ทัวร์ไทย จองทัวร์ โรงแรม ห้องพัก รีสอร์ท ราคาพิเศษ : Thailand Travel - Cheap Thailand Hotel Rooms and Tours
ทัีวร์ไทย ไทยเที่ยวไทย - ข้อมูลท่องเที่ยว จองทัีวร์ โรงแรม รีสอร์ท ราคาพิเศษ
Thailand Hotel Booking : Package Tours and Travel Guide : English Version English Version
   
 
Popular Destination in Thailand
ข้อมูลทั่วไป
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
กิจกรรมท่องเที่ยว
การเดินทาง
ร้านอาหาร
สินค้า ของฝาก
งานประเพณีและเทศกาล
แผนที่

Popular Destination in Thailand
เชียงใหม่
เชียงราย
แม่ฮ่องสอน
กรุงเทพฯ
กาญจนบุรี
หัวหิน
ชะิอำ
ขอนแก่น
เลย
นครราชสีมา
ศรีสะเกษ
สุรินทร์
อุบลราชธานี
อุดรธานี
พัทยา
ระยอง เกาะเสม็ด
ตราด เกาะช้าง
กระบี่ เกาะพีพี เกาะลันตา
ภูเก็ต
เกาะสมุย
เกาะเต่า เกาะพงัน
พังงา เขาหลัก
 

แหล่งท่องเที่ยวที่อุบลราชธานี- Ubonratchathani

วัดสุปัฏนารามวรวิหาร
วัดสุปัฏนารามวรวิหารอยู่ถนนสุปัฏน์ เป็นวัดธรรมยุติ วัดแรกของจังหวัดอุบลราชธานี จัด สร้างโดยพระราชศรัทธาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 โดยได้เริ่มสร้างวัดในปี พ.ศ. 2396 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯพระราชทานนามว่า “วัดสุปัฎนาราม” อัน หมายถึง วัดที่มีสถานที่ตั้งเหมาะสม เป็นท่าเรือที่ดี สิ่งสำคัญในวัด คือ พระอุโบสถ ซึ่งมีขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 34 เมตร สูง 22 เมตร สถาปนิกผู้ออกแบบคือ หลวงสถิตย์นิมานกาล (ชวน สุปิย พันธุ์) นายช่างทางหลวงแผ่นดินลักษณะของพระอุโบสถแบ่งเป็น สามส่วน คือ ส่วนหลังคาเป็นศิลปะแบบไทย ส่วนกลางเป็นศิลปะ ตะวันตก และส่วนฐานเป็นศิลปะแบบขอม ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระประธานของวัด คือพระสัพพัญญูเจ้า เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย 

วัดพระธาตุหนองบัว วัดพระธาตุหนองบัว

อยู่ชานเมืองอุบลราชธานี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร ตามถนนเลี่ยงเมือง จะมีทางแยกตลาดหนองบัว (จากถนนใหญ่) เข้าไปประมาณ 700 เมตร ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ คือ พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษ ของพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2500 โดยได้จำลองแบบมา จากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย นับเป็นวัดเดียวในภาคอีสานที่ มีเจดีย์แบบนี้ สภาพแวดล้อมโดยทั่วไปเป็นป่าโปร่ง ร่มรื่น

วัดบูรพาราม วัดบูรพาราม

ตั้งอยู่ถนนบูรพาใน เป็นวัดที่เคยเป็นที่จำพรรษาของอาจารย์ชื่อดังทาง วิปัสสนากรรมฐาน ได้แก่ อาจารย์สี ทาชยเสโน อาจารย์มั่น ภูริทัตโต อาจารย์ลี ธัมมธโร อาจารย์เสาร์ กันตสีโล และอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม ปัจจุบันคงมีแต่รูป เหมือนทำจากหินบริสุทธิ์จากลำน้ำต่าง ๆ เป็นที่เคารพ สักการะของชาวเมือง






แก่งลำดวน

แก่งลำดวนช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงกลางเดือนกันยายน ณ ผืนป่าสมบูรณ์ ปลายล่างสุดของภาคอีสานเขตอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งอยู่ใกล้รอยต่อเขตแดน 3 ประเทศ คือ ไทย ลาวและกัมพูชา หรือที่รู้จักกันดี ในนาม “สามเหลี่ยมมรกต” จะปรากฏเหตุการณ์ที่ แสนมหัศจรรย์เมื่อบรรดากุ้งน้ำจืดนับล้านๆตัวต่างพากันพร้อมใจ เดินพาเหรดผ่านลานหิน เลียบแก่งน้ำมุ่งหน้าสู่ยอดเขาสูงแห่งสาม เหลี่ยมมรกต ปรากฏการณ์ “กุ้งเดินขบวน” เกิดขึ้นที่แก่งลำดวน บริเวณสถานีพัฒนาและส่งเสริมการ อนุรักษ์สัตว์ป่าอุบลราชธานี อำเภอน้ำยืน โดยจะเดินขบวนในช่วง กลางคืนหลังฝนตกหรือสายน้ำในแก่งลำดวนมีความเชี่ยวกราก นับเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่น่า ศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

