ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ - Sisaket information
แดนปราสาทขอม หอมกระเทียมดี มีสวนสมเด็จ เขตดงลำดวน
หลากล้วนวัฒนธรรม เลิศล้ำสามัคคี 
 |
" ศรีสะเกษ " เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคอีสานตอนล่างที่มีประวัติความเป็นมายาวนาว่า เคยเป็นชุมชนที่เคยมี อารยธรรมรุ่งเรืองมานับพันปี ตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ และมีชนเผ่าต่างๆ อพยพมาตั้งรกรากในบริเวณ นี้ ได้แก่ พวกส่วย ลาว เขมร และเยอ ศรีสะเกษเดิมเรียกกันว่า เมืองขุขันธ์ เมืองเก่าตั้งอยู่ที่บริเวณบ้าน ปราสาทสี่เหลี่ยมดงลำดวน ตำบลดวนใหญ่ อำเภอวังหิน ปัจจุบันได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นเมืองเมื่อ พ.ศ. 2302 สมัยกรุงศรีอยุธยา มีหลวงแก้วสุวรรณซึ่งได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยาไกรภักดีเป็นเจ้าเมืองคนแรก ล่วงถึงรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ย้ายเมืองขุขันธ์มาอยู่ที่บ้านเมืองเก่า ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ ในปัจจุบัน แต่ยังคงใช้ชื่อว่าเมืองขุขันธ์จนถึง พ.ศ. 2481 จึงเปลี่ยนเป็นจังหวัดศรีสะเกษตั้งแต่นั้นมา
พัฒนาการทางประวัติศาสตร์
จังหวัดศรีสะเกษเริ่มขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เมื่อ พ.ศ. 2302 สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์โปรดให้ ยกบ้านปราสาทสี่เหลี่ยมดงลำดวนขึ้นเป็นเมืองนครลำดวน ต่อมาเมืองนครลำดวนเกิดภาวะขาดแคลนน้ำ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เทครัวไปจัดตั้งเมืองใหม่ที่ริมหนองแต ระห่างจากเมืองเดิมไปทางใต้ เมืองใหม่เรียกว่า "เมืองขุขันธ์" หรือ "เมืองคูขัณฑ์" ซึ่งได้แก่อำเภอขุขันธ์ในปัจจุบัน
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯ ให้แยกบ้านโนนสามขาสระกำแพงออกจาก เมืองขุขันธ์ แล้วตั้งเป็นเมืองใหม่เรียกว่า เมืองศรีสะเกษ
ครั้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2455 จึง โปรดให้รวมบ้านเมืองขุขันธ์ เมืองศรีสะเกศ และเมืองเดชอุดม เข้าเป็นเมืองเดียวกันเรียก "เมืองขุขันธ์"
ซึ่งต่อมาใน พ.ศ. 2459 มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนคำว่า เมือง เรียกว่าจังหวัด ลงวันที่ 19 พฤษภาคม ปีนั้นเองเมืองขุขันธ์จึงเรียกใหม่เป็น "จังหวัดขุขันธ์" ตามนั้น
ครั้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ในวันที่ 11 พ.ย. พ.ศ. 2481 คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้ตราพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนนามจังหวัดและอำเภอบาง แห่งพุทธศักราช 2481 มาตรา 3 ให้เปลี่ยนชื่อ "จังหวัดขุขันธ์" เป็น จังหวัดศรีสะเกษ ( เดิมในพระราช กฤษฎีกาสะกดว่า " ศีร์ษะเกษ ") นับแต่นั้น ทั้งนี้ พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481
ลักษณะภูมิประเทศ
จังหวัดศรีสะเกษ ทางตอนใต้มีทิวเขาพนมดงรักซึ่งทอดตัวในแนวตัวตกและตะวันออกเป็นเส้นแบ่งเขต แดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ยอดเขาสูงสุดในจังหวัดชื่อ " พนมโนนอาว " สูงหกร้อยเจ็ดสิบเอ็ดเมตรจาก ระดับทะเลปานกลาง โดยตั้งอยู่ในเขตอำเภอกันทรลักษ์ จากเขาพนมโนนอาวนี้ พื้นที่ค่อย ๆ ลาดต่ำขึ้น ไปทางเหนือลงสู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำมูล
ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบลอนลาด มีระดับความสูงระหว่างหนึ่งร้อยห้าสิบเมตรถึงสองร้อยเมตรจาก ระดับทะเลปานกลาง มีลำน้ำหลายสายไฟลผ่านที่ราบลอนลาดนี้ลงไปยังแม่น้ำมูล ซึ่งได้แก่ ห้วยทับทัน ห้วยสำราญ และห้วยขะยุง
ตัวเมืองตั้งอยู่ฝั่งห้วยสำราญ ห่างจากแม่น้ำมูลไปทางทิศใต้ประมาณสิบกิโลเมตร และอยู่สูงจากระดับ ทะเลปานกลางหนี่งร้อยยี่สิบหกเมตร
