ทัวร์ไทย จองทัวร์ โรงแรม ห้องพัก รีสอร์ท ราคาพิเศษ : Thailand Travel - Cheap Thailand Hotel Rooms and Tours
ทัีวร์ไทย ไทยเที่ยวไทย - ข้อมูลท่องเที่ยว จองทัีวร์ โรงแรม รีสอร์ท ราคาพิเศษ
Thailand Hotel Booking : Package Tours and Travel Guide : English Version English Version
   
 
Popular Destination in Thailand
ข้อมูลทั่วไป
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
กิจกรรมท่องเที่ยว
การเดินทาง
ร้านอาหาร
สินค้า ของฝาก
งานประเพณีและเทศกาล
แผนที่

Popular Destination in Thailand
เชียงใหม่
เชียงราย
แม่ฮ่องสอน
กรุงเทพฯ
กาญจนบุรี
หัวหิน
ชะิอำ
ขอนแก่น
เลย
นครราชสีมา
ศรีสะเกษ
สุรินทร์
อุบลราชธานี
อุดรธานี
พัทยา
ระยอง เกาะเสม็ด
ตราด เกาะช้าง
กระบี่ เกาะพีพี เกาะลันตา
ภูเก็ต
เกาะสมุย
เกาะเต่า เกาะพงัน
พังงา เขาหลัก
 

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในภูเก็ต - Phuket Attractions

ประตูเมืองสู่ภูเก็ต  (Phuket Gateway)

ประตูเมืองภูเก็ตจัดสร้างโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต  เนื่องในวโรกาสมหา มงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้า- อยู่หัว ในปี 2550 เพื่อให้ห้องรับแขกแห่งแรกในการต้อนรับนัก ท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะนัก ท่องเที่ยวที่เดินทางมาโดยทางรถยนต์ ผ่านสะพานท้าวเทพ กระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร เพื่อข้ามจากแผ่นดินใหญ่มายังเกาะภูเก็ต

ประตูเมืองภูเก็ตก่อสร้างบนพื้นที่ 25 ไร่ บ้านที่ฉัตรไชย ตำบล ไม้ขาว อำเภอถลาง มีจุดเด่น คือ เสาประติมากรรมเรียงรายเป็น แนวยาว 29 ต้นที่มีการก่อสร้างขึ้นตาม แนวคิดว่า เลข 2 คือ ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร สองวีรสตรี ของชาวภูเก็ต ส่วนเลข 9 มีนัยถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9  นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ของภูเก็ต ผ่านข้อมูลที่จารึกอยู่ บนเสาศิลา 29 ต้น ซึ่งได้เรียงร้อยเรื่องราวต่างๆ ของภูเก็ตตั้งแต่ยุครุ่งเรืองจากการทำเหมืองแร่ดีบุก การทำเกษตรกรรมจนถึงยุคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
  
จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ ประติมากรรมเต่าทะเลกับไข่เต่าขนาดใหญ่ด้านหน้าอาคาร โดยฝีมือของศิลปิน เอก ศาสตราจารย์ธนะ เลาหกัยกุล Thana Laohanayakul ซึ่งเป็นงานศิลปที่เล่าเรื่องหาดไม้ขาวสถานที่ วางไข่ของเต่ามะเฟืองซึ่งอยู่ในจังหวัดภูเก็ต
 
นอกจากประตูเมืองภูเก็ตจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่แล้ว ยังมีศูนย์ให้บริการข้อมูลด้านการท่องเที่ยว มีห้องประชุมเล็ก และ mini theatre สำหรับแวะเยี่ยมชมวีดีทัศน์เกี่ยวกับภูเก็ต สารคดีท่องเที่ยว มีมุม สบาย โกปี้คอนเนอร์ Kopi Corner เพื่อดื่มชมกาแฟ ขนมพื้นบ้านอร่อย ๆ และซื้อของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์ ศิลปาชีพจากทั่วเมืองไทย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ดีไซน์ของภูเก็ต ผ้าบาติก ไข่มุก  อาหารแปรรูป และชิ้น งานศิลปะต่าง ๆ มีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน ISO ของกลุ่มแม่บ้าน ห้องประชุมสัมมนา ขนาด 60 ที่นั่ง ห้องสมุดพร้อมการสืบค้นทางอินเทอร์เน็ต เพื่อการท่องเที่ยว เปิดบริการทุกวันเวลา 9.00-17.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โทร. 0 7621 1877, 0 7621 1866

พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว Phuket Thaihua Museum 

พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัวตั้งอยู่ที่ถนนกระบี่ย่านเมืองเก่าภูเก็ต สถานที่แห่งนี้เดิมเป็นโรงเรียนสอน ภาษาจีนแห่งแรกในจังหวัดภูเก็ตซึ่งชาวจีนฮกเกี้ยนบรรพบุรุษชาวจีนรุ่นแรกที่ อพยพมาอยู่ที่ภูเก็ตได้ร่วมกันตั้งขึ้นตัวอาคารแบบชิโนโปรตุกีสที่เห็นใน ปัจจุบันนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2477 บนหน้าจั่วอาคารเรียนมีรูปปูนปั้นเป็นรูป ค้างคาวแดง ซึ่งสื่อความหมายถึงการรู้หนังสือคือโชคอันยิ่งใหญ่เป็นการ แสดงให้เห็นถึงการตระหนักถึงการให้การศึกษาแก่ลูกหลานชาวภูเก็ต ไม่ เฉพาะการเล่าเรียนเพื่อให้อ่านออกเขียนได้เท่านั้น แต่หัวใจสำคัญของการ ศึกษาอยู่ที่การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และปรัชญาในการดำเนินชีวิต
 
ลักษณะของอาคารหลังนี้ เป็นอาคาร 2 ชั้น เมื่อเข้าไปด้านในเป็นห้องโถง กว้างใหญ่ มีห้องทั้งปีกซ้ายและขวา มีบันไดเดินขึ้นชั้นบน ซึ่งมีระเบียงล้อม รอบพื้นที่ว่างที่สามารถมองลงมาชั้นล่าง  ด้านบนยังใช้เป็นห้องเรียนภาษาจีน ส่วนด้านล่างมักใช้จัด นิทรรศการต่าง ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะด้านศิลปะและวัฒนธรรมพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว

ลานกว้างด้านหน้าอาคารจัดแสดงภาพถ่ายเก่า ๆ ของโรงเรียน ส่วน ภายในอาคารจัดแสดงสิ่งของ หนังสือ ภาพถ่ายและเรื่องราวต่าง ๆ ของโรงเรียนภูเก็ตไทยหัวแล้ว ยังจัดเป็นห้องนิทรรศการภาพแสดง ความเป็นมาของชาวจีนที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ภูเก็ต บุคคลสำคัญของ ภูเก็ตชุดแต่ง กายประจำถิ่น อาหารพื้นเมือง เทศกาลงานประเพณี อาคารแบบชิโนโปรตุกีสและภาพถ่ายเก่าแก่ที่แสดงความเป็นมา ด้านเศรษฐกิจของภูเก็ตตั้งแต่ยุคเหมืองแร่ การทำสวนยางพารา และการท่องเที่ยว


บ้านชินประชา
บ้านชินประชาเป็นบ้านเก่าแก่สไตล์ชิโน-โปรตุกีส ซึ่งสร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของเกาะภูเก็ต มีอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ที่ถนนกระบี่ ตำบลตลาดเหนือ ในตัวเมืองภูเก็ต เป็น บ้านของตระกูล ตัณฑวณิช  ผู้เป็นเจ้าของได้อนุรักษ์ตัวอาคารและเครื่อง เรือนเครื่องใช้ต่าง ๆ ในบ้านไว้เป็นอย่างดี โดยมีความมุ่งหวังให้สถานที่แห่ง นี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ซึ่งเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่แสดงถึงประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของภูเก็ต ผ่านการใช้ชีวิตของผู้คนชาวภูเก็ต ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา 

