ทัวร์ไทย จองทัวร์ โรงแรม ห้องพัก รีสอร์ท ราคาพิเศษ : Thailand Travel - Cheap Thailand Hotel Rooms and Tours
ทัีวร์ไทย ไทยเที่ยวไทย - ข้อมูลท่องเที่ยว จองทัีวร์ โรงแรม รีสอร์ท ราคาพิเศษ
Thailand Hotel Booking : Package Tours and Travel Guide : English Version English Version
   
 
Popular Destination in Thailand
ข้อมูลทั่วไป
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
กิจกรรมท่องเที่ยว
การเดินทาง
ร้านอาหาร
สินค้า ของฝาก
งานประเพณีและเทศกาล
แผนที่

Popular Destination in Thailand
เชียงใหม่
เชียงราย
แม่ฮ่องสอน
กรุงเทพฯ
กาญจนบุรี
หัวหิน
ชะิอำ
ขอนแก่น
เลย
นครราชสีมา
ศรีสะเกษ
สุรินทร์
อุบลราชธานี
อุดรธานี
พัทยา
ระยอง เกาะเสม็ด
ตราด เกาะช้าง
กระบี่ เกาะพีพี เกาะลันตา
ภูเก็ต
เกาะสมุย
เกาะเต่า เกาะพงัน
พังงา เขาหลัก
 

แหล่งท่องเที่ยวที่ศรีสะเกษ - Sisaket Attractions

สวนเงาะ-ทุเรียน บ้านซำตารมย์

สวนเงาะ-ทุเรียน บ้านซำตารมยเนื่องจากจังหวัดศรีสะเกษ มีเทือกเขาพนมดงรักเป็นแนวกั้นพรมแดน ระหว่างไทย-กัมพูชา เลยทำให้บริเวณชายแดนมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นอย่างยิ่ง โดยสิบกว่าปีก่อนเกษตรกรในพื้นที่ชายแดนได้ทดลอง นำผลไม้ชึ้นชื่อของภาค ตะวันออก เช่น เงาะ ทุเรียน มังคุด ฯลฯ มา ปลูกในพื้นที่ปรากฎว่าผลไม้เหล่านี้เจริญงอกงาม และให้ผลผลิตเป็น ที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสวนเงาะ- ทุเรียน ที่บ้านซำตารมย์ มีพื้นที่ปลูกผลไม้ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

กิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เที่ยวชมและชิมผลไม้ภายในสวนของ เกษตกร และเลือกซื้อผลผลิตเป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

สวนผลไม้ตั้งอยู่ที่บ้านซำตารมย์ ตำบลตระการ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ การเดินทางใช้เส้น ทางหลวงหมายเลข 221 และ 24 ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 60 ก.ม. ช่วงเวลาที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ค่าเข้าชมสวนและชิมผลไม้คนละ 50 บาท

สนใจข้อมูลเพื่มเติมติดต่อ สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ โทร 0 4561 2511, 0 4561 1397 สำนัก พัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ โทร 0 4561 1645 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุรินทร์ โทร 0 4451 8152

ปราสาทวัดสระำกำแพงน้อย

ตั้งอยู่ที่บ้านกลาง ตำบลขยง ห่างจากตัวจังหวัด 8.7 กิโลเมตร อยู่ด้านขวามือติดเส้นทางสายศรีสะเกษ- อุทุพรพิสัย (ทางหลวง 226) ปราสาทหินสระกำแพงน้อยประกอบด้วยปรางค์และวิหารก่อด้วยศิลาแลง ด้านหน้าปรางค์มีสระน้ำใหญ่ ทั้งปรางค์ วิหาร และสระน้ำล้วนล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง เคยมีทับหลัง ประตูสลักเป็นพระวรุณเทพเจ้าแห่งฝนประทับบนแท่นมีหงส์แบก 3 ตัว อยู่เหนือเศียรเกียรติมุขเป็นศิลปะ แบบบาปวนมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 สันนิษฐานว่าปราสาทหินแห่งนี้เดิมเป็นศาสนสถานมาก่อนแล้ว ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 18 รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อาจมีการบูรณะหรือสร้างเพิ่มเติมขึ้นใหม่ สังเกตได้จากมีสถาปัตยกรรมแบบบายนอยู่ด้วยสิ่งก่อสร้างดังกล่าวเรียกกันในสมัยนั้นว่า “อโรคยาศาล” หมายถึง สถานพยาบาล หรือสุขศาลาประจำชุมชนนั่นเอง

การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 8 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 226 (สายศรีสะเกษ-อุทุม พรพิสัย)  อยู่ด้านขวา

น้ำตกห้วยจันทร์ (น้ำตกกันทรอม)

อยู่ห่างจากอำเภอขุนหาญ 24 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด 85 กิโลเมตร ริมทางหลวงหมายเลข 2236 เส้นทางกันทรอม-บ้านสำโรงเกียรติ เป็นน้ำตกที่สวยงามไหลลดหลั่นมาตามชั้นหิน มีน้ำมากในช่วงเดือน กันยายน-กุมภาพันธ์ บริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ

ปราสาทตำหนักไทร (ปราสาททามจาน)

อยู่ที่บ้านตำหนักไทร ตำบลบักดอง ริมทางหลวงหมายเลข 2127 (ขุนหาญ-บ้านสำโรงเกียรติ) ห่างจาก อำเภอขุนหาญ 20 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด 81 กิโลเมตรปราสาทตำหนักไทร เป็นปราสาทอิฐหลัง เดียวบนฐานศิลาทราย พื้นที่รอบๆ มีการปรับสภาพจนราบเรียบ ปราสาทก่อด้วยอิฐเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ขนาดกว้าง-ยาว 4 เมตร ย่อมุมไม้สิบสอง มีประตูเข้าออกได้ด้านเดียว คือ ด้านทิศตะวันออก ซึ่งเป็นด้าน หน้า อีก 3 ด้าน เป็นประตูหลอก คือ สลักเป็นรูปบานประตูลงเนื้ออิฐ บริเวณทางเข้ามีสิงห์จำหลักสองตัว ด้านหน้ากรอบประตูเป็นหินทราย เดิมเคยมีทับหลังเป็นภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ มีพระชายาลักษมี นั่งอยู่ที่ปลายพระบาท และมีพระพรหมผุดมาจากพระนาภี สองข้างพระพรหมเป็นรูปฤาษีและบุคคลนั่งใน ซุ้มเรือนแก้ว ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ปราสาทตำนักไทรเป็นเทวาลัยใน ศาสนาพราหมณ์ อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16-17

การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข 2127 (ขุนหาญ-บ้านสำโรงเกียรติ) ห่างจากอำเภอขุนหาญ 20 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด 81 กิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาพระวิหาร มีเนื้อที่ประมาณ 130 ตารางกิโลเมตรครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัด คือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และกิ่งอำเภอน้ำขุ่น กับอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานีได้รับ การประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 83 ของประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2541 สภาพภูมิ ประเทศทั่วไปส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาตามแนวทิวเขาพนมดงรักกั้น ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ปกคลุม ด้วยป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าจำนวนมากที่อาศัย หากินข้ามไปมาในผืนป่าระหว่างสอง ประเทศได้แก่ หมูป่า กวาง เก้ง กระต่าย กระรอก ชะนี ชะมด เป็นต้น อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารยังมีแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้

อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารผามออีแดง เป็นหน้าผาสูง 500 เมตร แบ่งเขตแดนไทย-กัมพูชาเป็น หน้าผาหินสีแดงที่มองเห็นทัศนียภาพของดินแดน เขมรต่ำได้กว้าง ไกลสุดตา และจากจุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นปราสาทเขา พระวิหารได้นับเป็นจุดชมวิวในมุมสูงที่สวยงามแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ในช่วงฤดูฝนจะปรากฏทะเลเมฆที่ไหลมาจากที่ราบ แผ่นดินเขมรต่ำ มาปะทะหน้าผาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ไปเยือนผามออีแดงใน ฤดูนี้จะ ได้มีโอกาส อาบเมฆอย่างแสนประทับใจ

ภาพสลักนูนต่ำ รูปแกะสลักโบราณ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้หน้าผามานับ พันปี อยู่ทางทิศใต้ของผามออีแดง มีบันไดให้ลงไปชมได้สะดวกเป็นภาพเทพสามองค์เชื่อว่าเป็นที่ซ้อม มือของช่างในการแกะสลักก่อนเริ่มการแกะสลักจริงที่ปราสาทเขาพระวิหาร

