แหล่งท่องเที่ยวที่ขอนแก่น - Khon Kaen Attractions
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น
ตั้งอยู่ที่ถนนหลังศูนย์ราชการ ตำบลในเมือง จัดแสดงเรื่องราวท้องถิ่นอีสานเหนือ ในทางด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี วัฒนธรรมพื้นบ้านและชาติพันธุ์วิทยา โดยแบ่งเรื่องราวตามหัวข้อ ดังนี้
สภาพภูมิศาสตร์และธรณีวิทยาอีสานเหนือ
1 สมัยก่อนประวัติศาสตร์
การตั้งถิ่นฐาน เครื่องมือเครื่องใช้ พิธีกรรม การฝังศพ แหล่งโบราณคดีที่สำคัญ
เมืองและชุมชนโบราณ
2 สมัยประวัติศาสตร์ แบ่งเป็นวัฒนธรรมทวารวดี วัฒนธรรมเขมรหรือลพบุรีและวัฒนธรรมไทยลาว
วิวัฒนาการศิลปะในประเทศไทย
เมืองขอนแก่น ประกอบด้วยร่องรอยอดีต ประวัติชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมพื้นบ้านโบราณวัตถุ ชิ้นเยี่ยม ที่แสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ฯ มี
ใบเสมาหินจำหลักสมัยทวารวดีชิ้นที่งามที่สุด คือ ใบเสมาหินจำหลักนูนต่ำ พระพุทธเจ้าเสด็จสู่กรุงกบิล พัสดุ์ เป็นภาพจำหลักที่ชัดเจนและสมบูรณ์กว่าแผ่นอื่น ภาพพระนางพิมพาสยายพระเกศาเช็ดพระบาท เป็นภาพแสดงการถวายความเคารพบูชาได้จากการขุดค้นที่เมืองฟ้าแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ์ พระพุทธ รูปสำริด ภาพปูนปั้นและพระพิมพ์ดินเผาสมัยทวารวดีได้จากการขุดแต่งเมืองฟ้าแดดสงยาง จังหวัดกาฬ- สินธุ์ แผ่นเงินดุน ภาพพระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ ภาพบุคคล และเจดีย์บรรจุอยู่ในหม้อดินเผา ได้จากการ ขุดค้นเมืองกันทรวิชัย อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม
โบราณวัตถุสมัยลพบุรี ประมาณพุทธศตวรรษที่ 17-18 เช่น
เทวรูปพระอิศวรหินทราย พบที่บริเวณกู่น้อย เมืองนครจำปาศรี อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
เทวรูปพระนารายณ์สี่กร ขุดพบระหว่างการขุดแต่งบูรณะโบราณสถาน เมืองนครจำปาศรี ได้พบแต่องค์ ไม่พบเศียร พระโพธิสัตว์หินทราย ศิลปะลพบุรี หน่วยศิลปากรที่ 7 ขุดพบที่กู่สันตรัตน์ เมืองนครจำปาศรี ทับหลังหินจำหลัก จากโบราณสถานกู่สวนแตง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณเป็นตัว อย่างฝีมือการจำหลักหินซึ่งเป็นชิ้นส่วน สถาปัตยกรรมปราสาทหินสม้ยลพบุรี พิพิธภัณฑ์ฯนี้เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. ปิดวันจันทร์วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ อัตราค่าเข้าชมชาว ไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ โทร. 0 4324 6170 www.thailandmuseum.com
บึงแก่นนคร
ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลกลางเมืองขอนแก่นเป็นบึงขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ 603 ไร่ นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐาน อนุสาวรีย์ " เจ้าเพียเมืองแพน " ผู้ก่อตั้งเมืองขอนแก่นแล้วที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่นิยมมาพักผ่อนหย่อนใจ และทำกิจกรรมนันทนาการของชาวเมืองเพราะมีบรรยากาศสบายๆ พื้นที่โดยรอบมีการปรับปรุงตกแต่งให้ เป็นสวนสุขภาพ ประดับประดาด้วยประติมากรรมรูปต่างๆ ดูเพลินตาเพลินใจ ยิ่งไปกว่านั้นทางเทศบาลยัง ปลูกต้นคูณ และไม้ดัดไว้โดยรอบเพิ่มความร่มรื่นสวยงามให้กับสถานที่ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีสนามเด็ก เล่นและร้านอาหารเปิดบริการหลายประเภทอีกด้วย

