสานมีเนื้อที่กว้างขวางสวยงาม และเงียบสงบ ชวนให้รำลึกถึงเหตุการณ์การสู้รบและผลลัพธ์ที่ตามมา สุสานแห่งนี้บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง 6,982 หลุม สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ โทร. 0 3451 1500
สะพานข้ามแม่น้ำแคว
ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทาง หลวงหมายเลข 323 ประมาณ 4 กม. แยกซ้ายประมาณ 400 ม. มี ป้ายชี้บอกทางไว้ชัดเจน เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ สำคัญยิ่ง แห่งหนึ่ง สร้างสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์ เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดาและนิวซีแลนด์ประมาณ 61,700 คนและกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดีย อีกจำนวนมากมาก่อสร้างทาง รถไฟสายยุทธศาสตร์เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้น ทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัย ตลอดจนการขาดแคลนอาหารทำให้เชลย ศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง
นอกจากนี้ ที่สะพานข้ามแม่น้ำแควมีบริการรถราง Fairmong ทุกวัน โดยวันธรรมดามีตั้งแต่เวลา 08.00- 19.30 น., 11.20-14.00 น., 15.00-16.00 น., และ 18.00-18.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ตั้งแต่เวลา 08.00-09.30 น., 11.20-14.00 น., และ18.00-18.30 น. ค่าโดยสารคนละ 20 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3451 1200, 0 3451 2500
อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์
มีเนื้อที่ 953,500 ไร่ ประกาศเป็นเขตอุทยาน เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2524 มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ
ถ้ำสวรรค์ เป็นถ้ำที่เพิ่งค้นพบใหม่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรี นครินทร์ บริเวณหมู่บ้านต้นมะพร้าว ตำบลแม่กระมุง อำเภอศรีสวัสดิ์ ลักษณะถ้ำเป็นเหมือนอุโมงค์ธรรมชาติ กว้างประมาณ 9 เมตร สูง 9 เมตร ยาว 150 เมตร ที่ผนังถ้ำจะมีภาพวาดของคนโบราณ
การเดินทาง ห่างที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ประมาณ 15 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางน้ำตก ห้วยแม่ขมิ้น-น้ำตกเอราวัณ เลี้ยวขวาบริเวณโรงเรียนบ้านต้นมะพร้าว เข้าไปอีก 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงหมู่ บ้านต้นมะพร้าว วิ่งรถผ่านหมู่บ้านเข้าไปอีก 500 เมตร ก็จะถึงปากถ้ำควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อและควรติด ต่อชาวบ้านในหมู่บ้านต้นมะพร้าวเป็นผู้นำชม
ถ้ำเนรมิต เป็นถ้ำขนาดใหญ่แบ่งเป็นหลายห้องมีหินงอกหินย้อยรูปทรงต่างๆ แปลกตา และสวยงามมาก ตั้งอยู่ก่อนถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นประมาณ 10 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวไปทางวัดถ้ำเนรมิตอีก 2 กิโลเมตรและ เดินเท้าต่ออีกประมาณ 300 เมตร และห่างกันไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตรยังมีถ้ำใหญ่อีก 3 ถ้ำ ได้แก่ ถ้ำ น้ำมุด ถ้ำพระปรางค์และถ้ำพระโค ติดต่อผู้นำชมหรือติดต่อเจ้าหน้าที่ของทางอุทยานฯ เขื่อนศรีนครินทร์ การเดินทาง ควรใช้รถกระบะหรือรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ
ถ้ำน้ำมุด อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ บริเวณหมู่บ้านน้ำมุด ตำบลแม่กระบุง ปากถ้ำกว้าง ประมาณ 15 เมตร สูง 10 เมตร ภายในถ้ำเป็นโพรงลึกมีธารน้ำไหลออกมาจากถ้ำตลอดเวลา
ถ้ำพระปรางค์ เป็นอีกถ้ำหนึ่งที่มีความใหญ่โตและสวยงามมากของจังหวัดกาญจนบุรี อยู่ในเขตอุทยาน แห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ บริเวณบ้านน้ำมุด ตำบลแม่กระบุง ภายในถ้ำแบ่งเป็นห้องต่างๆ หลายห้องแต่ ละห้องมีหินงอก หินย้อยงดงาม การเดินทาง ใช้เส้นทางน้ำตกเอราวัณ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ก่อนถึงน้ำตก ห้วยแม่ขมิ้น 11 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายเข้าวัดน้ำมุดเข้าไปประมาณ 500 เมตร อ้อมไปทางด้านหลังวัด จอดรถไว้ที่เชิงเขาจะมีทางขึ้นถ้ำระยะทางประมาณ 400 เมตร ก็จะถึงปากถ้ำ จากจุดจอดรถ ถ้าเดินขึ้น เขาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 130 เมตร ก็จะพบถ้ำอีกถ้ำหนึ่งชื่อ ถ้ำพระโค