ลักษณะที่โดดเด่นของบ้าน คือ เป็นบ้านสองชั้น ประตูบ้านลงรักปิดทอง มีอักษรจีน  มีหน้าต่างไม้หลายบานซึ่งในบานหน้าต่างทำเป็นบานเกล็ดเปิด ปิดได้  เมื่อเข้ามาในบ้านจะเย็นสบายอากาศถ่ายเทสะดวก เนื่องจากตรง กลางบ้านเปิดโล่งเพื่อระบายอากาศ และมีสระน้ำเล็ก ๆ อยู่กลางบ้าน พื้นกระเบื้องจากอิตาลี  บันไดไม้มีลวดลายสวยงามมาก เครื่องเรือนส่วน ใหญ่เป็นไม้ฝังมุกนำมาจาก เมืองจีน  มีเครื่องใช้ เครื่องครัวโบราณ ภาพถ่าย ภาพวาดในอดีตที่สวยงาม และน่าสนใจ
   
บ้านชินประชาเปิดให้เข้าชมทุกวัน ค่าเข้าชมคนละ 100 บาท สอบถามรายละเอียด โทร. 0 7621 1167, 0 7621 1281
 
ความเป็นมาของบ้านชินประชา

บ้านชินประชาสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2466 (ค.ศ.1903) หรือในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระพิทักษ์ชิน ประชา (ตันม่าเสียง) บิดาของท่านคือ หลวงบำรุงจีนประเทศ (ตันเนียวยี่) เป็นชาวฮกเกี้ยนที่รับราชการ ทหารในประเทศจีน ต่อมาบิดาท่านได้เดินทางมายังประเทศไทยในปี พ.ศ. 2397  (ค.ศ. 1854) หรือใน ปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ประกอบกิจการทำเหมืองแร่ดีบุกที่เกาะภูเก็ต และกิจการค้าขายที่เกาะปีนัง 

พระพิทักษ์ชินประชา (ตันม่าเสียง) ผู้สร้างบ้านหลังนี้ ถือกำเนิดที่เกาะภูเก็ตในปี พ.ศ. 2426 (ค.ศ.1883) เมื่ออายุได้ 20 ปี ท่านได้สร้างบ้านหลังนี้ตามแบบ ชิโน-โปรตุกีส เป็นหลังแรกของจังหวัดภูเก็ต หรือที่ เรียกว่า อังม่อเหลา  เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษเมืองจีน  วัสดุส่วนอื่นของบ้าน นั้นส่วนใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เนื่องจากการค้าขายทางเรือผ่านเกาะปีนังมายังภูเก็ต ในสมัยนั้น เฟื่องฟู เช่น รั้วบ้านจากฮอลแลนด์ กระเบื้องปูพื้นจากอิตาลี ฯลฯ ปัจจุบันบ้านชินประชามีอายุกว่า 100 ปี และมีลูกหลาน นับเนื่องเป็นรุ่นที่ 6 แล้ว

อุทยานแห่งชาติสิรินาถ (หาดในยาง)

อุทยานแห่งชาติสิรินาถ (หาดในยาง)ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2524 อยู่ห่างจากตัวเมือง 30 กิโลเมตร ตามเส้นทางถนนเทพกษัตรี ผ่านสี่แยกอำเภอถลาง ตรงไปเมื่อถึงหลักกิโลเมตร 21-22 จะมีทาง แยกด้านซ้ายเข้าไป 10 กิโลเมตร หรือจะไปทางแยกเข้าสนามบิน เลี้ยวซ้าย 2 กิโลเมตร ครอบคลุมเนื้อที่ 56,250 ไร่ เป็นหาดทราย ที่มีความยาวต่อเนื่องกันถึง 13 กิโลเมตร โดยเริ่มจากหาดในทอน ใช้เส้นทางไปอุทยานฯ เลี้ยวซ้ายที่หลักกิโลเมตร 21-22 เมื่อถึง ทางแยกเข้าบ้านสาคูเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 3 กิโลเมตร หาดในทอน เป็นเวิ้งอ่าวที่งามแปลกตาทอดโค้งจากตัวเกาะเป็นที่ กำบังคลื่นลม ได้อย่างดีและเป็นหาดที่เงียบสงบเหมาะสำหรับการเล่นน้ำ