สิมอีสาน (วัดป่าแสงอรุณ)
อยู่ภายในบริเวณวัดป่าแสงอรุณ ตำบลพระลับ ห่างจากศาลากลางจังหวัดขอนแก่นประมาณ 3 กิโลเมตร ตามเส้นทางขอนแก่น-กาฬสินธุ์ สิมอีสาน ได้เน้นถึงรูปแบบ ทรวดทรง ความมั่นคงสามารถคุ้มแดดคุ้มฝน ตลอดจนความวิจิตรงดงามของภาพเขียนฝาผนัง ลายผ้าไหมมัดหมี่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้และอนุรักษ์สถาปัตยกรรมท้องถิ่น อันเป็นการปลูกฝังแนวความคิด สร้างสรรค์ที่ดีต่อไป อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดขอนแก่นตลอดไป

วัดไชยศรี
อยู่ที่บ้านสะวี ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นประมาณ 20 กิโลเมตรสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2408 สิ่งที่น่าสนใจ คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังทีู่สวยงามแปลกตาฝีมือนายทอง ทิพย์ชา ช่างพื้นบ้านมหาสารคามภาพจิตรกรรมที่ วัดนี้จะเขียนทั้งภายในและภายนอกสิม(โบสถ์) สิ่งที่สะดุดตาอันดับแรกคือการใช้สี ช่างจะเขียนด้วยสีฝุ่น โทนสีคราม เหลือง ขาว มองสบายตา ลักษณะการเขียนภาพเน้นสัดส่วนที่เกินจริงอารมณ์ของภาพดูสนุก สนาน ตัวละครจะออกท่าทางโลดโผนเรื่องราวที่เขียนบนฝาผนังด้านนอกเป็นรูปนรกแปดขุม ภาพพระเวส สันดร นิทานพื้นบ้านเรื่องสังข์สินไชย ภาพทวารบาล ส่วนด้านในจะเล่าเรื่องพุทธประวัติ มีภาพเทพมนุษย์ และสัตว์ต่างๆ ปรกติวัดในต่างจังหวัดยังเคร่งตามประเพณีเดิม คือ ผู้หญิงไม่สามารถเข้าไปภายในโบสถ์ ได้ ซึ่งวัดไชยศรีก็เป็นวัดหนึ่งที่รักษาธรรมเนียมนี้อยู่ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของสิมโบราณ เดิมเป็น หลังคาแบบอีสานคือมีปีกยื่น ต่อมาหลังคาชำรุดชาวบ้านจึงร่วมกันปฏิสังขรณ์ใหม่เป็นแบบรัตนโกสินทร์ ซึ่งไม่สามารถกันแดด กันฝนได้ทั่วถึงจึงทำให้ภาพจิตรกรรมที่ผนังด้านนอกเลือนไปบ้าง แต่อย่างไรก็ดี กรมศิลปากรก็ได้เข้ามาต่อเติมปีกด้านข้างของโบสถ์แล้ว นอกจากนั้นยังยกพื้นขึ้นเพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะ ฐานด้วย
การเดินทาง ไปตามถนนมะลิวัลย์สายขอนแก่น-ชุมแพถึงกิโลเมตรที่ 14 แล้วเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหมู่ บ้านสาวะถี ผ่านบ้านม่วงรวมระยะทางประมาณ 7 กม. เป็นทางลูกรังประมาณครึ่งหนึ่งแต่ถ้าจะไปโดยทาง ลาดยางตลอดต้องอ้อมเล็กน้อยผ่านบ้านม่วง บ้านโคกล่าม บ้านหนองตาไก้ บ้านม่วงโป้ บ้านโนนกู่และ เข้าสู่บ้านสาวะถี
วัดหนองแวง (พระมหาธาตุแก่นนคร)