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯริมทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ห่างจากกาญจนบุรี ประมาณ 108 กิโลเมตร น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมีสภาพสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด น้ำตกไหลมาจากต้นน้ำของเทือกเขากะลาซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้งทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหล ลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง น้ำตกแบ่งออกเป็น 7 ชั้น มีชื่อเรียกต่างๆ กันไปแต่ละชั้น เช่น ชั้นที่ 1 ดงว่าน ชั้นที่ 2 ม่านขมิ้น ชั้นที่ 3 วังหน้าผา ชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว ชั้นที่ 5 ไหลจน หลง ชั้นที่ 6 ดงผีเสื้อ ชั้นที่ 7 ร่มเกล้า แต่ละชั้นมีความสูงและความงดงามต่างกันไป ทางอุทยานฯ ได้ทำ เส้นทางเดินสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้นและยังเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ช่วงเวลาที่เหมาะแก่ การท่องเที่ยวอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม–เมษายน
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
ในบริเวณอุทยานฯ มีบ้านพักจำนวน 20 หลัง ราคา 900-2,700 บาท และสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่อง เที่ยว รวมทั้งร้านอาหารสวัสดิการ ตอนกลางคืน มีการฉายสไลด์ สอยถามเพิ่มเติมได้ที่ กรมอุทยานแห่ง ชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-18.00 น. วันเสาร์ เวลา 09.00-15.30 น. หรือ www.dnp.go.th
การเดินทาง
รถยนต์
เส้นทางที่ 1 ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ผ่านตัวเมืองกาญจนบุรี จากนั้นใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี- น้ำตกเอราวัณ (ทางหลวงหมายเลข 3199 ) ผ่านถ้ำพระธาตุ ห้วยพุมุด (วัดพุมุด) เส้นทางหลังจากนี้เป็น ดินลูกรังอัดแน่นเข้าไปถึงบริเวณน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นรวมระยะทางประมาณ 104 กิโลเมตร ควรใช้รถสภาพ ดีมีกำลังหรือจะเช่ารถสองแถวจากตัวเมืองหรือที่ตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ ได้เช่นกัน
เส้นทางที่ 2 การนำรถยนต์ข้ามแพขนานยนต์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ผ่านตัวเมืองกาญจนบุรี จากนั้นใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี-ท่ากระดาน-แม่ละมุ่น (ทางหลวงหมายเลข 3199 ) เริ่มจากนำรถลงแพ ที่ท่าแม่ละมุ่นข้ามไปท่าอำเภอศรีสวัสดิ์ ใช้เวลาประมาณ15 นาที เสียค่าธรรมเนียมรถยนต์คันละ 50 บาท จากนั้นขับรถยนต์ต่อไปประมาณ 10 กิโลเมตร จะพบท่าแพขนานยนต์ข้ามไปท่าห้วยแม่ขมิ้นใช้เวลา 30- 45 นาที เสียค่าธรรมเนียมคันละ 150 บาท จากนั้นขับรถต่อไปอีก 7 กิโลเมตร ถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
เรือ
เรือเหมา ขึ้นเรือที่ท่าหม่องกระแทะหรือท่าเรือท่ากระดาน ซึ่งอยู่ห่างจากทางแยกเข้าเขื่อนศรีนครินทร์ ประมาณ 12 กิโลเมตร ราคา 1,500 (10 คน) - 3,000(30 คน) บาท เมื่อถึงท่าห้วยแม่ขมิ้นเดินขึ้นไป 200 เมตร ถึงตัวน้ำตก
รถโดยสาร
สามารถขึ้นรถสองแถวจากบริเวณวัดทุ่งลาดหญ้าในเขตอำเภอเมือง ผ่านบ้านต้นมะพร้าว บ้านน้ำมุด พุด ตาเซียน ถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น รถออกเวลาประมาณ 12.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง (หมาย เหตุ - เวลารถโดยสารอาจเปลี่ยนแปลงได้)

อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
เดิมมีชื่อว่า อุทยานแห่งชาติเขาสลอบ ประกาศเป็นเขตอุทยานฯ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2518 มีเนื้อที่ 343,735 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เนื่องจากชั้นสูงสุดของน้ำตกเป็นธรรมชาติ ที่มีลักษณะคล้ายหัวช้างเอราวัณ มี แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ
น้ำตกเอราวัณ อยู่ห่างจากตัวเมือง 65 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ต้นน้ำเกิดจากลำห้วยม่องไล่ไหลผ่านลงจากยอดเขาและ
ผาสูง 2,100 เมตร น้ำตกเอราวัณมีความยาว 1,500 เมตร แบ่งเป็น 7 ชั้นแต่ละ ชั้นมีลักษณะเป็นอ่างสามารถเล่นน้ำได้ และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ
ระยะทาง 1,060 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ผ่านป่าดิบเขาจุดชมวิวและป่า ผลัดใบที่สวยงาม ท่านจะได้รับความเพลิดเพลินในการชื่นชมธรรมชาติและได้ ความรู้จากป้ายสื่อความหมาย
ค่าธรรมเนียมในเข้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200
บาท เด็ก 100 บาท
ในบริเวณอุทยานฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่กรมอุทยาน
แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760 วันจันทร์ - ศุกร์ตั้งแต่เวลา 08.30-18.00 น.
วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.30 น.หรือเว็บไซต์ www.dnp.go.th หรือที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ หมู่ 4
ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี โทร. 0 3457 4222, 0 3457 4722, 0 3457 4234
หมายเหตุ : อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้รับรางวัลยอดเยี่ยมประเภทแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ภาคกลาง จากการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ครั้งที่ 6 ประจำปี 2549 มีการบริการเทียบเท่าระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นรถกอล์ฟสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการที่ประสงค์จะเข้าชมน้ำตก ซึ่งอยู่ห่างจากที่จอดรถถึงน้ำ ตกชั้นแรกประมาณ 700 เมตร
การเดินทาง
รถยนต์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 3199 (กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์) เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 56 แยกซ้ายข้าม สะพานเข้าตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ตรงไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงลานจอดรถแล้วเดินต่อไปอีก 500 เมตร จะถึงน้ำตก รถโดยสารประจำทาง มีรถสายกาญจนบุรี-เอราวัณออกจากสถานีขนส่ง ถ.แสงชูโต มา ยังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ทุกวัน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
ก่อนการเข้าไปท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวควรมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่ง ชาติ ดูได้จากเว็บไซต์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช www.dnp.go.th แนะนำนักท่อง เที่ยวที่ประสงค์จะเข้าไปท่องเที่ยวใน อุทยานแห่งชาติที่มีการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยว ให้ติดต่อสอบ ถาม หรือสำรองการเข้าไปใช้บริการล่วงหน้าก่อนการเดินทางที่อุทยานแห่งชาติโดยตรงได้ที่ อุทยานแห่ง ชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี โทร. 0 3457 4722 และ 0 3457 4234
เขื่อนศรีนครินทร์
ห่างจากน้ำตกเอราวัณ ประมาณ 4 กิโลเมตร ทางตอนบนของแม่น้ำ แควใหญ่ เป็นเขื่อนหินถมแกนดิน เหนียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กั้นแม่น้ำแควใหญ่ เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ที่อำนวยประโยชน์ ทั้งใน ด้านการชลประทาน การลดอุทกภัยในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง รวมทั้งการ ผลิตกระแสไฟฟ้า การประมง และเหนือสันเขื่อน ยังมีทิวทัศน์ที่สวย งามเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจเขื่อนศรีนครินทร์อยู่ห่างจาก ตัวเมือง ประมาณ 70 กิโลเมตรบนทางหลวงสาย 3199 (กาญจนบุรี- ศรีสวัสดิ์) ทางเขื่อนมีบ้านพักบริการนักท่องเที่ยว สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โทร. 0 2436 6046-8 ร้าน อาหารเรือ ล่อง โทร. 0 3457 4001 ต่อ 2455, 2457
 วัดวังก์วิเวการาม