สถูปคู่ ชาวบ้านเรียกว่าพระธาตุ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของผามออีแดง ตัวสถูปทำจากหินทรายตัดเป็น รูปทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ด้านบนกลมมนตั้งอยู่คู่กัน ข้างในเป็นโพรงบรรจุสิ่งของ เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ แห่งความอุดมสมบูรณ์ของสมัยนั้น

ปราสาทโดนตวล สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 15-16 อยู่บริเวณบ้านภูมิซรอล เป็นปราสาทหินแบบขอม ตั้งอยู่ในเขตประเทศไทยห่างจากหน้าผาชายแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 300 เมตร มีตำนานเล่าว่านาม นมใหญ๋ (เนียงเดาะทม) ได้แวะพักที่แห่งนี้ในขณะที่เดินทางไปเฝ้ากษัตริย์พระองค์หนึ่ง แหล่งตัดหินเขา พระวิหาร เป็นร่องรอยการตัดหินเป็นก้อนสี่เหลี่ยมเพื่อนำไปสร้างปราสาทเขาพระวิหาร บนลานหินทราย ของเทือกเขาพนมดงรัก ในเขตอุทยานฯ ค้นพบที่บริเวณลานหินผามออีแดง สถูปคู่ และบารายสระตราว

น้ำตกและถ้ำขุนศรี น้ำตกอยู่เหนือถ้ำขุนศรีสูง 3 ชั้น ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของสระตราวใกล้เส้นทาง เดินขึ้นปราสาทเขาพระวิหาร ส่วนถ้ำขุนศรีมีขนาดกว้างเชื่อกันว่า เป็นที่พักของขุนศรี ขณะมาควบคุมการ ตัดหินบริเวณสระตราวเพื่อใช้สร้างปราสาทเขาพระวิหาร

เขื่อนห้วยขนุน เป็นอ่างเก็บน้ำชลประทานและเป็นที่ตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานฯเขื่อนห้วยขนุน ห่างจาก ที่ทำการอุทยานฯประมาณ 15 กิโลเมตร มีทิวทัศน์สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนเที่ยวชมธรรมชาติ และ เข้าค่ายกางเต็นท์พักแรม

เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ที่แนะนำมีสองเส้นทาง ได้แก่ เส้นทางผามออีแดง-สระตราว มีพรรณไม้ที่น่า สนใจมากมายอาทิ พืชสมุนไพร กล้วยไม้ และดอกหญ้าบนลานหินช่วงปลายฝนต้นหนาว เส้นทางศึกษา ธรรมชาติกล้วยไม้เขาพระวิหาร ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีกล้วยไม้หลากหลายชนิด โดยเฉพาะ เอื้องระฟ้า กล้วยไม้เฉพาะถิ่น เป็นพืชเด่นที่พบมากในอุทยานฯ

ช่องอานม้า เป็นจุดผ่อนปรนในการค้าขายและผ่านแดนระหว่างไทย-กัมพูชา อยู่ที่ตำบลโซง อำเภอ น้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเฉพาะวันอังคารและวันพฤหัสบดี

การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงสระบุรี เลี้ยวขวาสู่ทางหลวงหมาย เลข 2 (มิตรภาพ) ก่อนถึงอำเภอสีคิ้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 24 ผ่านอำเภอปักธงชัย อำเภอ สังขะและอำเภอขุขันธ์ ถึงสี่แยกตัดกับทางหลวงหมายเลข 221 เลี้ยวขวาเข้าสู่อำเภอกันทรลักษ์ แล้วต่อ ไปยังที่ทำการอุทยานฯ หรือ จากจังหวัดอุบลราชธานี ใช้ทางหลวงหมายเลข 2178 และ 221 ผ่านอำเภอ วารินชำราบ อำเภอสำโรง อำเภอเบญจลักษ์ และอำเภอกันทรลักษ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยว กับที่พักและสถานที่กางเต็นท์ได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร 0 9522 4265, 0 1224 0779 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760 www.dnp.go.th 