อยู่ที่ถนนกลางเมือง ริมบึงแก่นนคร อำเภอเมือง ภายในวัดหนองแวงซึ่งเป็นพระอารามหลวง มีพระมหา ธาตุแก่นนคร หรือพระธาตุเก้าชั้น ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 50 เมตร เรือนยอดทรงเจดีย์จำลองแบบจาก พระธาตุขามแก่น จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และมหามังคลานุสรณ์ 200 ปี เมืองขอนแก่น ความสูงขององค์พระธาตุฯ 80 เมตร มีพระจุลธาตุ 4 องค์ ตั้งอยู่ 4 มุมและมีกำแพงแก้วพญานาค 7 เศียรล้อมรอบ เป็นศิลปะสมัยทวาราวดี ผสมผสานศิลปะ อินโดจีน ซึ่งเป็นลักษณะแบบชาวอีสานตากแห ภายในองค์พระธาตุมีอยู่ 9 ชั้น คือ
ชั้นที่ 1 เป็นหอประชุมมีพระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานอยู่บนบุษบกตรงกลางและพระประธาน 3 องค์อยู่ ตรงกลาง บานประตู หน้าต่าง แกะสลักภาพนิทานเรื่องจำปาสี่ต้นโดยเฉพาะบานประตูแกะสลักภาพ 3 มิติ และมีจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมืองขอนแก่น
ชั้นที่ 2 เป็นหอพักบานประตูหน้าต่างเขียนลวดลายเบญจรงค์และภาพแกะสลักนิทานเรื่องสังศิลป์ชัย ตาม ผนังด้านบนมีภาพเขียนเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคะลำ หรือข้อห้ามต่าง ๆ ของชาวอีสาน
ชั้นที่ 3 เป็นหอปริยัติ บานประตูหน้าต่างเขียนลวดลายเบญจรงค์และภาพแกะสลักนิทานเรื่องนางผมหอม
ชั้นที่ 4 เป็นหอปริยัติธรรมภายในมีพิพิธภัณฑ์ของเก่าบานประตูหน้าต่างภาพพระประจำวันเกิดเทพประจำ ทิศและตัวพึ่ง-ตัวเสวย
ชั้นที่ 5 เป็นหอพิพิธภัณฑ์ มีบริขารของหลวงปู่พระครูปลัดบุษบา สุมโน อดีตเจ้าอาวาสวัดที่ 6 บานประตู หน้าต่างแกะสลักภาพพุทธชาดก
ชั้นที่ 6 เป็นหอพระอุปัชฌายาจารย์ บานประตูหน้าต่างแกะสลักนิทานชาดกเรื่องเวสสันดร
ชั้นที่ 7 เป็นหอพระอรหันตสาวก บานประตูหน้าต่างแกะสลักนิทานเรื่องพระเตย์มีใบ้
ชั้นที่ 8 เป็นหอพระธรรม เป็นที่รวบรวมพระธรรม คัมภีร์สำคัญทางพระพุทธศาสนามีพระไตรปิฏก ฯลฯ บานประตูแกะสลักรูปพรหม 16 ชั้น
ชั้นที่ 9 เป็นหอพระพุทธตรงกลางมีบุษบก เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า บานประตูแกะ สลักภาพ 3 มิติ รูปพรหม 16 ชั้นและสามารถชมทัศนียภาพของตัวเมืองขอนแก่นได้ทั้ง 4 ด้านโดยเฉพาะ ทางด้านทิศตะวันออกสามารถมองเห็นบึงแก่นนครได้สวยงามมาก
ทางวัดได้จัดให้มีมัคคุเทศน์น้อยนำชม อธิบายภาพเขียนต่าง ๆ รวมทั้งสิ่งของที่จัดแสดงไว้ เพื่อความเข้า ใจในเรื่องราวต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 บนพื้นที่ประมาณกว่า 5,000 ไร่ บริเวณ “ มอดินแดง ” เมื่อการก่อสร้าง เสร็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ ทรงกระทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2510 มหาวิทยาลัย แห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมือง 4 กิโลเมตร มีทางเข้าสองทางคือ ด้านถนนมิตรภาพ (สายขอนแก่น-อุดรธานี) และด้านถนนประชาสโมสร (สายขอนแก่น-เลย) สิ่งที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวคือ “ บึงสีฐาน ” ซึ่งมี นกเป็ดน้ำอพยพมาอาศัยอยู่ในช่วงฤดูหนาว