หาดในยางเป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ เป็นหาดที่มีสวนสนร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนและเล่นน้ำ นอกจาก นี้ยังมีแนวปะการังขนาดใหญ่เป็นที่อาศัยของสัตว์ทะเลนานาชนิด โดยเฉพาะเต่าทะเลซึ่งจะขึ้น มาวางไข่ บนหาดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ แต่ปัจจุบันเต่าทะเลมีจำนวนลดลงมากจนแทบจะไม่เห็นเต่า ขึ้นมาวางไข่อีกเลย หาดไม้ขาวหรือหาดสนามบินไปตามเส้นทางถนนเทพกษัตรีผ่านทาง แยกเข้าสนาม บินตรงไปทางสะพานสารสินจะมีทางแยกด้านซ้ายมือ มีป้ายบอกทางเข้าหาด ไม้ขาว เลี้ยวซ้ายไป 3.5 กิโลเมตร ก็จะถึงหาดไม้ขาว ซึ่งเป็นหาดที่มีจั๊กจั่นทะเลและเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่เช่นเดียวกับหาดในยาง
หาดทรายแก้ว เป็นหาดทรายขาวทอดยาวขนานกับทิวต้นสนอยู่ถัดจากหาดไม้ขาวไปจนถึงสะพานสารสิน นับเป็นหาดที่อยู่เหนือสุดของเกาะภูเก็ต

ค่าเข้าอุทยานฯ คนไทย ผุ้ใหญ่ คนละ 40 บาท เด็ก คนละ 20 บาท ชาวต่างประเทศ ผุ้ใหญ่ คนละ 200 บาท เด็ก คนละ 100 บาท

อุทยานแห่งชาติสิรินาถ มีที่พักบริการนักท่องเที่ยว บังกะโล จำนวน 10 หลัง ราคาหลังละ 600-1,200 บาท และเต็นท์ ราคา 100-300 บาท หากนำเต็นท์มาเองเสียค่าธรรมเนียมเช่าพื้นที่คนละ 20 บาท สอบถามข้อมูลได้ที่ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ หาดในยาง ตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83140 โทร. 0 7632 8226 กรมอุทยานแห่งชาติ กรุงเทพฯ โทร. 0 2561 2919, 0 2579 7223, 0 2579 5734 หรือ www.dnp.go.th

วัดพระทอง (วัดพระผุด)

วัดพระทอง (วัดพระผุด)อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 21 กิโลเมตร ไปตามถนนเทพ- กษัตรีผ่านสี่แยกอำเภอถลาง ถึงที่ว่าการอำเภอถลางทางด้านขวาจะ มีทางแยกเข้าวัดพระทอง วัดนี้มีพระพุทธรูปผุดขึ้นจากพื้นดินเพียง ครึ่งองค์ เมื่อคราวศึกพระเจ้าปะดุง ยกพลมาตีเมืองถลาง พ.ศ. 2328 ทหารพม่าพยายามขุดพระผุดเพื่อนำกลับไปพม่า แต่ขุดลงไป คราวใดก็มีฝูงแตนไล่ต่อยจนต้องละความพยายาม ต่อมาชาวบ้าน ได้นำทองหุ้มพระพุทธรูปที่ผุดจากพื้นดินเพียงครึ่งองค์ ดังปรากฏอยู่ ถึงปัจจุบันนอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑสถานวัดพระทอง” เป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุข้าวของเครื่องใช้ของชาวภูเก็ต เช่น “จังซุ่ย” เสื้อกันฝนชาวเหมืองแร่ดีบุก รองเท้าตีนตุกของสตรีเชื้อสายจีนที่ต้องมัดเท้าให้เล็กตามค่านิยม ของสังคมสมัยนั้น พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา 07.00 น.

วัดไชยธารารามวัดไชยธาวาราม (วัดฉลอง)


วัดไชยธาราราม
เดิมชื่อ วัดฉลอง ตั้งอยู่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ห่างจาก อำเภอเมืองภูเก็ต ระยะทาง 8 กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข 4021 ผ่าน สนามกีฬาสุระกุล เลี้ยวซ้ายไปห้าแยกฉลอง

สมัยรัชกาลที่ 5 พระครูวิสุทธิวงศาจาริย์ญาณมุนี "หลวงพ่อแช่ม" เป็น เจ้าอาวาส มีชื่อเสียงการปรุงสมุนไพร และรักษาโรค เข้าเฝือกผู้ป่วย กระดูกหัก ปัจจุบันพระครูวิสุทธิวงศาจาริย์ญาณมุนี ได้มรณภาพแล้ว