หมายเหตุ  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ปิดการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2551 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

ปราสาทเขาพระวิหาร

ปราสาทเขาพระวิหารตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรักในเขตประเทศกัมพูชา บริเวณที่ติดกับ ผามออีแดงของประเทศไทย โดยตัวปราสาทหันหน้ามายังด้านที่ติด กับประเทศไทย ดังนั้น การเข้าชมปราสาทในทางบกจึงต้องใช้เส้น ทางที่ผ่านผามออีแดงของประเทศไทยเท่านั้น ปราสาทเขาพระวิหาร จึงเป็นเทวสถานขนาดใหญ่มีความยาว 900 ม. ประกอบด้วยปราสาท 4 ชั้น แต่ละชั้นตั้งอยู่บนแนวเขาที่เป็นเนินสูงลดหลั่นกันขึ้นไปตามแต่ ลำดับทั้ง 4 ชั้น ทางเดินระหว่างชั้นของปราสาทได้อาศัยแผ่นศิลาบน ผิวพื้นภูเขา นั้น เป็นแนวถนนและขั้นบันได โดยตกแต่งให้มีระดับต่อ เนื่องจนถึงยอดสูงสุดเป็นที่ตั้งของปราสาทชั้นที่ 4 เป็นปราสาทองค์ ประธานอยู่ชิดกับหน้าผา สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 657 เมตรจากหลักฐานที่ปรากฏในจารึกแสดง ว่าเขาพระวิหารแห่งนี้เป็นศิวะสถานสร้างขึ้นในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 15 และต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 16 –17 ก็ได้มีการสร้างเสริมเพิ่มเติมโดยลำดับจนสำเร็จในรัชกาลพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ให้บันทึกคำ ประกาศของทางราชการไว้บนแผ่นศิลาจารึกด้วย

ปราสาทเขาพระวิหารแห่งนี้เดิมเคยอยู่ในความปกครองดูแลของไทย และกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียน เป็นโบราณสถาน ประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2483 ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 เป็นต้นมาได้เปลี่ยนไปอยู่ภายใต้การปกครองดูแลของประเทศกัมพูชาสืบมาจน ถึงปัจจุบัน

การเข้าชมปราสาทเขาพระวิหาร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารที่อยู่ใน เขตแดนไทย โดยคนไทยเสียค่าธรรมเนียมการเข้าอุทยานคนละ 20 บาท ชาวต่างประเทศ 200 บาท และค่าผ่านแดนออกนอกประเทศคนละ 5 บาท เมื่อจะเข้าชมปราสาทเขาพระวิหาร กัมพูชาเก็บค่าธรรม เนียมชาวไทยคนละ 50 บาท ชาวต่างประเทศคนละ 200 บาท

หมายเหตุ - ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2550จังหวัดศรีสะเกษได้มีประกาศแจ้งปิดเส้นทางเข้าชมปราสาทเขา พระวิหาร(ผั่งกัมพูชา) ทั้งนี้ยังสามารถเดินทางไปชมผามออีแดงได้เป็นปกติ ก่อนเข้าชมกรุณาสอบถาม ข้อมูลการ เปิดปิดเส้นทางเข้าชม ที่ ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ โทร. 0 4561 2545

ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่

ปราสาทวัดสระกำแพงใหญอยู่ที่บ้านกำแพงใหญ่ ตำบลสระกำแพงใหญ่ ริมทางหลวงหมายเลข 226 ห่างจากจังหวัด 26 กิโลเมตรห่างจากตัวอำเภอ 2 กิโลเมตร เป็น ปราสาทขอมที่มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัดลักษณะเป็น ปรางค์ 3 องค์บนฐานเดียวกันเรียงกันในแนวทิศเหนือ-ใต้หันหน้าไป ทางทิศตะวันออก ปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง ก่อด้วยหินทรายมีอิฐ แซมบางส่วน ทับหลังจำหลักภาพพระอินทร์ทรงช้างบนแท่นเหนือ หน้ากาล ส่วนปรางค์อีก 2 องค์ เป็นปรางค์อิฐ มีส่วนประกอบตกแต่ง ที่เป็นหินทราย เช่น ทับหลัง กรอบหน้าบัน และกรอบเสาประตูด้าน หลังปรางค์องค์ทิศใต้มีปรางค์ก่ออิฐอีก 1 องค์ ด้านหน้ามีวิหารก่ออิฐ 2 หลัง ล้อมรอบด้วยระเบียงคตก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย มีโคปุระหรือประตูซุ้มทั้ง 4 ทิศ ส่วนวิหารที่ ก่อด้วยอิฐอยู่ทางด้านทิศเหนือมีทับหลังสลักภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์อยู่เหนือพระยาอนันตนาคราช ท่ามกลางเกษียรสมุทร และที่วิหารก่ออิฐทางด้านทิศใต้มีทับหลังรูปพระอิศวรกับพระอุมาประทับนั่งเหนือ นนทิปัจจุบันปราสาท แห่งนี้อยู่ในความดูแลของกองโบราณคดี กรมศิลปากร และได้มีการขุดค้นพบ โบราณวัตถุจำนวนมาก เช่นทับหลังจำหลักภาพศิวะนาฏราช, พระกฤษณะยกเขาโควรรธนะและยังพบ พระพุทธรูปนาคปรก, พระพุทธรูปปางสมาธิ, พระพิมพ์ดินเผา ฯลฯ จากหลักฐานลวดลายที่ปรากฏบนหน้า บันทับหลัง และโบราณวัตถุต่างๆ โดยเฉพาะจารึกที่หลืบประตูปราสาทสระกำแพงใหญ่ สรุปได้ว่าปราสาท แห่งนี้สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16 ตรงกับศิลปะขอมแบบบาปวน เพื่อเป็นเทวาลัยถวายแด่พระศิวะ และเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 ได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นวัดในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน

การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 226 ห่างจากตัวจังหวัด 26  กิโลเมตรและห่างจากตัวอำเภอ 2 กิโลเมตร

ปราสาทโดนตวล

อยู่ที่บ้านภูมิซรอล ตำบลบึงมะลูห่างจากหมู่บ้าน 8 กิโลเมตรห่างจากตัวอำเภอ 38 กิโลเมตร ตามเส้นทาง อำเภอกันทรลักษ์-ผามออีแดง เป็นปราสามขอมโบราณขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาสูง บนเทือกเขาพนม ดงรัก ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา ประกอบด้วยปรางค์รูปสี่เหลี่ยมย่อมุม ก่อด้วยอิฐ ซุ้มประตูก่อด้วยศิลา และมีรูปสิงโตจำหลักอยู่หน้าปราสาท

ปราสาทตาเล็ง

อยู่ที่หมู่ 6 บ้านปราสาท ตำบลกันทรารมย์ การเดินทางจากจังหวัดศรีสะเกษ ตามทางหลวงสาย 220 จน ถึงอำเภอขุขันธ์เลี้ยวขวาผ่านสถานีตำรวจไป 3 ก.ม. ถึงสามแยกเลี้ยวซ้าย 300 ม. แล้วเลี้ยวขวาตรงไป อีกประมาณ 8 ก.ม. จนถึงบ้านปราสาท แล้วเลี้ยวขวาอีกครั้ง ปราสาทตั้งอยู่ด้านขวามือ ปราสาทตาเล็ง ลักษณะเป็นปรางค์องค์เดียวตั้งอยู่บนฐานองค์ปรางค์มีผังเป็น รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสองหันหน้า ไปทางทิศตะวันออก ปัจจุบันเหลือเพียงผนังด้านหน้าและผนังด้านข้างบางส่วน มีประตูเข้าได้เพียงประตู เดียวด้านหน้า อีกสามด้านเป็นประตูหลอก ที่สำคัญ คือ เสาติดผนังของประตูหน้าทั้งสองข้างยังคงมีลวด ลายก้านขดสลักเต็มแผ่นอย่างสวยงาม สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16–17นอกจากนี้บนพื้นรอบๆ ยังมี ทับหลังวางอยู่หลายชิ้น ชิ้นหนึ่งวางอยู่หน้าประตูด้านทิศเหนือ สลักเป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างในซุ้มเรือน แก้วเหนือหน้ากาล ซึ่งคายท่อนพวงมาลัยออกมาจากปากและยึดท่อนพวงมาลัยนั้นไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ทับหลังชิ้นอื่นๆ ลักษณะคล้ายกัน ทับหลังชิ้นหนึ่งมีแนวภาพตอนบนสลักเป็นรูปฤาษีนั่งเรียงกันในท่า สมาธิ 7 ตอน จากลักษณะทางสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมที่ปรากฏกล่าวได้ว่าปราสาทตาเล็งสร้างขึ้น ในศิลปะขอมแบบบาปวน ซึ่งมีอายุราว พ.ศ. 1560–1630 