แก่งลำดวน อยู่ห่างจากตัวอำเภอน้ำยืน 16  กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 160 กิโลเมตร สามารถเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับน้ำตกห้วยหลวงได้สะดวก

ติดต่อสอบถาม ได้ที่ ที่ว่าการอำเภอน้ำยืน โทร. 0 4537 1089 , 0 4537 1442 สถานีพัฒนาและส่งเสริม การอนุรักษ์สัตว์ป่าอุบลราชธานี  หมู่ 5 บ้านหนองขอน ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โทร. 0 5491 9848, 0 9286 0935

หมายเหตุ : เนื่องจากในช่วงที่มีกุ้งเดินขบวนอยู่ระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน มีฝนตกชุกอาจทำให้เกิด ภาวะน้ำป่าไหลหลากได้จึงควรระมัดระวังอันตรายและรับฟังการเตือนภัยจากสถานีพัฒนาและส่งเสริมการ อนุรักษ์สัตว์ป่าอุบลราชธานี  ทั้งนี้ ทางสถานีฯ ได้ ติดตั้งหอกระจายข่าว บริเวณสถานีฯ และแก่งลำดวน  สามารถแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวได้ทันทีที่ได้รับรายงานสภาวะน้ำจากจุดเฝ้าระวัง และจัดเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เผ้าระวังสภาวะน้ำเพิ่มระดับสูงขึ้น โดยมีจุดเฝ้าระวังอยู่เหนือปรากฏการณ์กุ้งเดินขบวนขึ้นไป 7 กิโลเมตร สามารถแจ้งเตือนได้ล่วงหน้า 1 ชั่วโมง

ศูนย์ศิลปชีพบ้านยางน้อย

ศูนย์ศิลปชีพบ้านยางน้อยเป็นแหล่งรวมภูมิปัญญาพื้นบ้านอีสาน และคลังอาหารตามแนวทฤษฎีใหม่ บน เนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ อันร่มรื่นบริเวณกิโลเมตรที่ 31 ริมทางหลวงสาย อุบลราชธานี – ยโสธร ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่องในมีจุดท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่ การชื่นชมศึกษามากมาย อาทิ

- ฟาร์มตัวอย่างตามแนวทฤษฎีใหม่ เป็นพื้นที่ทดลองการเกษตร ตามแนว ทฤษฎีใหม่หลายประเภท เช่น พืชสมุนไพร ผักปลอดสารพิษ การปลูกพืช หม่อนเลี้ยงไหม การผลิตไหมคุณภาพระดับ Royal Thai Silk ได้รับตรา "นกยูงทอง" และการผสมข้าวกล้องปรุงเสริมภูมิต้านทาน “เบญจกระยาทิพย์” เป็นต้น

- ศูนย์แสดงนิทรรศการ ผ้าพื้นเมืองอีสานและศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์จาก ชุมชนภายใต้อาคารที่งดงามด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่นี้เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการผ้าทอพื้นเมืองอีสาน หลากหลายประเภท รวมทั้งประวัติความเป็นมา และขั้นตอนการดำเนินการตามแบบภูมิปัญญาพื้นบ้านซึ่ง เรื่องราวนำเสนอเรื่องผ้าด้วยเทคนิค และรูปแบบที่ทันสมัย

นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าที่โดดเด่นของสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพบ้านยางน้อย อาทิเช่น ผ้ากาบบัว เครื่องทองเหลือง เครื่องปั้นดินเผา และข้าวเบญจกระยาทิพย์ เป็นต้น ศูนย์ฯแห่งนี้เปิดบริการทุกวัน ระหว่างเวลา 08.30 -17.30 น.