เจ้าอาวาสวัดสัมโพธิหาร (วัดสัมโพธิหาร เดิมชื่อ วัดป่าอรัญนิรมล ประเทศ ศรีลังกา) ได้กล่าวว่า พระบรมสารีริกธาตุที่ได้มอบให้วัดไชยธาราราม เคย อยู่ในเจดีย์ของเมืองอนุราชปุระ เมืองหลวงเดิมของศรีลังกา มีอายุกว่า 2,200 ปี มาแล้ว

วโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา พระเถระชั้นผู้ใหญ่ของ ศรีลังกาคือ พระปิยะทัสสะ นายะกะเถโร และพระกุศลาธรรมา แห่งวัดสัมโพธิวิหารได้มีหนังสือกราบทูล สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก เสด็จเยือนศรีลังกา เพื่อรับการถวายพระบรมสารีริกธาตุ

วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2542 สมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระบัญชาให้ พลเอก มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ผู้บัญชา การทหารสูงสุดไปรับพระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดสัมโพธิวิหาร ประเทศศรีลังกา และอัญเชิญพระบรม สารีริกธาตุกลับมาถึงประเทศไทย พ.ศ. 2543 สมเด็จพระสังฆราชได้ประทานพระบรมสารีริกธาตุอัญเชิญ มาจากศรีลังกา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เพื่ออัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วัดไชยธาราราม (วัดฉลอง) อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พุทธบริษัทในจังหวัดภูเก็ตและบริเวณ ฝั่งอันดามัน

ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร

ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทรเป็นวีรสตรีไทยที่ป้องกันเมืองถลางให้พ้นจากข้าศึกได้ในสงคราม เก้าทัพ สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ท้าวเทพกระษัตรี มีชื่อเดิมว่า "ท่านผู้หญิงจัน" ท้าวศรีสุนทร เป็นน้องมีชื่อเดิมว่า "คุณมุก" ทั้งสอง เป็นบุตรีของจอมรั้งเจ้าเมืองถลาง





เกาะสิเหร่

เป็นพื้นที่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะภูเก็ต โดยมีคลองท่าจีนกั้นระหว่างเกาะกับแผ่นดินใหญ่ ซึ่ง อาจจะนับเป็นเกาะแยกออกมาหรือเป็นพื้นที่ของเกาะภูเก็ตก็ได้ เกาะสิเหร่อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ต ประมาณ 4 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 20 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ในพื้นที่ของตำบลรัษฎาในอำเภอเมือง ภูเก็ต

ศาลเจ้าจ้ยตุ่ย หรือ จุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง

เป็นศาลเจ้าจีนในจังหวัดภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ ซอยภูธร ถนนระนอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยความหมาย ของคำว่า จุ้ยตุ่ย จุ้ยแปลว่า น้ำ ตุ่ย แปลว่า ครกตำข้าว สมัยก่อนนั้น หน้าบริเวณศาลเจ้า เป็นคลอง กว้าง มีน้ำมาก ชาวบ้านจึงสร้างกังหันขึ้น เพื่อใช้กำลังจากน้ำมาตำข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้ว

กลุ่มนิทรรศการภายในอาคาร

กลุ่มนิทรรศการภายในอาคารพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่(พมร.)จัดนิทรรศการภายในโดยใช้ชื่อ เปิดลับแลม่านฟ้าเกาะพญามังกรทอง มีห้อง แสดงนิทรรศการใน "อังมอเหลา" (ตึกนายหัวเหมืองหรือบ้านเศรษฐี)ไปตามลำดับ คือ โปท้องหง่อก่ากี่ ชินวิถี อัญมณีนายหัวเหมือง เรืองดารากร(กำเนิด โลก กำเนิดแร่ธาตุ กำเนิดชีวิต กำเนิดคน คนใช้ไฟ คนใช้แร่ คน แสวงหาแร่) สายแร่แห่งชีวิต(เหมืองแล่น เหมืองครา เหมืองปล่อง เหมืองรู เหมืองอุโมงค์ เหมืองหาบ เหมืองสูบ เหมืองฉีด เหมืองเรือ ขุด) นิรมิตเล่นแร่แปรธาตุ ฉลาดนาวาชีวิต ลิขิตปรัชญ์สืบสานบัน ซ้านบางเหนียว(ร้านขนมจีน ร้านขายของชำ ร้านโกปีเตี๊ยม ร้านแป๊ะ อ๊านต๋อง(ร้านขายยาจีน) ร้านจักสาน) เก่วเกี้ยวในทู(อ๊าม งิ้ว หนังตะลุง) หลงผิดเสพ เทพาภรณ์ คฤหปตานินท์ บาบ๋าสินสมรส ฉายาบทนฤมิต ภาพกิจปฐมเหตุ และวรรณวิเศษปัญญภูมิ

