แหล่งท่องเที่ยวที่นครราชสีมา - Nakhonratchasima
กลุ่มผลิตภัณฑ์แปรรูปสุกรบ้านน้อยสามัคคี
อยู่ที่ ม. 15 ต. ในเมือง ห่างจากแยกตลาดแค (เส้นทางตลาดแค-พิมาย) ประมาณ 9 กิโลเมตร ก่อนถึง โรงพยาบาลพิมาย จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าไปประมาณ 500 เมตร เป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรผลิตสินค้า แปรรูปจากเนื้อหมู เช่น ไส้กรอกอีสาน, หมูแผ่น, หมูหยอง, ลูกชิ้นหมู, หมูแดดเดียวรสชาติอร่อยสะอาด ได้รับรางวัลการประกวดผลงานส่งเสริมการเกษตรดีเด่น ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี 2543 สนใจเข้าชมขั้นตอนการผลิต ติดต่อล่วงหน้าที่ นางจันทร์เพ็ญ อริยเดช ประธานกลุ่มแม่บ้านฯ โทร. 0 4428 5297

อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์
ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 บ้านสัมฤทธิ์ตะวันออก ต. สัมฤทธิ์ ห่างจากตัวเมือง 46 กิโลเมตร การเดินทางใช้ทางหลวง หมายเลข 2 ( นครราชสีมา-ขอนแก่น ) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 43-44 แยกขวาเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณที่โล่งกว้างนี้เคยเป็นสนามรบระหว่างชาวโคราชและทหารลาวเมื่อครั้งสงครามเจ้าอนุวงศ์ ในสมัย รัชกาลที่ 3 ปัจจุบันมีการสร้างศาลสถิตย์ดวงวิญญาณนางสาวบุญเหลือและวีรชน ซึ่งชาวบ้านสัมฤทธิ์ร่วม กันสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2531 เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ดวงวิญญาณของนาวสาวบุญเหลือและวีรชนชาวโคราชที่ ได้ทำการ ต่อสู้กับกองทัพลาวจนได้ชัยชนะ มีการจัดงานฉลองและรำลึกถึงวีรกรรมทุกปี ระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม

น้ำตกวังเต่า
อยู่บนเทือกเขาสันกำแพง อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยได้ชื่อว่า " แก่งครบุรี...ต้นน้ำมูล " ตั้งอยู่บริเวณ เขื่อนลำแชะ หมู่บ้านมาบกราด ตำบลโคกกระชาย อำเภอครบุรี ซึ่งเป็นจุดกำเนิดแม่น้ำ 3 สาย ที่เรียกกัน ว่า " สามง่าม " โดยสายที่ 1 ต้นน้ำมูล แหล่งกำเนิดของแก่งน้ำโตน น้ำตกวังถ้ำ น้ำตกวังมะนาว ไหลลงสู่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนมูลบน หาดจอมทองและยังเป็นแหล่งดูนกหายาก สายที่ 2 ต้นน้ำลำแชะ แหล่งกำเนิดวัง ไผ่ วังยาว ซับเป็ด วังแปะ วังไทร วังเต่า วังวนไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำแชะ และสายที่ 3 ที่ต้นกำเนิด ลำมาศ อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำมาศ
การเดินทาง จากตัวเมืองไปยังอำเภอครบุรี ตามทางหลวงหมายเลข 224 ผ่านอำเภอโชคชัย ต่อด้วยทาง หลวงหมายเลข 2071 ถึงอำภอครบุรี รวมระยะทางประมาณ 58 กิโลเมตรแล้วเดินทางต่อสู่เขื่อนลำแชะ ตามด้วยเส้นทางบ้านโคกเจริญ ตำบลเฉลียง เลี้ยวซ้ายตามทางไปเขื่อนลำแชะอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ขับตรงไปประมาณ 10 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่บ้านมาบกราด ไปท่าเรืออีก 200 เมตร