ติดต่อ ศูนย์ศิลปาชีพบ้านยางน้อย โทร. 0 4547 3592, 0 4547 3547

เส้นทางท่องเที่ยว ใกล้เมืองอุบลฯ ที่คุ้มค่าในการไปเยือน

ศูนย์ศิลปาชีพบ้านยางน้อย แหล่งท่องเที่ยวเปิดทองหลังพระหนึ่งเดียวในอีสานใต้อยู่ห่างจากตัวเมือง อุบลฯ เพียง 31 กิโลเมตร และตามเส้นทางสายนี้นักท่องเที่ยวสามารถแวะเยือนจุดท่องเที่ยวระรายทาง ได้หลายแห่ง อาทิเช่น เยือนบ้านปะอาว แหล่งผลิตเครื่องทองเหลืองแบบดั้งเดิม และผ้าทอที่มีชื่อเสียง เยือนบ้านชีทวน กราบพระธาตุสวนตาล และชื่นชมธรรมมาสน์สิงห์เทินปราสาท ศิลปะไทย-เวียดนามแห่ง เดียวของ ประเทศ ตลอดจนแวะชิมมะพร้าวเผาบ้านท่าวารีที่เลื่องชื่อ ดังนั้นเส้นทางสายนี้จึงเป็นเส้นทาง ท่องเที่ยวระยะใกล้ที่คุ้มค่าและน่าสนใจยิ่ง

หาดสลึง

เป็นหาดทรายริมฝั่งแม่น้ำมูล ตั้งอยู่ที่บ้านสองคอน ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร  ห่างจากตัวจังหวัด ประมาณ 115 กิโลเมตร  ตามทางหลวงหมายเลข 2050 (อุบลฯ - ตระการพืชผล - โพธิ์ไทร) ในฤดูแล้ง ประมาณมกราคม-มิถุนายน เมื่อน้ำในแม่น้ำโขงลดระดับลงจะมีหาดทรายที่สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อน หย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ในบริเวณใกล้เคียงกัน ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น ปากบ้อง ซึ่งเป็นส่วนที่แคบที่สุดของแม่น้ำโขง กว้างประมาณ 56 เมตร, หินหัวพะเนียง, แก่งสองคอน, หาดหงษ์และสวนเกษตร (สวนลำไย สวนมะขามหวาน) นอกจากนี้ชาวบ้านสองคอนยังมีงานประเพณีที่น่า สนใจ คือ ประเพณีตักปลาในช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ และประเพณีสงกรานต์

แก่งสองคอน สามพันโบก
แก่งสองคอน สามพันโบกที่หมู่บ้านสองคอน ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราช ธานี ชุมชนเล็ก ๆ สงบร่มรื่นฝั่งโขงด้านตะวันออกสุดสยามเป็นจุดที่ แม่น้ำโขงไหลพาดปะทะกับแนวเทือกเขาภูพาน การปะทะกันของ พลังธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ก่อให้เกิดภูมิประเทศที่มหัศจรรย์มากมาย ซึ่งจะสัมผัสได้ยามที่แม่น้ำโขงลดระดับลงได้ที่ในยามฤดูแล้งราว เดือนมกราคม-เมษายน             

ปากบ้อง
ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำโขงแคบที่สุด ตลอดระยะทางยาวกว่า 700 กิโลเมตร โดยมีความกว้างของแม่น้ำเพียง 56 เมตร  

หินหัวพะเนียง
เกาะหินขนาดใหญ่กลางแม่น้ำโขง รูปลักษณ์แปลกตาที่ขนาบข้างด้วย 2 แก่งน้ำโขง ทำให้ แม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสาย หรือสองคอนในภาษาท้องถิ่น จึงเป็นที่มาของชื่อ บ้านสองคอน  

หาดหงส์
เนินทรายชายโขงขนาดมหึมา  

หาดหินสี
  หลักศิลาเลข เป็นการวัดระดับน้ำโขงในสมัยฝรั่งเศส 

ทุ่งหินเหลื่อม
ทุ่งก้อนหินมันวาวราวกับเซรามิคธรรมชาติ 

แก่งสองคอน  สามพันโบก
เป็นแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขง เนื่องจากในช่วงฤดูน้ำหลาก แก่งหินดังกล่าวจะ จมอยู่ใต้บาดาล ด้วยแรงน้ำวนกัดเซาะ กลายเป็นแอ่งมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3,000 โบกและจะปรากฏ ให้เห็นในช่วงฤดูแล้ง

การเดินทางท่องเที่ยวทางเรือไปยังแก่งสามพันโบก
นิยมนั่งเรือจากหาดสลึง ที่บ้านสองคอน ล่องตามลำ น้ำโขงระยะทาง 4 กิโลเมตร ระหว่างทางจะผ่าน "ปากบ้อง" จุดแคบที่สุดของแม่น้ำโขงและหินหัวพะเนียง เป็นแก่งหินกลางแม่น้ำที่ทำให้แม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสาย หรือสองคอนในภาษาท้องถิ่น จึงเป็นที่มาของชื่อ บ้านสองคอน 