ห้อง โปท้องหง่อก่ากี่ แสดงภาพอาคารชิโนโปรตุกีสสไตล์ ที่ได้รับอิทธิพลจากชนชาติในยุโรป (มี โปรตุเกส ฮอลันดา ฝรั่งเศสและอังกฤษ)ผสมกับประตูแบบจีน ที่มีประตู หน้าต่างและช่องลม เสมือนหนึ่ง ปาก ตาและคิ้วพญามังกร ส่วนคิ้วพญามังกรสร้างเป็นรูปทรงค้างคาวซึ่งเป็นสัตว์มงคลอย่างหนึ่งของชาว จีนฮกเกี้ยน หน้าประตูเป็นบริเวณสาธารณะที่เจ้าของบ้านพึงดูแลรักษา เรียกว่า หง่อก่ากี่ (อาเขด) มีรถ สองแถวตัวถังสร้างด้วยไม้ ชาวภูเก็จชาวในทูเรียกว่ารถ โปท้อง

ห้อง ชินวิถี เป็นส่วนรับแขกของ อังมอเหลา มีโต๊ะมุกเป็นที่นั่งรับน้ำชาจากเจ้าของบ้าน มีฉากลับแล ลวดลายต้นและดอกโบตั๋น

ห้อง อัญมณีนายหัวเหมือง แสดงนิทรรศการอันเป็นสมบัติของนายหัวเหมืองที่ได้เก็บสะสมวัตถุสิ่งละอัน พันละน้อยไว้อวดแขก เช่นดวงตราไปรษณียากรดวงแรกของประเทศไทย แหวนทองหัวแหวนเพชรภูเก็จ ประดับดีบุก เพชรพังงาที่ได้จากแหล่งลานแร่ในจังหวัดพังงา เงินตราของไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยที่ใช้ หอยเบี้ย แทนเงินตรา ปึกดีบุก รูปร่างทรงขนมครกเป็นเงินตราของเมืองถลาง เงินพดด้วง และพัฒนาการ มาเป็นธนบัตรในสมัยรัชกาลที่ ๕ เงินเหรียญต่าง ๆ และเงินตราของประเทศเพื่อนบ้าน เครื่องมือกระเทาะ หินที่มนุษย์ได้ใช้เมื่อ ๒.๕ ล้านปีที่แล้วอันเป็นจุดเริ่มของการมีวัฒนธรรมของมนุษยชาติยุคหินขวานหินที่ พัฒนาได้สวยงามและประณีต จนมนุษย์สามารถใช้ดีบุกหลอมกับทองแดงเป็นสัมฤทธิ์เมื่อ ๕,๐๐๐ ปีที่ แล้วและใช้เหล็กแทน เครื่องมือหินเมื่อ ๔,๐๐๐ ปีที่แล้ว นอกจากนี้ นายหัวเหมืองสนใจที่จะเก็บสะสม ซากบรรพชีวิน(ฟอสซิล) เช่นฟันไดโนเสาร์ บรรพชีวินปูและหอยสองฝา อายุ ๔๘๘ ล้านปี เกล็ดปลา พุทธบุตรเอนสิส อายุ ๖๕ ล้านปีช่วงที่ไดโนเสาร์กำลังจะสูญพันธุ์ บรรพชีวินแอมโมไนต์จาก เทือกเขา หิมาลัย(ประเทศเนปาล) สะเก็ดดาว(อุกกาบาต) วัตถุมงคล เช่น จตุคามรามเทพ เจ้าแม่กวนอิม บนไม้ จันทน์หอมขนาดพระพักตร์เท่าเมล็ดข้าวสารฝีมือประติมากรอายุ ๖๕ ปีที่ใช้เข็มเย็บผ้าเป็นสิ่วและ มีดใน การแกะสลัก งาช้างตราประทับ"[มณฑลภูเก็จ]" เป็นหลักฐานการใช้ ภูเก็จ หมายถึงภูเขาแก้วมาตั้งแต่ สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ วัตถุมงคลที่สร้างจากดีบุก ทั้งนี้ สรรพวัตถุอันเป็นทรัพย์สินของนายหัวเหมือง ทั้งหมดเหล่านี้ต่างมาจากการทำเหมือง เช่น ทองคำมาจากเหมืองทอง ดีบุกมาจากเหมืองแร่ดีบุก เป็นต้น อันเป็นแนวคิดส่งผลต่อไปว่าวัตถุเหล่านี้นั้นต่างมาจากห้องเรืองดารากร