โฮงมูนมังเมืองขอนแก่น
โฮง คือหอเก็บสมบัติ โฮงมูนเมืองขอนแก่น คือ หอเก็บสมบัติที่เก็บรวบรวมเรื่องราวอันเป็นที่มาของเมือง ขอนแก่น ตั้งอยู่บริเวณบึงแก่นนคร อ.เมือง เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพชีวิตและเป็นศูนย์ กลางการศึกษาค้นคว้าข้อมูล ประวัติศาสตร์เมืองขอนแก่น โดยแบ่งออกเป็น 5 โซน คือ
โซนที่ 1 แนะนำเมืองขอนแก่น
โซนที่ 2 ประวัติศาสตร์เมืองขอนแก่นและวัฒนธรรมชาวขอนแก่น
โซนที่ 3 การตั้งเมือง
โซนที่ 4 บ้านเมืองและวิถีชีวิตของชาวขอนแก่น
โซนที่ 5 ขอนแก่นวันนี้
ค่าเข้าชม เด็ก คนละ 10 บาท ผู้ใหญ่ คนละ 20 บาท ชาวต่างชาติ คนละ 90 บาท เปิดให้เข้าชมทุกว้น เวลา 12.00-20.00 น. ยกเว้นวันจันทร์
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเทศบาลนครขอนแก่น โทร. 0 4327 1173, 0 4322 4031 ต่อ 1603 ในวันและเวลาราชการ

อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ
ครอบคลุมพื้นที่อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น และอำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีพื้นที่ทั้ง สิ้น 320 ตารางกิโลเมตร หรือ 201,250 ไร่ ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2528 สภาพพื้นที่ป่าส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยป่าเต็งรัง ใบไม้จะเปลี่ยนสีผลัดใบในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ที่ตั้งของสำนักงานอุทยานจะอยู่บริเวณภูพานคำริมทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์มีทิวทัศน์ ที่สวยงามมาก โดยเฉพาะเวลาพระอาทิตย์ตก ภายในบริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีสถานที่สำหรับตั้งค่ายพักแรมได้ สิ่งที่ น่าสนใจส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณภูเก้าในเขตจังหวัดหนองบัวลำภู ได้แก่ ร่องรอยก่อนประวัติศาสตร์ของชุม ชนในสมัยบ้านเชียง เช่น ภาพเขียนสีและภาพสลักตามผนังถ้ำต่างๆ และรอยเท้าไดโนเสาร์ซึ่งสันนิษฐาน ว่าเป็นพันธุ์เดียวกับรอยเท้าที่พบที่อำเภอภูเวียง เป็นต้น
การเดินทาง ใช้เส้นทางสายขอนแก่น-เขื่อนอุบลรัตน์ จากนั้นใช้เส้นทางอุบลรัตน์-โนนสัง ระยะทางประ มาณ 6 กิโลเมตรถึงที่ทำการอุทยานฯ หรือขึ้นรถโดยสารประจำทางสายเขื่อนอุบลรัตน์-โนนสังที่ตลาด อำเภออุบลรัตน์ สอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760 www.dnp.go.th
เขื่อนอุบลรัตน์
เนื่องจากสร้างข้ามแม่น้ำพองโดยปิดกั้นลำน้ำพองตรงบริเวณช่องเขาที่เป็นแนว ต่อระหว่างเทือกเขาภูเก้า และภูพานคำ การก่อสร้างเริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2507 แล้วเสร็จปี พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอุบลรัตน์ราชกัญญาฯ ได้เสด็จทรงทำพิธีเปิดเขื่อนเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2509 มีประโยชน์ในด้านต่างๆ ทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า การเกษตร การประมง การป้องกันอุทกภัย การคมนาคม ตลอดไปจนถึงเป็นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ภายในบริเวณมีร้านอาหารเรือนพานคำ บ้านพัก สนามกอล์ฟ และสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ เดินชม สวนพรรณไม้ในวรรณคดี สวนประติมากรรมไดโนเสาร์ วังมัจฉาและร้านอาหารตามสั่งภายในบริเวณเขื่อน เปิดทุกวัน เวลา 07.00-20.00 น. อีกด้วย นอกจากนี้ ที่ปลายสุดสันเขื่อนยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิริ สัตตราช หรือ หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ทำการเขื่อนอุบลรัตน์ โทร. 0 4344 6231, 0 4322 4129 ต่อ 2864 หรือ กรุงเทพฯ โทร. 0 2436 6046-8
การเดินทาง ไปได้ตามทางหลวงหมายเลข 2 (ขอนแก่น-อุดรธานี) เป็นระยะทาง 26 กิโลเมตร จะมีทาง แยกซ้ายมือเข้าสู่เขื่อนอุบลรัตน์อีก 24 กิโลเมตร รวมระยะทางห่างจากตัวเมือง 50 กิโลเมตร