นอกจากนี้ยังมีสวนเกษตรลำไย และมะขามหวาน ให้ชิมตามฤดูกาล มีที่พักและร้านอาหารไทยและอีสาน ไว้รองรับนักท่องเที่ยวริมหาดสลึงหาดทรายยาวเหยียดอีกด้วย

การเดินทาง จากจังหวัดอุบลราชธานีตามทางหลวงหมายเลข 2050 ผ่านอำเภอตระการพืชผลไปยังอำเภอ โพธิ์ไทรด้วยระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร และเดินทางต่อไปยังบ้านสองคอนเข้าไปหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อบต. สองคอน อำเภอโพธิ์ไทร โทร. 0 4533 8057 , 0 4533 8015 

ถ้ำเหวสินธุ์ชัย

อยู่บนทางหลวงหมายเลข 2222 ก่อนถึงโขงเจียมประมาณ 7 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร บริเวณถ้ำมีพระพุทธไสยาสน์บรรยากาศสงบเงียบเหมาะสำหรับเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมรอบๆ วัดมีก้อนหิน ขนาดใหญ่เรียงรายอยู่มากมาย มีต้นไม้และดอกไม้ตามฤดูกาลสวยงาม นอกจากนี้ยังมีน้ำตกไหลจาก หน้าผาด้านบนผ่านลงมาบริเวณด้านหน้าพระนอนเป็นก่อนที่จะตกลงสู่หุบเหวเบื้องล่างสร้างบรรยากาศให้ ร่มเย็น จะมีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน

วัดถ้ำคูหาสวรรค์

อยู่บนทางหลวงหมายเลข 2222 ก่อนถึงอำเภอโขงเจียมประมาณ 6 กิโลเมตร วัดนี้ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2521 โดย "หลวงปู่คำคนิง จุลมณี" ซึ่งใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมจำพรรษา ปัจจุบันหลวงปู่ท่านได้มรณภาพแล้ว แต่ร่างกายของท่านไม่เน่าเปื่อย บรรดาลูกศิษย์ได้เก็บร่างของท่านไว้ในโลงแก้วเพื่อบูชา บริเวณวัดมีจุด ชมวิวสามารถมองเห็นทัศนียภาพของลำน้ำโขงและฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน

แม่น้ำสองสี

แม่น้ำสองสี หรือดอนด่านปากแม่น้ำมูล อยู่ในเขตบ้านเวินบึก นั่งเรือจากตัวอำเภอโขงเจียมไป ประมาณ 5 นาที เป็นบริเวณที่แม่น้ำมูลไหลลงสู่แม่น้ำโขงเกิดเป็นสีของแม่น้ำที่ต่างกันจึงเรียกกันอย่างคล้องจองว่า โขงสีปูน มูลสีคราม

จุดที่สามารถมองเห็นแม่น้ำสองสีได้อย่างชัดเจน คือ บริเวณลาดริมตลิ่งหน้าวัดโขงเจียม และบริเวณบาง ส่วนของหมู่บ้านห้วยหมาก ในเดือนเมษายนจะเป็นเดือนที่เห็นความแตกต่างของสีน้ำได้ชัดเจนที่สุด

นอกจากนี้แล้ว บริเวณใกล้เคียงยังมีบริการเรือพาล่องชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำ ชมแม่น้ำสองสี 200 บาท / แก่งตะนะ 400 บาท/ บ้านเวินบึก 400 บาท/ ผาแต้ม 800 บาท) โดยสามารถแวะซื้อของที่ระลึกที่ ตลาดหมู่บ้านในฝั่งประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้อีกด้วย

วัดทุ่งศรีวิไล

อยู่ที่บ้านชีทวน การเดินทางทางเดียวกับวัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ วัดนี้มีหลวงพ่อพระพุทธวิเศษ ซึ่งเป็น พระพุทธรูปหินศิลาแลงแกะสลักปางนาคปรก ขนาดหน้าตักกว้าง 55 เซนติเมตร สูง 90 เซนติเมตร ศิลปะ ทวารวดีเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่เคารพสักการะของชาวบ้านชีทวน นอกจากนี้บริเวณวัดยังมีใบเสมา หลายชั้นล้อมรอบอุโบสถและวิหารหลังเก่าไปจนถึงกำแพงวัดทุกทิศตลอดทั้งสระน้ำใหญ่รวมทั้งหอไตร และธรรมาสน์ซึ่งก่อด้วยอิฐในสมัยนั้น