การเดินทาง จากจังหวัดศรีสะเกษ ตามทางหลวงหมายเลข 220 จนถึงอำเภอขุขันธ์เลี้ยวขวาผ่านสถานี ตำรวจไป 3 กิโลเมตร ถึงสามแยกเลี้ยวซ้าย 300 เมตร แล้วเลี้ยวขวาตรงไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร จน ถึงบ้านปราสาท แล้วเลี้ยวขวาอีกครั้ง ปราสาทตั้งอยู่ด้านขวามือ

เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่น้ำตกภูละออ

อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ตำบลเสาธงชัย การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 221 (กัน ทรลักษ์-ผามออีแดง) ระยะทางประมาณ 23 กิโลเมตร ถึงบ้านภูมิซรอล-น้ำตกสำโรงเกียรติ ประมาณ 8 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายสู่น้ำตกภูละอออีก 2.5 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย

น้ำตกภูละออ เป็นน้ำตกขนาดเล็กจะสวยงามในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์เป็นทางเดินท้าวจากบริเวณ ลานจอด รถถึงน้ำตกในระยะทางไป-กลับประมาณ 4 กิโลเมตร ได้รับการพัฒนาให้เป็นเส้นทางที่ให้ความ รู้เรื่องพืชพันธุ์และสภาพภูมิประเทศ ซึ่งเหมาะแก่การท่องเที่ยวในลักษณะเดินป่าศึกษาธรรมชาติ


พระธาตุเรืองรอง
พระธาตุเรืองรอง

ตั้งอยู่ที่บ้านสร้างเรือง ตำบลหญ้าปล้อง ห่างจากเมืองไปตามทางหลวงหมาย เลข 2373 สายศรีสะเกษ-ยางชุมน้อย ประมาณ 7.5 กิโลเมตร เป็นพระธาตุที่ สร้างขึ้นโดยผสมศิลปอีสานใต้สี่เผ่าไทย ได้แก่ ลาว ส่วย เขมร เยอ มีความ สวยงามและเป็นเอกลักษณ์อย่างลงตัว พระธาตุมีความสูง 49 เมตร แบ่งออก เป็น 6 ชั้น ชั้นที่ 1 ใช้สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา ชั้นที่ 2-3 เป็นพิพิธภัณฑ์ พื้นบ้านสี่เผ่าไทย ชั้นที่ 4 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ ชั้นที่ 5 ใช้ สำหรับการทำสมาธิ และชั้นที่ 6 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและเป็น ที่ชมทัศนียภาพของพื้นที่โดยรอบ

น้ำตกสำโรงเกียรติ (น้ำตกปีศาจ)

ตั้งอยู่ที่บ้านสำโรงเกียรติ มีต้นกำเนิดจากภูเขากันทุง ในเทือกเขาบรรทัด เป็นน้ำตกขนาดกลาง ตกจาก หน้าผาสูง 8 เมตร มีน้ำมากในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ เหนือน้ำตกเป็นธารน้ำไหลไปตามลานหินจะ มีความสวยงามในฤดูฝน การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2111 เมื่อถึงเขตอำเภอขุนหาญ มีทาง แยกเข้าไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด 81 กิโลเมตร