วัดสระบัวแก้ว
ตั้งอยู่ที่บ้านวังคูณ ลักษณะเด่นของวัดแห่งนี้คงจะเป็นภาพจิตรกรรมหรือฮูปแต้ม และประติมากรรม ตรง เชิงบันไดทางขึ้นสู่โบสถ์ ประดับด้วยประติมากรรมสิงห์หมอบทั้งซ้ายและขวา ด้านหน้าสิงห์ทั้งสองมีรูป ปั้นคนนั่งเหยียดเท้ารูปปั้นทั้งสองล้วนเป็นฝีมือของหลวงพ่อผุย พระอุปัชฌาย์ วัดสระบัวแก้วส่วนผนังของ โบสถ์แห่งนี้ก่ออิฐถือปูน บริเวณภายในและภายนอกผนังทั้งสี่ด้านจะปรากฏจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องราว เกี่ยวกับวิถีชีวิตของผู้คน ชาดก สวรรค์ นรก หรือนิทานพื้นบ้านเป็นต้น มีการแบ่งองค์ประกอบของภาพ ออกเป็นตอนๆ โดยช่างแต้มจะใช้เส้นแถบหรือสินเทาเป็นตัวแบ่งเรื่อง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วฮูปแต้มอีสานมัก ไม่ปรากฏว่ามีสินเทา สินเทานี้มีรูปร่างเหมือนสายฟ้าแลบ สามารถเห็นได้ในงานจิตรกรรมฝาผนังสมัย กรุงศรีอยุธยา และต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สิ่งที่สะดุดตาและเกิดความประทับใจเป็นพิเศษสำหรับฮูปแต้มวัด สระบัวแก้ว ก็คือช่างแต้มดูออกจะมีอิสระเสรี สามารถที่จะแสดงฝีมือของตนได้อย่างเต็มที่ต่อการเขียน ภาพต้นไม้ ใบไม้ และภาพสัตว์นานาชนิด ซึ่งลักษณะนี้จะคล้ายกับงานจิตรกรรมตะวันตก ในสมัยอิม เพรสชั่นนิสม์สังเกตได้จากฝีแปรงการแตะแต้ม ส่วนสีที่ใช้จะเป็นสีเหลือง คราม ดินแดง เขียว ฟ้า ดำ
การเดินทาง จากขอนแก่น ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) มุ่งสู่อำเภอพล ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 207 ไปยัง อ.หนองสองห้อง ประมาณ 17 กิโลเมตร (ระหว่างกม.ที่ 27-28) ก็จะถึงบ้านวังคูณ แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงวัดสระบัวแก้ว

อุทยานแห่งชาติน้ำพอง
มีพื้นที่ทั้งสิ้น 197 ตร. กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอในจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ อุบลรัตน์ ภูเวียง บ้านฝาง มัญจาคีรี และโคกโพธิ์ชัย และสองอำเภอในจังหวัดชัยภูมิ ได้แก่ บ้านแท่น และ แก่งคร้อ ที่ทำ การอุทยานตั้งอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์ เป็นทั้งแหล่งต้นน้ำของลำน้ำชี ลำน้ำพอง และแหล่งสมุน ไพร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง
ในบริเวณอุทยานมีจุดชมวิวอยู่หลายแห่ง ได้แก่ “ จุดชมวิวหินช้างสี ” เป็นกลุ่มหินใหญ่บนสันเขาป่าโสก แต้ ด้านข้างของหินมีรอยดินที่ช้างใช้ลำตัวสีก้อนหินติดอยู่ ใช้เวลาเดินเท้าจากที่ทำการประมาณ 2 ชม. หรือโดยรถยนต์จากสวนป่าโสกแต้ 8 กิโลเมตร จากจุดนี้จะมองเห็นทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์ และเมืองขอนแก่น เดินเท้าจากจุดนี้ไป 30 นาทีจะเป็น “จุดชมวิวพลาญชาด” เป็นลานหินที่มีต้นชาดขึ้น อยู่ ถัดไปคือ “ผาสวรรค์” เป็นหน้าผาบนเทือกเขาป่าโสกแต้อยู่บริเวณบ้านโนนสวรรค์ อำเภออุบลรัตน์ เป็นจุดชมทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำที่งดงามอีกจุดหนึ่ง ใช้เวลาเดินเท้าจากที่ทำการประมาณ 2 ชม.
สถานที่น่าสนใจอีกแห่งก็คือ “ คำโพน ” เป็นบ่อหินกลมคล้ายปล่องภูเขาไฟเกิดจากสภาพทางธรณีวิทยา
การเดินทาง จากตัวเมืองขอนแก่นไปตามทางหลวงหมายเลข 12 ไปยังอำเภอชุมแพ ถึงหลักกิโลเมตรที่ 30 แยกขวาไปประมาณ 19 กม. ผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ อุทยานแห่งชาติน้ำพอง ตู้ ปณ. 13 (ดอนโมง) อ.หนองเรือ ขอนแก่น 40240 โทร. 0 4324 8006-7 หรือที่สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 www.dnp.go.th