บ้านท่าข้องเหล็ก

อยู่บนทางหลวงหมายเลข 226 สายอุบล-ศรีสะเกษ ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 3 กิโลเมตร (ข้างโรงเรียน วารินชำราบ) เป็นหมู่บ้านซึ่งทำหม้อดินกันทั้งหมู่บ้าน โดยใช้ดินเหนียวในลุ่มแม่น้ำมูลนำมานวดให้เข้าเนื้อ แล้วผสมกับแกลบและอื่นๆ กรรมวิธียังเป็นแบบดั้งเดิมคือไม่มีเครื่องจักรมาเกี่ยวข้องเลย

วัดป่านานาชาติ

อยู่ที่บ้านบุ่งหวาย ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ ห่างจากตัวเมืองไปตามเส้นทางจังหวัดศรีสะเกษ ประมาณ 14 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 226 จะมีป้ายบอกทางขวามือทางเข้าเดียวกับวัดป่ามงคล วัดป่านานาชาติเป็นวัดป่าสาขาที่ 19 ของวัดหนองป่าพง ในวัดมีชาวต่างประเทศบวชจำพรรษาเป็นจำนวน มาก เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย และปฏิบัติทางวิปัสสนากัมมัฏฐาน พระภิกษุชาวต่างประเทศในวัด เกือบทุกรูปสามารถพูดภาษาไทย สวดภาษาบาลีได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังเป็นพระที่เคร่งครัดในพระ ธรรมวินัย ทำให้เป็นที่เคารพศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป

หาดคูเดื่อ

เป็นหาดทรายริมฝั่งแม่น้ำมูล ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 231 (ถนนเลี่ยงเมือง) ประมาณ 12 กิโลเมตร บริเวณหาดคูเดื่อจะมีแพร้านอาหารเป็นจำนวนมากให้บริการอาหารและเครื่องดื่มแก่นักท่อง เที่ยว

หาดวัดใต้

ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ลักษณะเป็นเกาะหาดทรายกลางลำน้ำมูล ในฤดูแล้งจะมีหาดทรายขาวเนียน น้ำใสสะอาด บนเกาะมีต้นไม้เขียวชอุ่มให้ความร่มรื่น นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารบนแพ ให้บริการแก่ผู้ที่ มาพักผ่อนและชมบรรยากาศแม่น้ำมูล

วัดบ้านนาเมือง

อยู่ที่บ้านนาเมืองห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร ด้านทิศเหนือของสนามบิน เป็นวัดที่มีพระอุโบสถ แปลกตา สร้างเป็นรูปเรือสุพรรณหงส์ประดับตกแต่งด้วยเซรามิค โดยมีอาจารย์บุญมีเป็นเจ้าอาวาส เป็นที่ เคารพนับถือของชาวอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง

เขื่อนปากมูล

เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียวสร้างกั้นแม่น้ำมูล ที่บ้านหัวเหว่ อำเภอโขงเจียม มีความสูง 17 เมตร ยาว 300 เมตร อำนวยประโยชน์ในด้านการเกษตรและผลิตกระแสไฟฟ้า

เขื่อนปากมูลอยู่ห่างจากตัวเมือง อุบลราชธานีประมาณ 75 กิโลเมตร ห่างจากจุดบรรจบของแม่น้ำมูลและ แม่น้ำโขงประมาณ 6 กิโลเมตร กรณีเขื่อนเปิดทำการสันของเขื่อนปากมูลสามารถใช้เป็นเส้นทางลัดจาก อำเภอโขงเจียมไปอำเภอสิรินธรได้

น้ำตกห้วยทรายใหญ่

(แก่งอีเขียว) ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-เขายอดมน เป็นน้ำตกที่สวยงามห่างจากอำเภอ บุณฑริกไปทางทิศเหนือตามเส้นทางหมายเลข 2369 ไปบ้านห้วยทราย เป็นระยะทาง 26 กิโลเมตร ถึง กิโลเมตรที่ 29 มีทางแยกขวาไปอีก 6 กิโลเมตร ลักษณะเป็นน้ำตกที่ไหลมาตามลานหินลดหลั่นลงไป ด้านล่าง บริเวณร่มรื่นมีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน

ช่องเม็ก
ช่องเม็กห่างจากตัวเมืองประมาณ 90 กม.ตามทางหลวงหมายเลข 217 เป็น จุดผ่านแดนถาวรไทย-ลาว ที่มีถนนเชื่อมต่อสู่แขวงจำปาสักซึ่งเป็น แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทางภาคใต้ของประเทศลาว ในบริเวณด่าน นอกจากเป็นที่ตั้งของหน่วยราชการแล้วยังมีตลาดสินค้าชายแดน ร้านค้าปลอดภาษีในเขตประเทศลาว ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้า ไปเที่ยวชมและจับจ่ายสินค้าได้ สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ในแขวงจำปาสัก ได้แก่ เมืองปากเซ ปราสาทขอมวัดพูมหานทีสี ทันดอนหรือสีพันดอน ซึ่งเป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงแผ่กว้างกว่า 7 กม. ทำให้มีเกาะแก่งจำนวนมาก และจุดที่น่าสนใจมาก คือ น้ำตกหลี่ผี และน้ำตกคอนพะเพ็ง

การเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศลาวผ่านด่านช่องเม็กนั้นในส่วน ของชาวต่างประเทศจะต้องใช้ หนังสือเดินทาง และทำวีซ่า สำหรับคนไทยทำใบอนุญาตผ่านแดนที่สำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี หรือที่ ว่าการอำเภอสิรินธรได้โดยใช้สำเนาบัตรประชาชน และรูปถ่าย 2 นิ้ว จำนวน 3 รูป สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี โทร. 0 4525 5507 ที่ว่าการอำเภอสิรินธร โทร. 0 4536 6092 หรือนักท่องเที่ยวที่สนใจไปเที่ยวแบบ 3 วัน 2 คืน สามารถติดต่อบริษัทนำเที่ยวภายในตัวเมืองอุบลได้

ปราสาทบ้านเบ็ญ

ตั้งอยู่ที่บ้านหนองอ้ม ตำบลหนองอ้ม ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 63 กิโลเมตรบนเส้นทางเดชอุดม-น้ำยืน ปราสาทบ้านเบ็ญเป็นศาสนสถานขอมขนาดย่อมประกอบด้วยปรางค์อิฐ 3 หลัง ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงที่ สร้างแยกกัน กรมศิลปากรได้ทำการขุดแต่งในปี พ.ศ. 2533 ได้พบทับหลังรูปเทพนพเคราะห์ หรือเทวดา ประจำทิศทั้ง 9 องค์ และรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ จากลักษณะแผนผังทางสถาปัตยกรรมและภาพ สลักบนทับหลังที่พบอาจกำหนดอายุปราสาทหลังนี้ได้ประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 15 ถึง ต้นพุทธ ศตวรรษที่ 16

วัดภูเขาแก้ว

อยู่บนเนินเขา ตามทางหลวงหมายเลข 217 ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานี 44 กิโลเมตร ก่อนถึงอำเภอ พิบูลมังสาหารประมาณ 1 กิโลเมตร ภายในวัดมีพระอุโบสถสวยงาม ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบทั้งหลัง ภายในพระอุโบสถจะตกแต่งด้วยภาพนูนสูงอยู่เหนือบานประตูและหน้าต่างขึ้นไปเป็นเรื่องราวและภาพ จำลองเกี่ยวกับพระธาตุที่สำคัญของประเทศไทย

ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนที่บ้านชีทวน

อยู่ที่ศาลาการเปรียญวัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ บ้านชีทวน ตำบลชีทวนอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 26 กิโลเมตร การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 23 (อุบลราชธานี-ยโสธร)ประมาณ 24 กิโลเมตร จะถึงบ้าน ท่าวารี (กม.268) มีทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านอีก 5 กิโลเมตร เป็นธรรมาสน์ที่แตกต่างจากธรรมาสน์ โดยทั่วไปกล่าว คือ มีลักษณะเป็นรูปสิงห์ยืนเทินปราสาทสร้างด้วยอิฐถือปูน ยอดปราสาทเป็นเครื่องไม้ ทำเป็นชั้นซ้อนลด หลั่น ประดับตกแต่ง ลายปูนปั้น และลายเขียนสีแบบศิลปะญวนทั้งหลัง

ธรรมาสน์นี้สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2468 โดยช่างชาวญวน และถือเป็นประติมากรรมที่มีคุณค่า ยิ่งทางด้านศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง 