ปราสาทปรางค์กู่

อยู่ที่บ้านกู่ อยู่ห่างจากศรีสะเกษเป็นระยะทาง ประมาณ 70 กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้าถึงได้สองเส้น ทาง คือ ใช้เส้นทางศรีสะเกษ-สุรินทร์ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวง 2234 หรือใช้เส้นทางศรีสะเกษ-ขุขันธ์ แล้วแยกขวาเข้าเส้นทาง 2167 ปรางค์กู่อยู่ห่างจากตัวอำเภอ 10 กิโลเมตร ปรางค์องค์นี้สร้างด้วยอิฐเรียง แผ่นโตๆ เหมือนปราสาทศรีขรภูมิที่จังหวัดสุรินทร์ซึ่งเป็นศาสนสถานสมัยขอมที่เก่าแก่มาก มีอายุกว่าพัน ปีมาแล้ว ด้านหน้าปรางค์กู่มีสระน้ำขนาดใหญ่ เป็นทำเลพักหากินของนกเป็ดน้ำ ซึ่งมีมากในช่วงฤดูแล้ง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป

วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด) วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด)

อยู่ในเขตสุขาภิบาลสิ่งปลูกสร้างภายในตกแต่งด้วยขวดแก้วหลากสีหลายแบบ นับล้านใบที่ชาวบ้านได้ช่วยกันบริจาค เป็นวัดที่มีลักษณะสวยงามแปลกตาโดย เฉพาะศาลาใหญ่ที่เรียกว่า " ศาลาฐานสโม มหาเจดีย์แก้ว" และนอกจากนี้ยังมี สิม (โบสถ์) อยู่ท่ามกลางน้ำภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหยกขาว ซึ่งมี ความวิจิตรงดงามมาก

การเดินทาง จากศรีสะเกษไปอำเภอขุนหาญใช้ทางหลวงหมายเลข 211 และ 2111 ผ่านอำเภอพยุห์ อำเภอไพรบึงไปขุนหาญระยะทางประมาณ 61 กิโลเมตร

สวนสมเด็จศรีนครินทร์

อยู่ในวิทยาลัยเกษตรกรรม จังหวัดศรีสะเกษ ถนนกสิกรรม ตำบลหนองครก ห่างจากศาลากลางจังหวัด ประมาณ 2 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 237 ไร่ ลักษณะเป็นสวนป่าในเขตเมือง มีต้นลำดวนขึ้นอยู่หนาแน่นเป็นดง ใหญ่จำนวนกว่าสี่หมื่นต้นเหมาะแก่การทัศนศึกษาในเชิงพฤกษศาสตร์ ต้นลำดวนซึ่งเป็นพันธุ์ไม้หอมนี้จะ ผลิดอกหอมอบอวลไปทั่วในราวเดือนมีนาคมของทุกปี และเนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้มีความเกี่ยวพันกับชื่อ ศรีนครลำดวน ในอดีตจึงได้นำเอาต้นลำดวนมาเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด

นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมีสวนสัตว์ และสวนสาธารณะตกแต่งสวยงามร่มรื่นเป็นแหล่งพักผ่อนของประชาชน ทั่วไป มีบึงน้ำสำหรับพายเรือเล่นและพักผ่อนหย่อนใจ

ปราสาทบ้านปราสาท (ปราสาทห้วยทับทัน)

ปราสาทบ้านปราสาท (ปราสาทห้วยทับทัน)ตั้งอยู่ที่บ้านกำแพงใหญ่ ตำบลสระกำแพงใหญ่ ริมทางหลวงหมาย เลข 226 ห่างจากจังหวัด 26 กิโลเมตรห่างจากตัวอำเภอ 2 กิโลเมตร เป็นปราสาทขอมที่มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัดลักษณะ เป็นปรางค์ 3 องค์บนฐานเดียวกันเรียงกันในแนวทิศเหนือ-ใต้หันหน้า ไปทางทิศตะวันออก ปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง ก่อด้วยหินทราย มี อิฐแซม ส่วนมีทับหลังจำหลักภาพพระอินทร์ทรงช้างบนแท่นเหนือ หน้ากาล ส่วนปรางค์อีก 2 องค์ เป็นปรางค์อิฐ มีส่วนประกอบตกแต่ง ที่เป็นหินทราย เช่น ทับหลัง กรอบหน้าบันและกรอบเสาประตู ด้าน หลังปรางค์องค์ทิศใต้มีปรางค์ก่ออิฐอีก 1 องค์ ด้านหน้ามีวิหารก่ออิฐ 2 หลัง ล้อมรอบด้วยระเบียงคตก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย มีโคปุระหรือประตูซุ้มทั้ง 4 ทิศ ส่วนวิหารที่ ก่อด้วยอิฐอยู่ทางด้านทิศเหนือมีทับหลังสลักภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์อยู่เหนือพระยาอนันตนาคราช ท่ามกลางเกษียรสมุทร และที่วิหารก่ออิฐทางด้านทิศใต้มีทับหลังรูปพระอิศวรกับพระอุมาประทับนั่งเหนือ นนทิปัจจุบันปราสาทนี้อยู่ในความดูแลของกองโบราณคดี กรมศิลปากร และได้มีการขุดค้นพบโบราณ วัตถุจำนวนมาก เช่น ทับหลังจำหลักภาพศิวะนาฏราช, พระกฤษณะยกเขาโควรรธนะและยังพบพระพุทธ รูปนาคปรก, พระพุทธรูปปางสมาธิ, พระพิมพ์ดินเผา ฯลฯ จากหลักฐานลวดลายที่ปรากฏบนหน้าบัน ทับ หลัง และโบราณวัตถุต่างๆ โดยเฉพาะจารึกที่หลืบประตูปราสาทสระกำแพงใหญ่ สรุปได้ว่าปราสาทแห่งนี้ สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16 ตรงกับศิลปะขอมแบบบาปวน เพื่อเป็นเทวาลัยถวายแด่พระศิวะและ เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 ได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นวัดในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน

การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 226 ห่างจากตัวจังหวัด 26  กิโลเมตรและห่างจากตัวอำเภอ 2 กิโลเมตร

วัดมหาพุทธาราม

อยู่ใจกลางเมืองศรีสะเกษ มีวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองและเป็นที่เคารพสักการะ ของชาวศรีสะเกษ “ หลวงพ่อโต ” เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย มีความสูงจากฐานถึงยอดเกศ 6.85 เมตร หน้าตักกว้าง 3.50 เมตร

ปราสาทบ้านสมอ

ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 บ้านทามจาน ตำบลสมอ ห่างจากตัวจังหวัดไปตามทางหลวงหมายเลข 220 และ 2167 ประมาณ 52 กิโลเมตร ก่อนถึงตัวอำเภอประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นปราสาทขอมโบราณขนาดเล็ก ภายใน ขององค์ปรางค์มีรูปประติมากรรมจำหลัก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 18

เส้นทางเที่ยวชมสวนชิมผลไม้ศรีสะเกษ

ห่างจากอำเภอกันทรลักษ์ประมาณ 5 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 226 (กันทรลักษ์-ผามออีแดง) ทางด้านขวามือมีเส้นทางที่ตัดผ่านหมู่บ้านทุ่งใหญ่ บ้านทุ่งสว่าง บ้านร่องตาชุน บ้านชำม่วงและบ้านหนอง เก่า รวมระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร (ทางลาดยางประมาณ 16 กิโลเมตร) นับเป็นแหล่งสวนเกษตร- สวนผลไม้ ที่สำคัญของจังหวัดศรีสะเกษที่ให้ผลผลิตหลากหลายประเภท เช่น เงาะ ทุเรียน ลองกอง มังคุด สะตอ และยางพารา เป็นต้น ในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปีสวนเกษตรดังกล่าวจะมีผลผลิตออกสู่ ตลาดและเป็นช่วงที่เหมาะแก่ การเดินทางท่องเที่ยวในลักษณะชมสวนชิมผลไม้ และซื้อผลผลิตจากสวน โดยตรง ซึ่งสวนเกษตรที่น่าสนใจ ได้แก่ สวนเงาะบ้านชำม่วง สวนทุเรียน บ้านซำขี้เหล็ก และสวนสะตอ สวนมะม่วงนอกฤดูบ้านหนองเก่า

หน้า 1 l 1

 
Customer Service

ราคาถูกที่สุด
ยืนยันการจองทันที
มีโรงแรมทั่วโลกกว่า 85,000 แห่ง
พนักงานบริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
Last minute booking
Top Destination
 
Travel Directory วิธีการจองห้อง - Booking Guide Thailand Tours Thailand Hotels About Us Home Compare Hotels - ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา เปรียบเทียบราคาโรงแรม เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอนกรุงเทพฯ พัทยา ระยอง หัวหินชะอำ ภูเก็ต เกาะสมุยกระบี่