หาดจอมทอง
อยู่ในบริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อนลำมูลบน ใกล้กับเขาจอมทอง ตำบลจระเข้หิน มีความกว้างของหาดจากแนว ริมน้ำขึ้นมาเฉลี่ย 80 เมตร ยาว 800 เมตร โดยทำการลงทรายหยาบตลอดแนวหาด ความหนาของทราย ประมาณ 10 เมตร เป็นชายหาดที่เสมอเรียบตามแนวระดับน้ำ ทำให้มีบริเวณพื้นที่ชายหาดและบริเวณที่ สามารถลงเล่นน้ำได้ มีบริการให้เช่าห่วงยาง เรือถีบ เก้าอี้พับ ร่มชายหาดและเรือแพอีกด้วย การเดินทาง มี 2 เส้นทางคือ
1.จากตัวจังหวัดนครราชสีมา ใช้เส้นทางนครราชสีมา-โชคชัย-ครบุรี ระยะทาง 52 กม. ถึงตัวอำเภอครบุรี โดยใช้เส้นทางถนนลาดยางชลประทานมูลบน-ลำแชะ ที่อำเภอครบุรี-หาดจอมทองระยะทางประมาณ 17 กม. รวมระยะทางจากตัวจังหวัดนครราชสีมา-ครบุรี-หาดจอมทอง ประมาณ 69 กม.
2.จากตัวจังหวัด ไปอำเภอปักธงชัย จนถึงสามแยกปอแดง (ทางหลวงหมายเลข 304 -กบินทร์บุรี) เลี้ยว ซ้ายไปตามเส้นทางชลประทาน-ปอแดง ประมาณ 20 กม. ถึงเขื่อนมูลบนจากเขื่อนฯไปอีก 5 กม. ถึงหาดจอมทอง รวมระยะทางจากตัวจังหวัดนครราชสีมา-ปักธงชัย-หาดจอมทอง ประมาณ 60 กม.
กลุ่มอาชีพการเกษตรผสมผสานบ้านหนุก
ตั้งอยู่ที่ ม.4 ต.ขามสะแกแสง ห่างจากที่ว่าการอำเภอขามสะแกแสงประมาณ 5 กิโลเมตร ตามเส้นทาง ขามสะแกแสง-โนนสูงเป็นไร่นาสวนผสมของนายสลิด มุ่งแฝงกลางมีแปลงสาธิตจัดเป็นส่วน เช่น นาข้าว สวนกล้วย ฝรั่ง และบ่อปลา เคยได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดระดับภาค ปี 2541

โรงไฟฟ้าพลังน้ำลำตะคองแบบสูบกลับ
อยู่เขตพื้นที่ เขื่อนลำตะคอง ตำบลคลองไผ่ เป็นโครงการโรงไฟฟ้าแบบสูบกลับเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า เสริมระบบช่วงความต้องการไฟฟ้าสูงสุด โดยการนำพลังงานไฟฟ้าที่เหลืออยู่ (ช่วงมีความต้องการไฟฟ้า น้อย) ในระบบมาใช้สูบน้ำจำนวนหนึ่งที่มีอยู่ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคองเดิม( ของกรมชลประทาน ) ขึ้น ไปเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำข้างบน ( กฟผ.สร้างขึ้นใหม่ ) เมื่อมีความต้องการไฟฟ้ามากในช่วงหัวค่ำก็ปล่อย น้ำจำนวนเดียวกันนี้ให้ไหลกลับคืนลงอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคองตามเดิมโดยผ่านกังหันน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้า เสริมระบบ เป็นปัจจัยในการพัฒนาอุตสาหกรรมในภูมิภาคอย่างมาก สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมโครงการต้อง ทำหนังสือติดต่อล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 4421 4990-3