วัดหนองป่าพง
วัดหนองป่าพงอยู่ที่บ้านพงสว่าง ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ เป็นวัดที่มีบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะสำหรับการศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยและปฏิบัติวิปัสสนา กัมมัฏฐาน เมื่อ พ.ศ. 2497 หลวงปู่ชา (พระโพธิญาณเถร) ได้ทำการบุกเบิก ปรับปรุงพื้นที่ ให้เหมาะสมแก่การปฎิบัติธรรมและได้จัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์ขึ้นใน ปีนั้นและเปลี่ยนสภาพเป็นวัดในโอกาสต่อมา วัดแห่งนี้เป็นต้นแบบของวัดป่า สายหลวงปู่ชาอีกกว่า 100 แห่ง ทั้งในและต่างประเทศ บริเวณวัดสิ่งก่อสร้างที่ น่าสนใจ คือ พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถร (ชา สุภัทโท) เป็นอาคารที่จัดแสดง เครื่องอัฐบริขารและหุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่ชา สุภัทโท เปิดให้เข้าชมตอนเช้าเวลา 10.30-12.00 น.ตอนบ่าย เวลา 14.00-18.00 น. ภายในมีเจดีย์ศรีโพธิญาณ เป็นสถานที่พระราชทานเพลิงศพของหลวงปู่ชา การเดินทางจากตัวเมืองใช้เส้น ทางหลวงหมายเลข 2178 (สายอุบล-กันทรลักษ์) ประมาณ 6 กิโลเมตร มีทาง แยกขวาอีก 2 กิโลเมตร

พิพิธภัณฑ์เปิดบ้านก้านเหลือง

อยู่บริเวณวัดบ้านก้านเหลืองจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 212 ประมาณ 3 กิโลเมตร แล้วแยก ขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 231 (ถนนเลี่ยงเมือง) ไปอีก 2 กิโลเมตร วัดบ้านก้านเหลืองอยู่ทางซ้ายมือ กรมศิลปากรได้ทำการขุดค้นเมื่อปี 2539 พบโบราณวัตถุต่าง ๆ มากมาย เช่น ลูกปัด เครื่องปั้นดินเผา กระพรวนสำริด ขวานเหล็ก และแกลบข้าวจำนวนมาก แต่ไม่พบโครงกระดูกมนุษย์ สันนิษฐานว่าชุมชน โบราณแห่งนี้เป็นแหล่งโบราณคดีที่มีอายุระหว่าง 1,500-2,500 ปีมาแล้ว

บ้านปะอาว
บ้านปะอาวอยู่ที่ตำบลปะอาว หมู่ 5 ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 18 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 23 ทางไปยโสธร ถึงหลักกิโลเมตรที่ 273 เลี้ยวขวาไปอีก 3 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่มากแห่งหนึ่งของ จังหวัดอุบลราชธานี ตามประวัติศาสตร์นั้น ได้อพยพมาจากนคร เวียงจันทน์ ประเทศลาว ตั้งแต่สมัยของพระเจ้าสิริบุญสาร มายัง หนองบัวลำภู นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน จนกระทั่งมาถึงบ้าน ปะอาวแห่งนี้ ฉะนั้น หมู่บ้านปะอาว จึงมีอายุประมาณ 200 กว่าปี และเป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพที่เป็นเอกลักษณ์ประจำหมู่บ้าน ซึ่งได้รับ การสืบทอดจากบรรพบุรุษคือการทำเครื่องทองเหลืองกรรมวิธีการ ผลิตยังเป็นแบบโบราณดั้งเดิม นอกจากนี้แล้วในหมู่บ้านยังมีศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทองเหลือง และทอผ้าไหม ผ้าฝ้ายที่สวยงามอีกด้วย

ทุ่งศรีเมือง
ทุ่งศรีเมือง
อยู่ใจกลางเมืองบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด เป็นสวนสาธารณะประจำเมืองที่ มีสภาพภูมิทัศน์งดงามเป็นที่ทำนาของเจ้าเมือง ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดฯ ให้งดการทำนาที่ทุ่งศรีเมืองเพื่อรักษาไว้ให้เป็นที่พักผ่อนของชาวเมือง และี่จัด เทศกาลงานบุญต่าง ๆ ทุ่งศรีเมืองมีประตูทางเข้า 4 ทิศ คือ ประตูอุบลเดชประ ชารักษ์ อุบลศักดิ์ประชาบาล อุบลการประชานิตย์และอุบลกิจประชากรภายใน ทุ่งศรีเมืองมีปฏิมากรรมจำลองเทียนพรรษาแกะสลักที่งดงาม สวนสุขภาพ สนามเด็กเล่น เปิดตั้งแต่เวลา 05.00-22.00 น. นอกจากนี้ภายในทุ่งศรีเมืองมี สถานที่น่าสนใจที่สำคัญ คือ

ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของทุ่งศรีเมือง เป็นสถานที่สักการะของชาว เมืองและผู้มาเยี่ยมเยือนซึ่ง สร้างขึ้นเมื่อปี 2515 เปิดระหว่างเวลา 05.00-19.00 น.