กู่ประภาชัย หรือ กู่บ้านนาคำน้อย
ตั้งอยู่ที่บ้านนาคำน้อย ตำบลบัวใหญ่ การเดินทางไปทางเดียวกับพระธาตุขามแก่น ตรงไปก่อนถึงสะพาน ข้ามคลองส่งน้ำจากลำน้ำพอง เลี้ยวซ้ายตามถนนเลียบคลองส่งน้ำแล้วเลี้ยวขวาข้ามสะพานเข้าหมู่บ้าน นาคำน้อย กู่จะอยู่ภายในวัดกู่บ้านนาคำน้อย หรือจะขับรถข้ามสะพานข้ามคลองส่งน้ำ ตรงไปตามถนน ลาดยางประมาณ 6 กิโลเมตรก็จะมีป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้ายผ่านหมู่บ้านไปประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะถึง กู่ประภาชัย
กู่ประภาชัย คือกลุ่มโบราณสถานที่มีลักษณะแผนผังอย่างเดียวกันกับโบราณสถานที่พบหลักฐาน แสดง อโรคยาศาลหรือสถานพยาบาลที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรเขมรโบราณโปรดฯให้สร้างขึ้นใน พุทธศตวรรษที่ 18 (พ.ศ. 1720-1780) คือ ประกอบด้วยปรางค์ประธานรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีมุขยื่นทาง ด้านหน้าด้านขวามือเยื้องไปข้างหน้าเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า บรรณาลัย อาคารทั้งสองล้อมรอบ ด้วยกำแพงแก้วโดยมีโคปุระหรือซุ้มประตูทางเข้าออกด้านหน้าหรือทางด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว นอกกำแพงที่มุมซ้ายมีสระน้ำ 1 สระทั้งหมดสร้างด้วยศิลาแลง มีเสาประดับประตู ทับหลังเป็นหินทราย ปัจจุบันหักพังแต่ได้รับการดูแลรักษาจากทางวัดเป็นอย่างดี ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478
พิพิภัณฑ์ไปรษณีย์ขอนแก่น
อยู่ภายในไปรษณีย์ขอนแก่น ถนนกลางเมือง ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติไปรษณีย์และแสตมป์ดวง แรกของโลก ประเภทของแสตมป์อุปกรณ์การสะสมแสตมป์ เช่น ปากคีบ แว่นขยาย มาตรวัดฟันแสตมป์ เม้าท์เก็บแสตมป์ เป็นต้น พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-16.30 น. โดยไม่เสีย ค่าเข้าชม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 4327 1193

ค่ายเปรมติณสูลานนท์และหอเกียรติยศรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
เป็นที่รวบรวมและเรียบเรียงชีวประวัติ และผลงานสำคัญของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เพื่ออนุชนรุ่นหลัง ได้ศึกษา และยึดถือเป็นแบบอย่าง เพื่อเสริมสร้างเอกลักษณ์แห่งคนดีและเชิดชูเกียรติยศและรัฐบุรุษสืบ ไป ติดต่อเข้าชมล่วงหน้าหรือเป็นหมู่คณะได้ที่ ค่ายเปรมติณสูลานนท์ โทร. 0 4324 2005

หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย
ตั้งอยู่ที่บ้านโนนอุดม-บ้านโนนสว่าง อยู่ห่างจากอำเภอภูเวียงประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านที่มีการ เลี้ยงควายและได้รับการส่งเสริมสนับสนุน จากสำนักงานปศุสัตว์ จังหวัดขอนแก่นและสำนักงานกรมปศุ- สัตว์ อำเภอภูเวียง เกิดกลุ่มอาชีพเลี้ยงควายของอำเภอจนมีการจัดตั้งให้เป็นหมู่บ้านอนุรักษ์ระดับเขต 4 ปี 2523 และเข้าร่วมหมู่บ้านอนุรักษ์และพัฒนาควายของกรมปศุสัตว์ และได้รับรางวัลระดับประเทศ สอบ ถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลนาหว้า โทร. 0 4321 1466

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังหวัดขอนแก่น
ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านไผ่ บนเนื้อที่ 51 ไร่ 3 งาน 99.6 ตรว. เป็นแหล่งวิทยาการด้านวิทยาศาสตร์ และเทค โนโลยีสำหรับเด็ก เยาวชน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ภายในอาคาร 2 ชั้น ได้จัดให้มีนิทรรศ การต่าง ๆ มากมาย เช่นห้องเจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ซึ่งเก็บรวบรวมพระราชประวัติและผลงานของศาสตรา จารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี หรือห้องนิทรรศการโลกดึกดำ บรรพ์ ที่จัดแสดงเรื่องราวของไดโนเสาร์และฟอสซิลด้วยระบบเสียง นอกจากนี้ยังจัดแสดงนิทรรศการ เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ นิทรรศการสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เปิดบริการเข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.ปิดวันเสาร์-อาทิตย์ ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 0 4327 4154
การเดินทาง ใช้เส้นทางขอนแก่น-นครราชสีมา ศูนย์ฯ อยู่เลยแยกบ้านไผ่ไปประมาณ 1 กิโลเมตร
หอเกียรติยศรัฐบุรุษพลเอกเปรม ติณสูลานนท์
ตั้งอยู่ภายในบริเวณค่ายเปรมติณสูลานนท์ ตำบลบัวเงิน อำเภอน้ำพอง ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2039 (น้ำพอง-กระนวน) กม.ที่ 25 ห่างจากตัวเมืองขอนแก่น ประมาณ 50 กิโลเมตร หอเกียรติยศแห่งนี้ขึ้นเพื่อ เป็นอนุสรณ์แห่งความดี และจิตใจที่ดีงามที่ท่านมีต่อประชาชนคนไทย จนได้รับการยกย่องเกียรติยศสูง สุด ในฐานะที่สามัญชนที่พึงได้รับจากสถาบันพระมหากษัตริย์ ความศรัทธาของมหาชนบนแผ่นดินไทย โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2543 ซึ่งตรงกับวันเกิดครบ 80 ปี ของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ภายในอาคารได้รวบรวม เรียบเรียงชีวประวัติตลอดจนผลงานสำคัญของท่านไว้ให้อนุชนรุ่น หลังได้ศึกษา เพื่อจะนำคุณงามความดีทั้งหลายที่ท่านได้ทำเป็นแบบอย่างไปเป็นตัวอย่างในการประพฤติ ปฏิบัตตนตามเจตนารมณ์ของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ที่ว่า "ทุกคนเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณของ แผ่นดิน"
นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะ ติดต่อล่วงหน้าได้ที่ โทร. 0 4324 2005, 0 4324 9490, 08 1873 8952

ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก
จัดสร้างขึ้นโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม 2537 เพื่อเป็นศูนย์ประชุมระดับชาติแห่งใหม่ตัวอาคารโอ่อ่าด้วยสถาปัตยกรรมทรงกูบเกวียน อีสาน ประยุกต์จากเอกลักษณ์ของรูปทรงแต่ดั้งเดิมอย่างงดงาม ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางธรรมชาติริมบึง สีฐานและป่าพยอม ที่ได้รับการปรับแต่งให้มีภูมิทัศน์งดงามโดดเด่นเป็นสง่า ขณะเดียวกันก็เป็นทำเลที่ สะดวกพร้อมสรรพ ริมถนนมะลิวัลย์ ทางเข้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น ใกล้ใจกลางเมืองขอนแก่นเพียง 1.5 กิโลเมตร และจากสนามบินจังหวัดขอนแก่นเพียง 4 กิโลเมตร รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญต่างๆ ตลอดจน โรงแรมทันสมัยและห้างสรรพสินค้ามากมาย สามารถรองรับการจัดงานประชุมได้ถึง 3,000 ที่นั่ง พร้อม อัฒจันทร์ในบริเวณชั้นลอยอีก 1,000 ที่นั่ง พื้นที่ 3,000 ตารางเมตร ยังปรับเปลี่ยนเป็นลานกว้าง สำหรับ การจัดแสดงคอนเสิร์ตที่จุคนได้กว่า 5,000 คน พร้อมสรรพทั้งระบบแสง สี เสียง และโสตทัศนูปกรณ์ทัน สมัยสำหรับงานระดับชาติ ระบบทำความเย็นและระบบไฟสำรอง พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่ทัน สมัย ลานจอดรถกว้างขวาง จุได้กว่า 1,000 คัน และรถโดยสารกว่า 20-25 คัน