ตั้งอยู่เลยจากตัวอำเภอสังขละบุรีไปประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นวัดจำ พรรษาของ “หลวงพ่ออุตตมะ” ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชน ชาวไทย ชาวมอญ รวมทั้งชาวกะเหรี่ยงและพม่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณ นั้น ภายในวิหารที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อน อัน งดงามชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อขาว จากวัดวังก์วิเวการามแยกไป อีก 1 กิโลเมตรจะเป็นที่ตั้งของเจดีย์แบบพุทธคยามีลักษณะฐานเป็น รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่เป็นกระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร บริเวณ ใกล้เจดีย์มีร้านจำหน่ายสินค้าจากพม่าหลายร้านจำพวกผ้า แป้งพม่า เครื่องไม้ ราคาย่อมเยา
ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มีการจัดงานคล้ายวันเกิดหลวงพ่ออุตตมะ ในงานมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบ ด้วยพิธีกรรมทางศาสนา การแข่งขันชกมวยคาดเชือก การแสดงของชมรมวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การรำ แบบมอญ การรำตงของชาวกะเหรี่ยง และในงานประชาชนจะพร้อมใจกันแต่งกายตามแบบวัฒนธรรม ของชาวไทยรามัญและจัดเตรียม สำรับอาหารทูนบนศีรษะไปถวายพระสงฆ์ที่วัด

อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
ห่างจากตัวเมืองประมาณ 180 ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ 39-40 ก่อนถึงอำเภอสังขละบุรีประมาณ 30 กิโลเมตร พื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอทองผาภูมิและอำเภอสัง ขละบุรี ป่าเขา และอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ (เขาแหลม) เป็นต้น มีพื้นที่ประมาณ 815 ตารางกิโล เมตร บริเวณอุทยานฯ ร่มรื่น มีห้วยกระเต็งเจ็งไหลผ่าน สามารถกางเต็นท์พักแรมได้ และมีเส้นทางเดิน ศึกษาธรรมชาติไปน้ำตกกระเต็งเจ็ง
น้ำตกกระเต็งเจ็ง อยู่ใกล้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีความสูงประมาณ 30 เมตร มีชั้นน้ำตกถึง 23 ชั้น แต่ละชั้นมีความงามแตกต่างกันออกไป เหมาะกับการทัศนศึกษาดูสภาพ ป่าชนิดต่าง ๆ เช่น ป่ากล้วย ป่าไผ่ ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ และมีต้นไม้ขนาด 13 คนโอบ โดยเฉพาะชั้นที่ 16 นั้น มีขนาดใหญ่และสวยงามมาก การไปชมน้ำตกกะเต็งเจ็ง จากที่ทำการอุทยานฯ เดินเท้าต่อไปอีก ประมาณ 2-3 ชั่วโมง เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงน้ำตกชั้นแรก นักท่องเที่ยวจะต้องปีนป่าย ผ่านสายน้ำขึ้นไปตามชั้นต่างๆ จนถึงชั้นบนสุด ด้านบนของน้ำตกจะมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นอ่างเก็บ น้ำเขื่อนเขาแหลมได้ เมื่อขึ้นไปถึงนักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางกลับโดยไม่ใช้ทางเดิม แต่เปลี่ยน เป็นเส้นทางเดินป่า ที่ยังมีสภาพป่าดิบอันสมบูรณ์ ระหว่างทางจะผ่านดงเฟิร์นที่กว้างใหญ่ตระการตา ผ่าน ป่าระกำ ลิ้นจี่ป่าและมะไฟป่าตลอดทางเดินจะได้ยินเสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังก้องอยู่ในป่าตลอดเวลา น้ำตกนี้ไม่เหมาะสำหรับการเดินทางในฤดูฝน และควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางของอุทยานฯ
ในเขตอุทยานฯ มีบ้านพักและสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ อัตราค่าเข้าชมอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่ง ชาติเขาแหลม (ป้อมปี่) โทร. 0 3453 2099, 0 6131 3443 และที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์ พืช เขตบางเขน โทร. 0 2562 0760 วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 08.30-18.00 น. วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.30 น. หรือที่เว็บไซต์ www.dnp.go.th
การเดินทาง รถโดยสารประจำทางสายกาญจนบุรี-สังขละบุรี ตั้งแต่เวลา 16.00-10.30 น. และ 11.00-12.00 น. รถตู้โดยสาร สายกาญจนบุรี-สังขละบุรี โดยออกจากสถานีขนส่งทุกชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 07.00-16.30 น.