ตอนเหนือของจังหวัดมีแม่น้ำมูลไหลผ่านเขตอำเภอราษีไศล อำเภอยางชุมน้อย และอำเภอกันทรารมย์ เป็นระยะทางยาวประมาณหนึ่งร้อยยี่สิบกิโลมเตร บริเวณนี้ถือเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัด เนื่องจากเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำขนาดใหญ่อันอยู่สูงจากระดับทะเลปานกลางประมาณหนึ่งร้อยสิบห้าเมตรถึง หนึ่งร้อยสามสิบเมตร
ในจังหวัดศรีสะเกษมีชุมชนหลายกลุ่มอาศัยอยู่ร่วมกัน ทั้งนี้เป็นผลมาจากการอพยพย้ายครัวเข้ามาของ คนเชื้อชาติต่าง ๆ ในอดีต แม้ปัจจุบันยังคงเห็นลักษณะเฉพาะทางกายภาพและวัฒนธรรมของกลุ่มคน เหล่านั้นอยู่ กลุ่มคนที่ว่านี้ได้แก่ชาวลาว ชาวเขมร และชาวส่วยหรือกูย และเยอ
สภาพทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจของจังหวัดศรีสะเกษขึ้นอยู่กับเกษตรกรรม ไม่มีทรัพยาการแร่ที่สำคัญแต่มีแร่รัตนชาติอยู่บ้าง เล็กน้อยในอำเภอกันทรลักษ์
ชาวศรีสะเกษทำนาตามที่ราบลุ่มแม่น้ำมูลและในเขตชลประทานของลำน้ำสายต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นนาปี ซึ่งมีการเก็บเกี่ยวปีละครั้ง
พืชไร่ที่สำคัญ คือ ข้าวโพด มันสำปะหลัง ปอแก้ว และผักต่าง ๆ นอกจากนี้ ชาวศรีสะเกษนิยมปลูกหอม แดงมากดังปรากฏในคำขวัญประจำจังหวัด
เส้นทางการคมนาคม
จากกรุงเทพมหานครสามารถเดินทางไปยังจังหวัดศรีสะเกษได้โดยรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ลงที่ สถานีศรีสะเกษ ระยะทางหนึ่งร้อยสิบห้ากิโลเมตร
หรือโดยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงทางแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (มิตร ภาพ) ที่กิโลเมตรที่ 107 แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 2 ถึงจังหวัดนครราชสีมา แยกทางขวาเข้าทาง หลวงหมายเลข 226 ผ่านจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดสุรินทร์จึงถึงจังหวัดศรีสะเกษ รวมระยะทาง 571 ก.ม.
แหล่งประวัติศาสตร์
บริเวณที่ตั้งของจังหวัดนี้ เคยเป็นอู่วัฒนธรรมสมัยทวารวดีและอาณาจักรเขมรโบราณ เช่นเดียวกับพื้นที่ อื่นๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จากหลักฐานทางโบราณคดีที่บ้านหลุบโมก ตำบลเมืองคง อำเภอราษีไศล พบร่องรอยเมืองโบราณมีคูน้ำ และคันดินล้อมรอบสองชั้น ภายในเมืองมีซากโบราณสถานและใบเสมาอันแสดงถึงร่องรอยการนับถือ พุทธศาสนา นอกจากนี้ยังพบปราสาทและปรางค์กู่อีกหลายแห่ง โดยเป็นศิลปะเขมรราวพุทธศตวรรษที่ 16-17
แหล่งทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เช่น ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย, ปราสาทตาเล็ง อำเภอขุขันธ์, ปราสาทโดนตวล อำเภอกันทรลักษ์ และปรางค์กู่ อำเภอปรางค์กู่
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
ตราประจำจังหวัด : รูปปรางค์กู่มีดอกลำดวน 6 กลีบอยู่เบื้องล่าง ( เดิมใช้ภาพปราสาทหินเขาพระวิหาร เป็นตราประจำจังหวัด มาเปลี่ยนเป็นตราปัจจุบันเมื่อ พ.ศ. 2512 )
ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกลำดวน ( Melodorum fruticosum )
ต้นไม้ประจำจังหวัด: ดอกลำดวน ( Melodorum fruticosum )
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อ จังหวัดยโสธร และร้อยเอ็ด
ทิศใต้ ติดต่อ ประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย โดยมีเทือกเขาดงรัก เป็นแนวกั้นเขตแดน
ทิศตะวันออก ติดต่อ จังหวัดอุบลราชธานี
ทิศตะวันตก ติดต่อ จังหวัดสุรินทร์
หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
ที่ว่าการอำเภอเมืองศรีสะเกษ โทร. 0 4561 2866
ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ โทร. 0 4561 2545
โรงพยาบาลศรีสะเกษ โทร. 0 4561 1503
โรงพยาบาลประชารักษ์ โทร. 0 4563 1313
ศูนย์ประสานการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ โทร. 04561 1574
สำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ โทร. 0 4561 2581
สภอ.เมืองศรีสะเกษ 0 4561 2732, 19
 |