ผลิตภัณฑ์จากกกจันทบูรณ์บ้านปราสาทใต้
ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ตำบลธารปราสาท ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 45 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายนครราชสีมา- ขอนแก่น บริเวณหลัก กม. ที่ 44 แล้วแยกซ้ายเข้าไปอีก 1 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านที่นักท่องเที่ยวสามารถ ไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านอย่างใกล้ชิดในลักษณะโฮมสเตย์ นอกจากจะได้ชมโครงกระดูกมนุษย์โบราณ อายุ 3,000 ปี สมาชิกกลุ่มแม่บ้านบ้านปราสาทใต้ ดำเนินกิจกรรมแปรรูปกกจันทบูรณ์ เป็นกระเป๋า แฟ้ม เอกสาร กล่องกระดาษชำระ รองเท้า หมวก ฯลฯ สำหรับผู้ที่มีสนใจติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอโนนสูง โทร. 0 4437 9269 เป็นหมู่บ้านที่นักท่องเที่ยวสามารถนิยมไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านได้อย่างใกล้ชิดใน ลักษณะโฮมสเตย์ นอกจากจะได้ชมโครงกระดูกมนุษย์โบราณอายุ 3,000 ปี สมาชิกกลุ่มแม่บ้านบ้าน ปราสาทใต้ ยังดำเนินกิจกรรมแปรรูปกกจันทบูรณ์ เป็นกระเป๋า แฟ้มเอกสาร กล่องกระดาษชำระ รองเท้า หมวก ฯลฯ สนใจเดินทางไปชมติดต่อ สำนักงานเกษตรอำเภอโนนสูง โทร. 0 4437 9269

เมืองโบราณที่ตำบลโคราช หรือ เมืองโคราชเก่า
เป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรมขอมในอดีตที่พบในเขตนครราชสีมา มีร่องรอยโบราณสถานหลงเหลืออยู่ให้ เห็นได้ 3 แห่งด้วยกัน คือ ปราสาทโนนกู่ ปราสาทเมืองแขก ปราสาทเมืองเก่า การเดินทางจากตัวเมืองใช้ ทางหลวงหมายเลข 2 (นครราชสีมา-สระบุรี)ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 221-222 เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหลวง หมายเลข 2161 (เข้าสู่อำเภอสูงเนิน)ไปประมาณ 3 กิโลเมตร ให้สังเกตทางแยกขวามือข้างวัดญาณ โศภิตวนาราม (วัดป่าสูงเนิน) ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าสู่โบราณสถานเหล่านี้คือ
ปราสาทโนนกู่ อยู่ที่บ้านกกกอก หมู่ที่ 7 ตำบลโคราช ห่างจากแยกวัดญาณโศภิตวนาราม 3 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานขนาดเล็กก่อด้วยอิฐ หินทราย แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ประกอบด้วยปรางค์หลังเดี่ยวบนฐานสูง ด้านหน้ามีวิหารหันเข้าหาปรางค์ประธานอยู่ 2 หลัง ล้อมรอบด้วย กำแพงแก้ว มีซุ้มประตูทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเป็นทางเข้า-ออก และที่ลานระหว่างวิหารทั้งสองนั้น พบโคนนทิหมอบในอาการเคารพปราสาทประธาน เป็นที่สถิตของพระศิวะมหาเทพตามคติความเชื่อของ ศาสนาฮินดู จากการขุดแต่งปราสาทแห่งนี้ในปี พ.ศ. 2534 – 2535 ได้พบหลักฐานทางโบราณคดีเป็น จำนวนมากสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ที่สร้างขึ้นตามแบบศิลปะเขมรโบราณราว ปลายพุทธศตวรรษที่ 16
ปราสาทเมืองแขก ตั้งอยู่ถัดจากปราสาทโนนกู่ไปประมาณ 600 เมตร เป็นโบราณสถานขนาดใหญ่ ก่อ ด้วยอิฐและหินทราย ลักษณะแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าไปทางทิศเหนือ ประกอบด้วยปราสาท ประธาน บรรณาลัย (ห้องสมุด) 2 หลัง ระเบียงคด ซุ้มประตู สระน้ำ กำแพงแก้ว และปราสาทก่อด้วยอิฐ ขนาดเล็ก จากการขุดแต่งทางโบราณคดีในปี พ.ศ.2502 และการขุดแต่งบูรณะในปี พ.ศ.2533–2534 พบทับหลังที่แกะสลักลวดลายต่างๆ ประติมากรรมรูปเทพเจ้ารวมทั้งศิลาจารึกที่ถูกนำมาก่อเป็นฐานประตู ซุ้มชั้นนอกสุด สันนิษฐานว่าปราสาทแห่งนี้เป็นศาสนสถานในศาสนาพราหมณ์อายุราวพุทธศตวรรษที่15 ปราสาทเมืองเก่า ตั้งอยู่ในวัดปรางค์เมืองเก่า ตำบลโคราช อยู่เลยปราสาทเมืองแขกไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร สังเกตบริเวณทางเข้าด้านหน้าวัดสร้างเป็นรูปประตูเมืองเก่าโคราชและอนุสาวรีย์ย่าโม ปราสาท เมืองเก่าเป็นโบราณสถานขนาดเล็กก่อด้วยศิลาแลง หินทราย มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าไป ทางทิศตะวันออก เป็นโบราณสถานในศาสนาพุทธลัทธิมหายานประเภทอโรคยาศาล (โรงพยาบาล) ที่ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายแห่งราชอาณาจักรขอม ทรงสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1724-1763 แผนผังประกอบด้วยปรางค์ประธานรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง มีบรรณาลัยอยู่ทางมุมขวาด้านหน้าล้อม รอบด้วยกำแพงแก้วซึ่งมีซุ้มประตูทางเข้าอยู่ด้านหน้า นอกกำแพงมีสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมกรุด้วยศิลาแลง แต่ ปัจจุบันเหลือเพียงเนินดินเป็นแนวยาวคล้ายกำแพง ผู้ที่สนใจศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับทับหลัง และโบราณ วัตถุต่าง ๆ ที่ค้นพบที่ปราสาททั้งสามแห่ง สามารถไปชมได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย

ไร่องุ่นรัตนธงชัย
ตั้งอยู่ที่บ้านดู่ อำเภอปักธงชัย บนเนื้อที่กว่า 80 ไร่ องุ่นพันธุ์เยี่ยมจากต่างประเทศที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะ เติบโตและให้ผลผลิตได้ในเมืองไทย ได้นำมาปลูกไว้ในพื้นที่ปักธงชัยนี้และสามารถติดดอกออกผลที่มี คุณภาพเป็นที่น่าพอใจ มีทั้งองุ่นมีเมล็ดและไม่มีเมล็ดหลายสายพันธุ์ด้วยรสชาติหวานอร่อยของผลสด และผลิตภัณฑ์แปรรูปนานาชนิด
การเดินทาง จากตัวเมืองนครราชสีมา ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 314 ( โคราช-ปักธงชัย ) ประมาณ 25 กิโลเมตร จนถึงสี่แยกอวยชัย เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอโชคชัย ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ทางเข้าไร่ทางขวา มือ (ทางเข้าทางเดียวกับโครงการพิมคำแลนด์) ประมาณ 1 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 1877 1228 , 0 1977 4278

โครงการสวนปู่ย่าน่าอยู่ บ้านสวนหอม
ตั้งอยู่ที่ ม. 14 ต. ตูม บนเส้นทางเข้าสู่เขื่อนลำพระเพลิง ( ระยะทาง 8 กิโลเมตรจากสี่แยกลำพระเพลิง ) เป็นลักษณะไร่นาสวนผสมแบบเก่า ปลูกพืชโดยเล่นระดับสูง กลาง ต่ำ บนพื้นที่แค่ 21 ไร่ ของนายเหวา เลิศพรหมราช เป็นบ้านที่ได้รับรางวัลด้านการพัฒนาดีเด่น มีผู้สนใจเดินทางมาศึกษาดูงานด้านการเกษตร ตลอดปี