ศูนย์รวมสินค้า OTOP จังหวัดขอนแก่น
อยู่ที่บริเวณอาคารด้านหน้าโรงแรมโฆษะ ซึ่งได้ทำการเปิดศูนย์ฯอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2547 เป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ของคนไทย โดยเฉพาะสินค้าที่ผลิตขึ้นภายในจังหวัด ขอนแก่น จัดสรรพื้นที่บริเวณร้านถิ่นหัตถกรรมผ้าไหมไทย ขนาดพื้นที่ประมาณ 600 ตารางเมตร เพื่อใช้ เป็นสถานที่ในการจำหน่ายสินค้าประเภทเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย เครื่องใช้และเครื่องประดับ ตกแต่ง ศิลปะประดิษฐ์และของที่ระลึก อาหารและเครื่องดื่ม ศูนย์รวมสินค้า OTOP นี้เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.30-21.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 4332 0320 ต่อ 8302,2019

ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์หลักเมือง
สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพสักการะของชาวขอนแก่นแห่งนี้ประดิษฐานอยู่ที่ศาลาสุขใจ ถนนเทพา รักษ์หน้าเทศบาลขอนแก่น ท่านเจ้าคุณปู่พระราชสารธรรมมุนี และหลวงธุรนัยพินิจ อดีตผู้ว่าราชการ จังหวัดขอนแก่นได้ริเริ่มสร้างขึ้นโดยนำหลักศิลาจารึกจากโบราณสถานในท้องที่อำเภอชุมแพมาประกอบ พิธีทางพุทธศาสนา และตั้งเป็นศาลหลักเมืองเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2499
หอศิลปวัฒนธรรม
อยู่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานการจัดนิทรรศการ การ เผยแพร่ การจัดแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมของหน่วยงานต่างๆทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย บริเวณ ของหอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรมเป็นห้องนิทรรศการถาวรในรูปแบบ " พิพิธภัณฑ์การศึกษา " ที่แสดง เรื่องเกี่ยวกับภูมิภาคอีสาน เช่น ภูมิศาสตร์กายภาพ ประวัติศาสตร์และโบราณคดี ชาติพันธุ์วิทยาประเพณี วัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมอีสาน ภูมิปัญญาพื้นบ้านอีสานและอีสานในยุคปัจจุบัน โดยใช้วิธีนำเสนอ ด้วยเทคโนโลยีและสื่อทันสมัยที่สุดของภาคอีสาน หอศิลปวัฒนธรรมนี้เปิดเวลา 08.30-16.30 ทุกวัน เว้น วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 4333 2035

สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี
ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 บ้านหนองบัวดีหมี ในเขตเทศบาลตำบลท่าพระ บนเนื้อที่กว่า 65 ไร่ เป็นพื้นที่สวนสาธารณะ ประมาณ 10 ไร่ ภายในบริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ จะมีจุดเด่นซึ่งเป็นสัญลักษณ์และตำนาน ของตำบลท่าพระ คือ "รูปปั้นหมีควายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย"ห่างจากตัวเมืองขอนแก่น 15 กิโลเมตร จากถนนมิตรภาพไปตามเส้นทางบ้านหนองบัวดีหมี-หนองโพธิ์ ประมาณ 300 เมตร ด้านขวามือจะเห็นสวน สาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯและรูปปั้น "หมีใหญ่" ยืนตระหง่านต้อนรับทุกท่านอยู่ด้านหน้าสวนสาธารณะ ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

หน้า 1 l 2 |