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ หรือที่เรียกกันว่า “ปราสาทเมืองสิงห์”
อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑสถานบ้านเก่าประมาณ 7 กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เส้น ทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค จนถึงกิโลเมตรที่ 15 จะมีทางแยกซ้ายไปปราสาทเมืองสิงห์อีก 7 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีศิลปะการก่อสร้างอยู่ในยุคลพบุรีตอนปลายประมาณพุทธศตวรรษที่ 18-19 ผังเมือง เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเนื้อที่ประมาณ 641 ไร่ กำแพงเมืองก่อด้วยศิลาแลงขนาดกว้าง 880 เมตร โดยได้ รับอิทธิพลทางศาสนา และวัฒนธรรมจากกัมพูชา ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง คูน้ำ และแนว คันดิน รูปแบบสถาปัตยกรรมและประติมากรรมสร้างตามลักษณะขอมแบบบายน ตรงกับสมัยพระเจ้าชัย วรมันที่ 7 ของประเทศกัมพูชาที่มีลักษณะช่างท้องถิ่นผสมอยู่ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เปิดให้เข้า ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 16.30 น. ค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท เปิดให้เข้าชมฟรี ในวันเด็กแห่งชาติ วันอนุรักษ์มรดกไทย (2 เมษายน) และวันเข้าพรรษา สอบถามเพิ่ม เติมได้ที่ โทร 0 3452 8456-7

น้ำตกไทรโยคน้อย (น้ำตกเขาพัง)
อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ตั้งอยู่ที่ริมทางหลวงหมายเลข 323 ( ถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค- ทอง ผาภูมิ) กิโลเมตรที่ 46 เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี บริเวณน้ำตกมีสภาพ ธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนประมาณเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมจะมีน้ำมากในอดีตเมื่อ พ.ศ. 2431 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสด็จประพาสบริเวณน้ำตกไทรโยค นอกจากนี้บริเวณน้ำตกไทรโยคน้อยยังได้มีการนำหัวรถจักรไอน้ำสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาตั้งไว้เพื่อ รำลึกถึงการสร้างทางรถไฟสายมรณะที่สร้างผ่านหน้าน้ำตกเข้าสู่ประเทศพม่า การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้จัดขบวนรถไฟสายน้ำตก พานักท่องเที่ยวไปชมน้ำตกแห่งนี้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0 2223 7010, 0 2223 7020 หรือ 1690 หรือที่เว็บไซต์ www.railway.co.th นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งอำเภอเมืองผ่านน้ำตกไทรโยค น้อย ซึ่งออกทุก 30 นาที ตั้งแต่เวลา 06.00 - 18.30 น.
 พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ตั้งอยู่ใกล้กับโบราณสถานดอนเจดีย์ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2542 จังหวัด กาญจนบุรีและประชาชนผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศบริจาคเงินสมทบทุน สร้าง พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประทับ ช้าง เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้ปวงชนชาวไทยได้ถวายสักการะรำลึก ถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงพระปรีชาสามารถได้รับชัยชนะในการทำ สงครามยุทธหัตถี สามารถปกป้องเอกราชของชาติไทยไว้ได้ในสมัย กรุงศรีอยุธยา

พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก
จัดตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่เชลยศึกที่เสียชีวิตเพราะการก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะกว่า 16,000 คน ตั้งอยู่ ในวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) ตำบลบ้านใต้ อำเภอเมือง อยู่ห่างจากถนนแสงชูโต ประมาณ 300 เมตร ตัวอาคารสร้างเป็นกระท่อมไม้ไผ่เลียนแบบค่ายเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นพิพิธภัณฑ์ ที่เก็บรวบรวมภาพถ่าย ภาพเขียน และบทความที่แสดงถึงความเป็นอยู่ของเชลยศึก ตลอดจนเครื่องมือ เครื่องใช้ อาวุธปืนและลูกระเบิดในสมัยนั้นเพื่อสะท้อนให้เห็นบทเรียนอันน่าสะพรึงกลัวของสงคราม เปิด ให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.00–18.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 10 บาทชาวต่างประเทศ 30 บาท สามารถสอบ ถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3451 1263

ปางช้างไทรโยค
ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 บ้านลุ่มผึ้ง ตำบลลุ่มสุ่ม มีกิจกรรมล่องแพนั่งช้างชมป่า ธรรมชาติใช้เวลาประมาณ 30 นาที เปิดบริการนั่งช้างและมีการแสดง ช้างทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.
การเดินทาง จากตัวเมืองกาญจนบุรีไปตามเส้นทางไทรโยค- ทองผา ภูมิ ประมาณกิโลเมตรที่ 45 ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หรือทางรถไฟ ลงรถไฟที่ สถานีวังโพธิ์ เปิดทุกวันเวลา 09.00-15.30 น. หากมาเป็น หมู่คณะ กรุณาติดต่อล่วงหน้า สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3459 1255, 0 3459 1102, 1878 9979 หรือ ดูเว็บ ไซต์ www.elephantpark.net

วัดลาดขาม (หลวงพ่อแสนเหรียญ)
วัดลาดขาม ตั้งอยู่ที่ตำบลพนมทวน อำเภอพนมทวน พระพุทธเบญจนวมงคลกาญจน์แห่งวัดลาดขามนั้น เป็นพระพุทธรูปที่เลื่องลือในปัจจุบัน ทั้งในด้านของความศักดิ์สิทธิ์และความแปลกมหัศจรรย์ ด้วยข้อเท็จ จริงที่ว่าองค์พระปฏิมากรนี้ได้ถูกรังสรรค์ขึ้นมาจากเหรียญเงินตราต่าง ๆ จำนวนนับแสนเหรียญ ชาวบ้าน จึงพากันเรียกท่านว่า "หลวงพ่อแสนเหรียญ" ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่กับอำเภอพนมทวน และเป็นที่นับถือ ศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วไปอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน
พระพุทธเบญจนวมงคลกาญจน์ เป็นพระพุทธรูปขนาดหน้าตักกว้าง 59 นิ้ว สูง 87 นิ้ว ซึ่งพระครูปลัด เพลิน เตชธัมโม ร่วมกับสาธุชนผู้มี จิตศรัทธาสร้างขึ้นด้วยเหรียญเงิน ตราหลายรุ่นหลายสมัย จำนวน มากกว่า 9 แสนเหรียญ นำมาเรียงกันอย่างละเอียดทุกตารางนิ้วให้ กลายมาเป็นองค์พระปฏิมากรขนาดใหญ่ที่งดงามโดยประดิษฐานให้ เป็นที่สักการะในวัดลาดขาม ซึ่งเป็นวัดที่มีความเก่าแก่ของจังหวัด กาญจนบุรี มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุในสมัยทวาราวดี รวมถึงซาก ปรักหักพังของเจดีย์ ในสมัยอยุธยา ตอนต้นในบริเวณวัด อันแสดง ถึงความเป็นมาที่ยาวนาน
ตามประวัติกล่าวว่า วัดลาดขามเคยถูกทิ้งร้างอย่างยาวนานนับร้อยปีจากสงครามสมัยกรุงศรีอยุธยา และ ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาในปี พ.ศ. 2542 โดยพระครูปลัดเพลิน เตชธัมโม ที่ได้ธุดงค์มาพบซากวัดปรักหักพัง และลงมือบูรณปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ขึ้นด้วยแรงสนับสนุน จากผู้มีจิตศรัทธาและชาวบ้านจนกระทั่งกลับมา เป็นศูนย์รวมแห่งพุทธศาสนิกชน ในอำเภอพนมทวนอีกครั้ง