ลานด่านเกวียน
ศูนย์หัตถกรรม " ลานด่านเกวียน " ตั้งอยู่ตำบลด่านเกวียนซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมือง 15 กิโลเมตรตามทาง หลวงสาย 224 (โคราช-โชคชัย) ในสมัยโบราณตำบลนี้เป็นที่พักกองเกวียนที่ค้าขายระหว่างโคราช-เขมร มีแม่น้ำมูลไหลผ่าน ชาวบ้านใช้ดินริมฝั่งแม่น้ำมาปั้นภาชนะใช้สอยและได้ทำสืบต่อกันมาจนปัจจุบันนี้ นับ เป็นเวลาหลายชั่วอายุคน ปัจจุบันด่านเกวียนมีชื่อเสียงมากในฐานะที่ผลิตเครื่องปั้นดินเผาได้สวยงามมีรูป แบบที่แปลก และหลากหลาย แต่ยังคงลักษณะดั้งเดิมของกรรมวิธีในการปั้นและใช้ดินดำสัมฤทธิ์ที่มีเอก ลักษณ์ของสีเป็นเครื่องปั้นแบบด่านเกวียนไว้โดยเฉพาะ ศูนย์หัตถกรรมลานด่านเกวียนเป็นแหล่งรวบรวม ศิลปหัตถกรรมไทย สินค้าพื้นบ้านแห่งใหม่ในตำบลด่านเกวียนได้ เปิดดำเนินกิจการเมื่อ เดือนมิถุนายน 2545 บนเนื้อที่ 8 ไร่ ภายในศูนย์ประกอบด้วยร้านค้าต่างๆมากมายกว่า 70 ร้านค้า มีสินค้าให้เลือกสรร หลากหลาย เช่น เครื่องปั้นดินเผา งานหินทรายจากผู้ผลิตโดยตรง ผลิตภัณฑ์จากทองเหลือง ผ้าไหมไทย และผ้าพื้นบ้านนานาชนิด ศิลปะภาพวาดติดผนัง งานไม้จากภาคเหนือ ผลิตภัณฑ์เรซิน ดอกไม้ยางพารา งานประดิษฐ์สร้างสรรค์จากเศษโลหะและอื่นๆ จากฝีมือคนไทยสินค้าตกแต่งบ้านและสวนของฝากของที่ ระลึก สอบถามรายละเอียดได้ที่คุณทศพร เตชถาวรกุล โทร.0 1929 8368,0 4433 8444
ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลขามทะเลสอ
ตั้งอยู่เลขที่ 92/1 หมู่ที่ 5 บ้านโคกแฝก ตำบลขามทะเลสอ ห่างจากตัวจังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 23 กิโลเมตร จากที่ว่าการอำเภอขามทะเลสอ เลี้ยวขวาทางเข้าวัดป่าอิสริการาม ระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึงที่ ทำการประปาตำบล เลี้ยวซ้ายอีก 500 เมตร เข้าถนนสุขพัฒนา เป็นไร่นาสวนผสมที่มีทั้งแปลงปลูกข้าว ไม้ผล เลี้ยงไก่บนบ่อปลา เลี้ยงไก่และเป็ดไก่ ฯลฯ สนใจเยี่ยมชม ติดต่อ นายเจริญ ชาญสูงเนิน โทร. 0 4433 3049

ตลาดกลางไม้ดอกไม้ประดับโคกกรวด
ตั้งอยู่ที่ ตำบลโคกกรวด จากตัวเมืองนครราชสีมาใช้เส้นทางนครราชสีมา – กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายเข้าไปตามเส้นทางโคกกรวด -มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อีก 500 เมตร เป็นศูนย์รวมไม้ดอกไม้ประดับแหล่งใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัวเมืองที่สุด

ศาลเจ้าพ่อช้างเผือก
เป็นศาลเจ้าเล็กๆ อยู่ริมคูเมืองด้านทิศเหนือ ตรงมุมถนนมนัสตัดกับถนนพลแสน สร้างครอบหลักตะเคียน หินซึ่งเดิมเป็นหลักที่ชาวเมืองภูเขียวนำช้างเผือกมาผูกไว้เพื่อให้พนักงาน กรมคชบาลตรวจดูลักษณะช้าง ก่อนกราบทูลถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เพื่อทรงรับไว้เป็นพระราชพาหนะ

หน้า 1 l 2 l 3 |