อนุสาวรีย์พระปทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งเมืองอุบลราชธานีปกครองเมืองระหว่าง พ.ศ. 2321-2338

ปฏิมากรรมสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสโส อ้วน) พระเถระที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้าน คันถธุระและวิปัสสนาธุระ

อนุสาวรีย์แห่งความดี เป็นอนุสาวรีย์ที่เชลยศึกชาวต่างประเทศในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างไว้เพื่อ เป็นที่ระลึกถึงความเมตตาปราณีและคุณงามความดีของชาวเมืองอุบลราชธานี

ปฏิมากรรมร่วมใจก้าวไปข้างหน้า สร้างขึ้นตามโครงการปฏิมากรรมกับสิ่งแวดล้อมเพื่อเยาวชน ซึ่งแสดง ถึงความ

วัดศรีอุบลรัตนาราม (วัดศรีทอง)

อยู่ทางด้านทิศใต้ของศาลากลางจังหวัด ถนนอุปราช สร้างเมื่อ พ.ศ. 2398 วัดนี้มีพระอุโบสถที่สร้างตาม แบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรฯ กรุงเทพฯ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง คือ “พระแก้ว บุษราคัม” เป็นพระพุทธปฏิมากรปางมารวิชัย สมัยเชียงแสน แกะสลักจากแก้วบุศราคัมตามตำนานเล่า กันว่า พระวรราชภักดี (พระวอ) พร้อมด้วยบุตรหลานของพระตา คือ ท้าวคำผง ท้าวทิดพรหมและท้าวก่ำ บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมืองอุบลราชธานีได้อัญเชิญพระแก้วบุษราคัมมาจากกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) เดิมทีพระแก้วบุษราคัมประดิษฐานอยู่ที่บ้านดอนมดแดง และได้อัญเชิญมาประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีอุบล รัตนารามในเวลาต่อมา ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราช ทางราชการได้ประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาที่ วัดศรีอุบลรัตนารามพร้อมทั้งได้อัญเชิญพระแก้วบุษราคัมเป็นองค์ประธานในพิธีโดยถือว่าเป็นพระพุทธรูป ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสืบกันมาแต่โบราณกาล ปัจจุบันในเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี ชาวอุบลราชธานีจะ ร่วมใจกันอัญเชิญพระแก้วบุษราคัมแห่ไปรอบเมืองอุบลราชธานี เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้ นมัสการกราบไหว้และสรงน้ำกันโดยถ้วนหน้า
    
นอกจากนี้ภายในวัดยังมี พิพิธภัณฑ์ศรีอุบลรัตนาราม เป็นอาคาร 2 ชั้นขนาดใหญ่ เดิมทีเป็นศาลาหอแจก ซึ่งหมายถึง สถานที่ในการทำบุญทำทานของคนในสมัยก่อน ปัจจุบันได้มีการบูรณะขึ้นใหม่โดยใช้วัสดุ และการตกแต่งแบบเดิม และได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์มาตั้งแต่ปี 2549 โดยชั้นบนของอาคารใช้เป็นที่เก็บ และจัดแสดงวัตถุโบราณต่างๆ ซึ่งมีอายุนับร้อยปี ที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา เช่น ตู้เก็บพระไตรปิฎกที่ได้ รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 6 ตู้เก็บคำภีร์ไบลาน ถุงผ้าใหมสำหรับเก็บคัมภีร์ บาตรและเชิงบาตรสมัย รัตนโกสินทร์ตอนต้น รวมทั้งฮางฮด (รางน้ำทำจากไม้แกะสลักเป็นรูปพญานาค) ที่ใช้ในการสรงน้ำพระ แก้วบุษราคัมของวัดศรีอุบลรัตนาราม พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชม ในวันพุธ-วันอาทิตย์ ระหว่างเวลา 09.00 น. – 16.00 น. โดยไม่คิดค่าบริการ

หน้า 1 l 2

 
Customer Service

ราคาถูกที่สุด
ยืนยันการจองทันที
มีโรงแรมทั่วโลกกว่า 85,000 แห่ง
พนักงานบริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
Last minute booking
Top Destination
 
Travel Directory วิธีการจองห้อง - Booking Guide Thailand Tours Thailand Hotels About Us Home Compare Hotels - ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา เปรียบเทียบราคาโรงแรม เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอนกรุงเทพฯ พัทยา ระยอง หัวหินชะอำ ภูเก็ต เกาะสมุยกระบี่