ความเชื่อและวิธีการบูชา กล่าวกันว่า เมื่อได้มากราบไหว้อธิษฐานหลวงพ่อแสนเหรียญ ซึ่งสร้างขึ้นจาก เงินเหรียญที่เป็นมงคล รวมเอาชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เข้าไว้ด้วยกันในองค์พระนั้นเหมือนกับได้อธิษฐานขอ พรแห่งโชคลาภ ความมั่งคั่ง ร่ำรวยสืบไป
สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค
ห่างตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 3086 (กาญจนบุรี-บ่อพลอย) จนถึงกิโลเมตรที่ 21 จะเห็นป้ายสวนสัตว์เปิด ทางซ้ายมือ นับเป็นสวนสัตว์เปิดแห่งแรกของกาญจนบุรี ซึ่งนักท่อง เที่ยวจะได้สัมผัสกับสัตว์นานาชนิด เช่น กวาง หมี เสือ สิงโต ม้าลาย ยีราฟ อูฐ ฯลฯ อย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวสามารถขับรถเข้าไปเที่ยว ชมได้ด้วยตนเอง สำหรับผู้ที่ไม่ได้นำรถส่วนตัวมาทางสวนสัตว์ได้จัด รถไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ค่าเข้าชมคนไทย ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 70 บาท ชาวต่าง ประเทศ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3453 1888, 0 3453 1999, 0 3450 0089 โทรสาร 0 3450 0088

 วัดถ้ำเสือ
อยู่ที่ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง อยู่ห่างจากเขื่อนแม่กลอง ประมาณ 5 กิโลเมตร ทางเข้าวัดต้องผ่านตัวเขื่อนแม่กลอง แล้วจะมีป้ายบอก เลี้ยวขวาไปประมาณ 2 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายประมาณ 200 เมตร วัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่อยู่บนยอดเขา มีพุทธ ลักษณะที่สวยงามมากและยังมีอุโบสถอัฏมุขเป็นลักษณะทรงไทยมี ลวดลายสวยงามวิจิตรตระการตา ข้างๆ มีเจดีย์เกษแก้วมหาปราสาท ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินหรือใช้ลิฟท์ขึ้นไปชมวิวทะเลสาบและเขื่อนแม่กลอง เปิดเวลา 08.00-18.00 น. อัตราค่าบริการ 10 บาท/คน/ขึ้น-ลง

ทางรถไฟสายมรณะ
ทางรถไฟสายนี้ เริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านจังหวัดกาญจนบุรีข้าม แม่น้ำแควใหญ่ไปทางทิศตะวันตกจนถึงด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อให้ถึงปลายทางที่เมืองตันบูซายัดประเทศ พม่า รวมระยะทางในเขตประเทศไทย 300 กิโลเมตร ใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง 1 ปี เริ่มตั้งแต่เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2485 ถึง เดือนตุลาคม พ.ศ. 2486 เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ ผ่านประเทศพม่า หลัง สงครามทางรถไฟบางส่วนถูกเลาะทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้ทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม ทางรถไฟสายนี้ถือเป็น อนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้น จากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้างของทหารเชลย ศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา ทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณถ้ำ กระแซ ที่เส้นทางรถไฟจะลัดเลาะไปตามเชิงผาเลียบไปกับลำน้ำแควน้อย ปัจจุบันทางรถไฟสายนี้สุด ปลายทางที่ท่าเสาหรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกประมาณ 77 กิโลเมตร การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดบริการเดินรถบนเส้นทางสายนี้ทุกวัน และจัดรถไฟขบวนพิเศษ สายกรุง เทพฯ-น้ำตก ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 หรือ 0 2621 8701-9 หรือที่เว็บไซต์ www.railway.co.th

 ประตูเมือง
ตั้งอยู่กลางเมืองกาญจนบุรี สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 พ.ศ. 2374 ซึ่งพระองค์ได้ทรงย้ายมาจากเมืองกาญจนบุรีเก่า ตำบลลาดหญ้า มา อยู่ในที่ปัจจุบัน

หน้า 1 l 2 l 3 |