ห้อง เรืองดารากร เป็นห้องนิทรรศการแสดงกำเนิดดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ รวมทั้งโลกที่ เย็นตัวลงมีผิวพื้นเป็นมหาสมุทรและพื้นทวีปเมื่อ ๔,๕๖๐ ล้านปีที่แล้ว ลูกโลกจำลองให้เห็นเส้นทางการ อพยพของชาวจีนจากมณฑลฮกเกี้ยน เมื่อ ๑๕๐ ปีที่แล้วผ่านทะเลจีนใต้ อ้อมสิงคโปร์ มะละกา ปีนัง และเข้าสู่อ่าวภูเก็จด้วยเพียงเสื่อผืนหมอนใบมาเป็นกุลีในเหมืองหาบ แหลมสุมาตราที่เคยเกิดภัยสึนามิ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ สาเหตุการเกิดภัยพิบัติไม่ว่าแผ่นดินไหว สึนามิและการเคลื่อนที่ ของทวีปเป็นเพราะภายใต้เปลือกโลกยังคงเป็นหินหนืดเคลื่อนที่อยู่ในส่วนที่เป็นเนื้อโลก จึงเป็นสาเหตุ ของการเปลี่ยนแปลงสรรพสิ่งโดยตรงต่อพื้นผิวโลก คือ แผ่นดินไหว สึนามิ ภูเขาไฟระเบิดพ่นควัน และ ลาวา เกิดหินอัคนี ผ่านกาลเวลาอันยาวนาน สึกกร่อนเป็นหินตะกอนหรือแปรเปลี่ยนเป็นหินแปร ซึ่งหิน เหล่านี้ คือ ก้อนแร่ธาตุทั้งที่เป็นแร่ธาตุเดี่ยวและผลรวมของหลายแร่ธาตุ ปรากฏเป็นสสารมีสถานะเป็น ของแข็งซึ่งพร้อมที่จะสลายตัวหรือแตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็กลง เช่นควอร์ตแตกตัวเป็นทรายและ ทรายแป้ง หินฟันม้าแตกตัวเป็นดินและดินเหนียว แตกตัวหรือผสมกับธาตุอื่นมีสถานะเป็นของแข็ง ของ เหลวและก๊าซ แยกตัวหรืออยู่รวมกับแร่ที่คงสถานะเป็นของแข็ง เช่นทองคำ เงิน ดีบุก เหล็ก ฯลฯ เมื่องแร่เหล่านี้มีปริมาณมากก็จะปรากฏเป็นแหล่งลานแร่

หน้า 1 l 2

 
Customer Service

ราคาถูกที่สุด
ยืนยันการจองทันที
มีโรงแรมทั่วโลกกว่า 85,000 แห่ง
พนักงานบริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
Last minute booking
Top Destination
เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน กรุงเทพฯ พัทยา ระยอง หัวหิน ชะอำ ภูเก็ต เกาะสมุย กระบี่
 
Travel Directory วิธีการจองห้อง - Booking Guide Thailand Tours Thailand Hotels About Us Home Compare Hotels - ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา เปรียบเทียบราคาโรงแรม เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอนกรุงเทพฯ พัทยา ระยอง หัวหินชะอำ ภูเก็ต เกาะสมุยกระบี่